วิธีการซื้อบ้านของคนอิสลาม

วิธีการซื้อบ้านของคนอิสลาม
ยุวดี ศิริ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มติชนรายวัน วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10460
ในหลักศาสนาอิสลามว่าด้วยระบบกฎหมายและระบบเศรษฐกิจ ที่บัญญัติไว้ใน “คัมภีร์อัลกุรอาน” กล่าวไว้ว่า ห้ามประกอบกิจการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย
แล้วเคยมีใครสงสัยหรือไม่ว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น คนอิสลามจะซื้อที่อยู่อาศัยในระบบผ่อนซื้อ ที่ต้องจ่ายสินเชื่อได้อย่างไร
ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นจำนวนมาก จะมีธนาคารอิสลาม หรือสถาบันการเงินที่มีระบบการเงินตามหลักศาสนาอิสลาม เพื่อให้การประกอบกิจการต่างๆ ไม่ขัดกับหลักศาสนา ทั้งในแง่ของการฝากเงิน และการกู้เงิน
การประกอบธุรกรรมทางการเงินนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการก็คือ “ทุน”
หากนำทุนไปใช้เพื่อการช่วยเหลือ คือให้กู้โดยไม่หวังผลตอบแทน ส่วนนี้ถือว่าไม่ผิดหลักศาสนาอิสลาม แต่หากนำทุนไปใช้หาประโยชน์ โดยการปล่อยกู้แล้วได้ผลตอบแทน ที่เข้าใจกันง่ายๆ ว่า “ดอกเบี้ย” ส่วนนี้ถือว่าผิด
ทุนส่วนใหญ่ในระบบสถาบันการเงินคือเงินฝาก ธนาคารทุกแห่งจำเป็นต้องกันเงินฝากจำนวนหนึ่ง ไว้เป็นเงินสำรองตามที่กฎหมายกำหนด เช่น หากรัฐบาลกำหนดให้ต้องกันเงินสำรองไว้ร้อยละ 10 ก็หมายความว่า หากธนาคารมีเงินฝาก 1,000,000 บาท ธนาคารก็สามารถจะปล่อยกู้ได้สูงสุดในวงเงิน 900,000 บาท และการได้ดอกเบี้ยจากการให้กู้เงินส่วนที่ผู้อื่นนำมาฝากนี่เอง ที่ในศาสนาอิสลาม ถือว่าผิดข้อบัญญัติ เพราะผู้ฝากก็ย่อมได้ผลตอบแทนจากที่เงินฝากของตนไปก่อให้เกิดดอกเบี้ย
ฉะนั้น ในระบบธนาคารอิสลาม แม้จะมีการฝากเงินเหมือนกัน แต่สถาบันการเงินนั้น เมื่อจะเอาไปปล่อยกู้ ก็ต้องปล่อยเท่ากับจำนวนที่รับฝาก หมายความว่ารับฝากมา 1,000,000 บาท ก็ปล่อยกู้ได้ 1,000,000 บาท จะปล่อยกู้ 900,000 บาทไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการให้กู้เพื่อการช่วยเหลือผู้อื่น ในขณะเดียวกันหากผู้กู้ได้ผลกำไรจากการกู้เงิน ที่นำไปประกอบกิจการ แล้วต้องการจ่ายกำไรคืนให้เจ้าของเงิน ส่วนนี้ผู้ให้กู้ก็สามารถรับได้ เพราะถือว่าไม่ได้ไปเรียกร้อง
การซื้อที่อยู่อาศัยของคนอิสลามก็ต้องอยู่บนหลักการของระบบการเงินที่ไม่มีดอกเบี้ยเช่นกัน
กล่าวคือ คนอิสลามจะซื้อที่อยู่อาศัยในระบบผ่อนซื้อ โดยวิธีการตกลงเงื่อนไขในการผ่อนชำระตั้งแต่ต้น หมายความว่า ผู้ให้กู้จะบวกดอกเบี้ยในสัญญาซื้อไว้ก็ได้ แต่ต้องเป็นสัญญาที่เป็นดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งเท่ากับได้มีการคำนวณต้นทุนไว้ตั้งแต่ต้น (ต้นทุนในที่นี้ก็คือต้นทุน+ดอกเบี้ย+ค่าดำเนินการ) แล้วค่อยนำต้นทุนนั้นมาหารเฉลี่ยตามจำนวนระยะเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งก็จะเป็นอัตราที่แน่นอนที่ผู้กู้จะผ่อนชำระในแต่ละเดือน
ซึ่งปัจจุบันระบบการเงินในรูปแบบดังกล่าวได้มีการดำเนินการในประเทศไทยแล้ว 2 วิธี คือ 1.รูปแบบการบวกกำไรล่วงหน้า คำนวณเงินงวดแบบ Flat Rate โดยใช้สัญญาเงินกู้รองรับในระหว่างการใช้ทุน และ 2.รูปแบบการบวกกำไรล่วงหน้า คำนวณเงินงวดแบบ Constant Rate โดยใช้สัญญาเช่าซื้อรองรับในระหว่างการใช้ทุน
ส่วนในต่างประเทศได้มีรูปแบบที่แตกต่างจากที่กล่าวมาแล้วอีก 1 วิธี คือ รูปแบบหุ้นส่วนผสมกับค่าเช่า โดยใช้สัญญาหุ้นส่วนและสัญญาเช่ารองรับในระหว่างการใช้ทุน
คนอิสลามจึงซื้อที่อยู่อาศัยได้ด้วยเหตุนี้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *