วินัยการเรียนรู้ในองค์กร

วินัยการเรียนรู้ในองค์กร
การสร้างหรือพัฒนาวินัยของการเรียนรู้ในองค์กรน่าจะเป็นความฝัน ความท้าทายหรือความต้องการของผู้บริหาร และเจ้าของกิจการทุกๆ ท่าน แต่จะทำอย่างไรล่ะถึงจะให้พนักงานส่วนใหญ่ในองค์กรมีวินัยต่างๆ ของการเรียนรู้ฝังหรือซึมลึกอยู่ในสายเลือด

วินัยหลักๆ ที่ไม่ว่าพนักงานตั้งแต่ระดับล่างสุดไปจนถึงระดับสูงสุดในองค์กรต้องมีเพื่อจะได้พัฒนาตนเอง ทีม และองค์กรมีศักยภาพ มุ่งไปสู่สิ่งที่ตนเองต้องการก็คงหนีไม่พ้นในเรื่อง

1. การใฝ่เรียนใฝ่รู้พัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ 2. การทำงานเป็นทีมที่มีการเรียนรู้ มีความมุ่งมั่นร่วมกัน 3. การเข้าใจเรื่องกรอบความคิดและไม่ยึดติดกับวิธีคิดที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ 4.การมองและมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และ 5. การคิดเชิงระบบ

การพัฒนาวินัยข้างต้นนี้องค์กรต้องเริ่มต้นทำดังนี้

1. ต้องให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวินัยแต่ละตัวให้พนักงานได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแต่ละตัวคืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญต่อชีวิตการทำงานของพวกเขา

2. เมื่อให้ความรู้เสร็จต้องลงมือฝึกฝนให้เกิดทักษะ ต้องบอก ต้องสอน How to และต้องทำให้ดูถึงการฝึกทักษะของวินัยแต่ละตัว

3. สิ่งที่ยากที่สุดในการสร้างวินัยคือแรงปรารถนา หรือความต้องการของพนักงาน จุดนี้เป็นจุดที่หลายๆองค์กรมักจะเป็นห่วงกัน ดังนั้นผู้บริหารต้องคอยสร้างศรัทธา คอยเป็นผู้จุดประกายไฟให้พนักงานรู้สึกอยาก ให้พนักงานต้องการที่จะลุกขึ้นมาสร้างวินัยของการเรียนรู้ให้ได้

เมื่อสามารถสร้างวินัยของการเรียนรู้ให้ฝังอยู่ในสายเลือดของคนส่วนใหญ่ในองค์กรได้ ไม่ว่าองค์กรจะทำอะไร จะไปทิศทางไหน องค์กรจะเหนือคู่แข่งอย่างไม่มีข้อสงสัยเลยค่ะ และจะมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างสม่ำเสมอและเป็นระยะเวลาอันยาวนานค่ะ

ลองมาสำรวจดูค่ะว่าองค์กรท่านพนักงานได้พัฒนาวินัยของการเรียนรู้แต่ละตัวไปถึงไหนแล้ว

ให้ท่านผู้อ่านทำเครื่องหมาย ในช่องตามความคิดเห็นของท่านเองโดยแยกเป็น

(1) ประเด็นความสำคัญ (Level of Importance) หมายถึง ในทัศนะ หรือตามความคิดของท่าน ท่านให้ความสำคัญกับข้อความดังกล่าวต่อความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ขององค์กรท่านในระดับใด

(2) ประเด็นการปฏิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน (Implication for Practice) หมายถึง ในทัศนะ หรือตามความคิดของท่านเห็นว่าข้อความดังกล่าวได้รับการปฏิบัติเกิดขึ้นแล้วในหน่วยงานของท่านในระดับใด

ข้อ 1-10 ท่านผู้อ่านกำลังพัฒนาวินัยในเรื่อง การใฝ่เรียนใฝ่รู้พัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ค่ะ ส่วนข้อที่ 11-20 ท่านผู้อ่านกำลังพัฒนาวินัยด้าน การทำงานเป็นทีมที่มีการเรียนรู้ มีความมุ่งมั่นร่วมกัน

คราวหน้ามาพัฒนาวินัยอีก 3 ด้านกันค่ะ

***************************

“สิ่งที่ยากที่สุดในการสร้างวินัยคือแรงปรารถนา หรือความต้องการของพนักงาน ดังนั้นผู้บริหารต้องคอยสร้างศรัทธา คอยเป็นผู้จุดประกายไฟให้พนักงานรู้สึกอยาก ให้พนักงานต้องการที่จะลุกขึ้นมาสร้างวินัยของการเรียนรู้ให้ได้”

(1) ความสำคัญ (2) การปฏิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มาก น้อย มาก น้อย 5 4 3 2 1 ข้อความ 5 4 3 2 1

1. ข้าพเจ้าทราบและเข้าใจอย่างชัดเจนว่าองค์กรของข้าพเจ้ากำลังจะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน

2. ข้าพเจ้าอ่านและศึกษาตำราหรือหนังสือที่เกี่ยวกับอาชีพหน้าที่การงานของข้าพเจ้าเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า20เล่มต่อปี

3. ข้าพเจ้ามักจะแบ่งปันความรู้และ/หรือสอนงานให้กับเพื่อนร่วมงานเป็นประจำสม่ำเสมอทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

4. ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในสายวิชาชีพของตนเองโดยข้าพเจ้าคิดว่าความรู้ความสามารถในงานของข้าพเจ้าอยู่ในระดับแถวหน้าของวิชาชีพที่กำลังทำอยู่

5. ข้าพเจ้ามีความกระตือรือร้นและมีความสนใจที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอๆ เพื่อให้อยู่ในระดับแถวหน้าของอาชีพหรืองานที่กำลังทำอยู่

6. ข้าพเจ้ามีจุดมุ่งหมายและได้กำหนดเป้าหมายในอาชีพการงานที่ทำอยู่อย่างชัดเจน โดยไม่ขัดแย้งกับเป้าหมายใหญ่ขององค์กร

7. เวลาที่ข้าพเจ้าทำงาน ข้าพเจ้าจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำทุกขณะที่ทำงาน ข้าพเจ้าทำด้วยความสุข ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์แสดงออกมาได้อย่างเต็มที่

8. ผลงานของข้าพเจ้าออกมาดี ข้าพเจ้ามีความอิ่มเอมใจเพราะในแต่ละวันข้าพเจ้าเห็นผลลัพธ์อยู่ในทุกขณะที่ทำงาน

9. เวลาปฏิบัติงานข้าพเจ้าลงมือทำโดยไม่ขัดแย้งกับคุณธรรม ไม่ทำลายจิตสำนึกด้านดีของข้าพเจ้า และงานที่ทำสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่ทำ โดยอยู่บนพื้นฐานของการยึดถือค่านิยมด้านดี

10. ข้าพเจ้าสามารถเปลี่ยนงานใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะข้าพเจ้าได้พัฒนาความรู้และความชำนาญของตัวเองมากพอ อีกทั้งข้าพเจ้าเป็นคนดีมีคุณธรรมที่หน่วยงานไหนก็ยอมรับในคุณลักษณะดีของข้าพเจ้า

11. ในทีมงานของข้าพเจ้ามีระบบการให้ข้อมูลป้อนกลับ(Feedback)ให้กับซึ่งกันและกันอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น เมื่อสมาชิกในทีมทำดี ทำงานสำเร็จมีการกล่าวยกย่องชมเชย ให้รางวัล และถ้าสมาชิกในทีมทำผิดก็จะมีการว่ากล่าวให้มีการแก้ไข

12. ความสำเร็จของทีมงานคือความสำเร็จของพนักงานทุกคนเพราะทีมมีการคิดแบบ ชนะ- ชนะ (Think win-win) อยู่เสมอๆ

13. ทีมงานของข้าพเจ้ามักจะมีการคุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนะร่วมกันอยู่เสมอๆ โดยทุกคนมีความต้องการผลลัพธ์ของทีมร่วมกันอย่างแท้จริง

14. เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือเกิดความล้มเหลวในงานขึ้น ทีมงานมักจะนำเอาความผิดพลาดมาเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าต่อทีมเสมอๆ

15. สมาชิกในทีมงานยอมรับและให้คุณค่าในความแตกต่างของบุคคลในทีมเสมอๆ และมักจะนำเอาความแตกต่างของแต่ละคนมาใช้สร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง

16. ในทีมงานและในองค์กรของข้าพเจ้า สมาชิกสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้และมักจะได้รับการเคารพและยอมรับจากสมาชิกในทีมเสมอๆ

17. ในทีมงานและในองค์กรของข้าพเจ้ามีการพูดจากันอย่างเปิดเผย จริงใจ ปราศจากความกลัวที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์

18. สมาชิกในทีมงานมีความมุ่งมั่นและยึดมั่น(Commitment) ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของทีมและขององค์กรอย่างกระตือรือร้น

19. สมาชิกในทีม ร่วมสุข ร่วมทุกข์กับเพื่อนสมาชิกในทีมและองค์กรอย่างสม่ำเสมอ และไม่ทอดทิ้งซึ่งกันและกันในเรื่องเกี่ยวกับงานและเป้าหมายขององค์กร

20. สมาชิกในทีมมีความมุ่งมั่น มีพันธะสัญญาร่วมกันที่จะให้ได้ทำให้วิสัยทัศน์ของทีมและองค์กรสำเร็จให้ได้โดยมักจะทำงาน ทั้งในหน้าที่หลักของตนเองและที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของตนเองอย่างเต็มอกเต็มใจ

ดร.เกศรา รักชาติ Ph.D Leadership and Human Behavior ผู้มีประสบการณ์ตรงจากการสร้าง Learning Organisation วิทยากรและที่ปรึกษาทางด้าน Learning Organisation, Leadership, Coaching, Communication & Interpersonal Skills, ทรัพยากรมนุษย์

เรื่อง : ดร.เกศรา รักชาติ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *