วันนี้ คนไทยรู้จัก’วันดื่มนมโลก’ แล้วหรือยัง!


วันนี้ คนไทยรู้จัก “วันดื่มนมโลก” แล้วหรือยัง!
• อาหาร
พบดื่ม 10 ลิตรต่อคนต่อปี ขณะที่อินเดียจีน ดื่ม5หมื่นล้านลิตรต่อปี

จากประโยคคุ้นๆที่ว่า “ดื่มนมเยอะๆ ตัวจะได้สูงๆ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว “นม” ไม่ได้ให้คุณประโยชน์แค่ความสูงสำหรับเด็กๆ เท่านั้น “นม” ยังเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้คุณประโยชน์สำหรับทุกเพศทุกวัย คุณค่าของ “นม” มีมากมายและมีความสำคัญสำหรับผู้คนทั่วโลก โดยมีการกำหนดให้เป็นวันสากลของการดื่มนมระดับโลกเลยทีเดียว

องค์การอาหารแห่งสหประชาชาติ หรือ The Food and Agriculture Organization หรือ FAO กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันดื่มนมโลก (World Milk Day) เพื่อให้ประเทศต่างๆ และองค์กรที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการบริโภคนม ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการบริโภคนม ด้วยการให้ความรู้และคุณประโยชน์ของนมให้แก่ประชาชน โดยปัจจุบันมีมากกว่า 35 ประเทศทั่วโลกที่ได้มีการจัดกิจกรรมวันดื่มนมโลก เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย เวียดนาม อังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน เดนมาร์ก เป็นต้น

สำหรับในประเทศไทย กิจกรรม “วันดื่มนมโลก” ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในปีนี้ โดยบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) จำกัด บริษัทผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ในกระบวนการผลิตและบรรจุอาหาร รวมถึงบรรจุภัณฑ์แบบปลอดเชื้อ หรือกล่องยูเอชที ร่วมกับมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และบริษัทผู้ผลิตนมพร้อมดื่มในประเทศไทย จัดกิจกรรมเผยแพร่เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของบริโภคนม เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคนมเพื่อช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และในปีนี้ กิจกรรม “วันดื่มนมโลก” จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พ.ค. 2551 ณ บริเวณลานด้านหน้า สยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป

นางกลอยตา ณ ถลาง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ไทย) จำกัด กล่าวว่า ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการบริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ ทั่วโลก พบว่า ในปี พ.ศ. 2550 มีการบริโภคประมาณ 242,000 ล้านลิตร สำหรับประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศอินเดียและจีน มีอัตราการบริโภคนมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในอินเดียมีอัตราการบริโภคนมในปี พ.ศ. 2550 ประมาณ 5 หมื่นล้านลิตร สูงเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2549 ประมาณ 1.4 พันล้านลิตร ส่วนประเทศจีน มีอัตราการบริโภคประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยล้านลิตรเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2549 ประมาณ 1.5 พันล้านลิตร ในขณะที่ญี่ปุ่นมีอัตราการบริโภคมากกว่า 6 พันล้านลิตรในปี พ.ศ. 2550

สำหรับในประเทศไทย อัตราการบริโภคนมยังค่อนข้างน้อย โดยมีปริมาณการบริโภคนมโดยรวมเพียง 1,600 ล้านลิตร โดยแบ่งเป็นการบริโภคนมยูเอชทีเฉลี่ย 10 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งทำให้คนไทยส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาขาดแคลเซียม และส่งผลให้ต้องเผชิญกับภาวะโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ

“นม” เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแท้จริง มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ (International Osteoporosis Foundation หรือ IOF) ระบุว่า นมและผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ เป็นอาหารพร้อมบริโภคที่หาได้ง่าย จัดอยู่ในกลุ่มอาหารที่มีแร่ธาตุแคลเซียมสูงที่สุด ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง โดยเป็นแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุด

และยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะให้ทั้งโปรตีนและเกลือแร่ที่สำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามิน นมช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง การสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกตั้งแต่อายุยังน้อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกแตกหักได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเมื่ออายุ 35 ขึ้นไป ร่างกายของคนเราจะค่อยๆ เริ่มสูญเสียกระดูกมากกว่าที่จะสร้างกระดูก วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยรักษากระดูก และเกิดการสูญเสียกระดูกน้อยที่สุด ก็คือ การดื่มนมเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอป้องกันความดันโลหิตสูง

จากการศึกษาพบว่า ธาตุอาหารใน “นม” ทั้งโปรแตสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ล้วนมีส่วนช่วยไม่ให้ความดันโลหิตสูงเกินกว่าปกติ เพื่อสุขภาพฟันที่ดี โดยปกติเนื้อฟันมีสารเคลือบที่ถือเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายของคนเรา ซึ่งประกอบด้วยแคลเซียม ฟันจึงต้องการแคลเซียมเพื่อช่วยเสริมสร้างให้ฟันแข็งแรงมีสุขภาพดี นมอุดมด้วยแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อฟัน มีโปรตีนที่ช่วยให้ฟันเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยเคลือบผิวฟันอีกด้วย ช่วยคุมน้ำหนัก หลายๆ คนหลีกเลี่ยงไม่ดื่มนมเพราะเชื่อว่า นมทำให้อ้วน แต่จริงแล้วๆ ไม่ว่าจะเป็นนมสด นมพร่องไขมัน หรือนมไม่มีไขมัน มีปริมาณไขมันแค่เพียง 3.9%, 1.7%, และ 0.3% เท่านั้น

“นม” เป็นเครื่องดื่มที่มอบความสดชื่นไม่แตกต่างจากน้ำดื่ม การดื่มนมเพียงหนึ่งหรือสองแก้วจะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น และยังทำให้ได้รับคุณค่าสารอาหารที่ร่างกายต้องการอีกด้วย นม 1 กล่อง กับทุกคุณค่าของสารอาหารที่ร่างกายต้องการ แคลเซียม สร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟันวิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานกับร่างกายแมกนีเซียม สร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อฟอสฟอรัส สร้างพลังงานให้กับเซลล์ในร่างกาย และทำให้กระดูกแข็งแรงโปรแตสเซียม ช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปกติโปรตีน สร้างเสริมการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอวิตามินบี 2 ทำให้ผิวหนังมีสุขภาพดีเหล็ก ช่วยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่คุณประโยชน์ของนมที่รู้กันทั่วไป และถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องกระตุ้นเตือนให้คนไทยทุกเพศทุกวัยหันมาบริโภคนมกันให้มากขึ้น

วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง???

ที่มา : หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *