วัฒนธรรมการทำงานของศตวรรษที่ 21

วัฒนธรรมการทำงานของศตวรรษที่ 21
เชื่อว่า ณ เวลานี้ทุกท่านคงคุ้นเคยกันดีกับคำว่า “วัฒนธรรมองค์กร” (Organization Culture) และ “วัฒนธรรมที่เน้นผลงานสูง” (High – Performance Culture) ซึ่งเป็นศัพท์ท็อปฮิตติดปากผู้บริหารทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารประเทศจนถึงผู้บริหารองค์กร ห้างร้านต่างๆ แม้กระทั่งในวงการศึกษาที่ผู้เขียนสังกัดอยู่ เรื่องของการสร้างความสามารถในการแข่งขันก็เป็นหนึ่งในนโยบายด้านการศึกษาเช่นกัน เพราะเมื่อสังคมธุรกิจต้องเร่งสร้างความพร้อมในการแข่งขัน นั่นย่อมหมายถึงการสร้างความพร้อมของพนักงานทุกระดับให้สามารถแข่งขัน แล้วพนักงานเหล่านั้นก็คือ อดีตนักเรียน นิสิต นักศึกษา ของสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่สถาบันต้องรับผิดชอบในการปลุกปั่นบ่มเพาะ อบรมผู้เข้ารับการศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ ตรงตามความต้องการของนายจ้าง
แม้กระทั่งตัวอาจารย์ผู้สอนเอง ในปัจจุบันสถาบันการศึกษาก็มีความเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพของผู้สอนมากขึ้น มีการตั้งระบบประเมินผลงานอย่างละเอียดถี่ถ้วน และประเมินคุณภาพอาจารย์บ่อยขึ้น กล่าวได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เหล่าอาจารย์จะทำตัวสบายๆ ถือว่าจบการศึกษาปริญญาเอกหรือปริญญาโทแล้ว ก็สอนแบบเดิมๆ ไป มองสภาพความเป็นไปของสังคมปัจจุบันจะเห็นว่าเรื่องของการแข่งขันนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเสียแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เด็กเล็กๆ อายุเพียง 2–3 ขวบ ก็ต้องแข่งกันเข้าโรงเรียนอนุบาลดังๆ ดูแล้วชีวิตของคนไทยเรานี้เคร่งเครียดจริงๆ เต็มไปด้วยการแข่งขันทั้งที่จำเป็นและที่ไม่จำเป็น ผู้เขียนเห็นเด็กๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในอังกฤษ หรือประเทศอื่นๆ ทางตะวันตกที่เรายกย่องว่ามีความเจริญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ดูระบบการศึกษาของเขานั้นไม่กดดันบีบสมองเด็กเท่าของไทยเราเลย ของญี่ปุ่นนั้นก็เคร่งเครียดเหมือนกัน แบบที่ว่าถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ เช่น มหาวิทยาลัยโตเกียวไม่ได้ เด็กถึงกับฆ่าตัวตาย เพราะพวกเขาเชื่อว่าถ้าเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ไม่ได้ แปลว่าหมดสิทธิในการได้งานดีๆ คิดดูสิคะว่าค่านิยมการแข่งขันนั้นทำคนถึงตายเชียวหรือ สังคมของเรากลายเป็นอะไรไปแล้ว?
แม้ว่าเรื่องของการแข่งขันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตตามหลักของ Charles Darwin ที่ว่าผู้ที่แข็งแรงที่สุด หรือเชื้อพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นจึงจะดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่ผู้เขียนคิดว่าเราควรหาสมดุลที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตของเราให้ได้ ทั้งในที่ทำงานและในชีวิตส่วนตัว ในที่ทำงานนั้นอยากให้ผู้บริหารร่วมคิดกันกับฝ่าย HR ในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลูกฝังให้พนักงานมีค่านิยม และทัศนคติที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการทำงาน และสร้างสมดุลระหว่างชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ด้วย เพราะโดยมากผู้บริหารจะเน้นเรื่องผลงานเป็นหลัก ส่วนพนักงานจะมีคุณภาพชีวิตส่วนตัวอย่างไรนั้นไม่สนใจ ชีวิตพนักงานที่เป็น High – Performers หรือ Top Talent นั้นมักมีรูปแบบคล้ายๆ กันคือ เรียนเก่งในมหาวิทยาลัย จบแล้วเข้าทำงานในบริษัทดังๆ ได้รับการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว ทำงานหนัก..หนักมาก… และหนักที่สุด จนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 40 ปลายๆ หรือ 50 ต้นๆ ซึ่งในเวลานั้นมักมีโรคประจำตัวรุมเร้า เช่นโรคหัวใจ ความดัน มะเร็ง เป็นต้น เพราะเขาเหล่านั้นมักไม่ค่อยมีเวลาในการดูแลตนเอง เงินทองที่หามาได้จึงต้องนำมาใช้รักษาสุขภาพตนเอง ถามว่า…แล้วมันคุ้มไหม? ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนค่านิยม และวัฒนธรรมในการทำงานของเราเสียใหม่
*วัฒนธรรมการทำงานสำหรับศตวรรษที่ 21 ต้องเน้นผลงาน และคุณภาพชีวิต
ผู้เขียนมีความเชื่อว่าผลงานที่ยอดเยี่ยมอันยั่งยืน ย่อมมาจากพลังสมองและร่างกายที่สมบูรณ์ของสมาชิกทุกคนในทีมงาน จากการศึกษาประวัติผู้บริหารและบริษัทชั้นนำของโลกที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ที่วงการธุรกิจให้การยกย่อง รวมทั้งการที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมเป็นผู้ตัดสินในโครงการ Best Employers in Asia และ Best Employers in Thailand ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวข้อมูล รวมทั้งประสบการณ์ที่มีคุณค่าจากบุคคลและองค์กรต่างๆ เช่น Bill Gates แห่ง Microsoft Jack Welch แห่ง GE Michael Dell แห่ง Dell Computer คุณธนินทร์ เจียรวนนท์ แห่ง CP ฯลฯ และเมื่อมีเวลามานั่งวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เหล่านั้น ทำให้ผู้เขียนพบว่าปัจจัยที่ทำให้ผู้บริหารและองค์กรเหล่านั้นประสบความสำเร็จ คือการมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง การที่มีวัฒนธรรมองค์กรแข็งแกร่งหมายความว่า บุคลากรในองค์กรทุกระดับมีความเข้าใจ ศรัทธา และประพฤติปฏิบัติตามวัฒนธรรมขององค์กร
*วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของการสร้างภาพ แต่เป็นภาพที่สะท้อนความเป็นจริง
จากประสบการณ์การให้คำปรึกษากับองค์กรต่างๆ ในบ้านเรา ผู้เขียนสังเกตว่าผู้บริหารและ HR มักจะมองเรื่องวัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อสายตาของบุคคลภายนอก เป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์เสียมากกว่าการเน้นเรื่องการปลูกฝังวัฒนธรรมให้เกิดในใจพนักงานอย่างแท้จริง และอย่างหยั่งรากลึก จริงอยู่ที่การมีวัฒนธรรมที่ดีจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร แต่ต้องเข้าใจว่าหากมีความประสงค์จะให้องค์กรมีผลงานระดับสูงอย่างต่อเนื่องยั่งยืน องค์กรจะต้องมีวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกในจิตใจของพนักงาน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะมุ่งเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ว่าบัดนี้องค์กรของข้าพเจ้ามีวิสัยทัศน์ ปณิธาน ที่เขียนร้อยเรียงด้วยถ้อยคำอันไพเราะลึกซึ้งมีความหมาย ผู้บริหารและ HR ควรคิดให้รอบคอบว่าองค์กรของเรามีจุดมุ่งหมายและวิธีการในการดำเนินงานที่สะท้อนค่านิยมอะไร ไม่ต้องห่วงว่าค่านิยมนั้นอาจฟังไม่ไพเราะรื่นหู เช่น ศรัทธาในความเท่าเทียมกันของความเป็นคน ไม่ส่งเสริมการเล่นเส้นสาย เน้นผลงานไม่ต้องประจบเจ้านาย ฯลฯ ค่านิยมเหล่านี้อาจฟังดูทื่อๆ แต่ถ้าเป็นค่านิยมที่สะท้อนจิตวิญญาณที่แท้จริงขององค์กร ซึ่งพนักงานทุกระดับมีความศรัทธาร่วมกัน แสดงว่าค่านิยมนั้น “เวิร์ก” สำหรับองค์กร
*วัฒนธรรมองค์กรแห่งศตวรรษที่ 21 เน้นผลงาน นวัตกรรม ความยืดหยุ่น จริยธรรม และคุณภาพชีวิต
ดังที่ได้กล่าวในข้างต้นว่าผู้เขียนได้ศึกษาถึงประวัติของผู้บริหารและองค์กรที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ยกย่อง และพบว่าพวกเขาล้วนได้สร้าง พัฒนา และรักษาวัฒนธรรมของเขาอย่างเป็นระบบและอย่างต่อเนื่อง การสร้างวัฒนธรรมก็เปรียบเสมือนการสร้างกรุงโรม เป็นเรื่องที่ใช้เวลา ไม่ใช่ว่านึกจะสร้างวัฒนธรรมก็นึกถึงวลีเพราะๆ เก๋ๆ ที่สังคมกำลังฮิตนำมาเขียนเป็นปณิธาน วิสัยทัศน์ และค่านิยมขององค์กร อย่างไรก็ตาม สำหรับศตวรรษที่ 21 ที่แม้จะมีความก้าวหน้ารุ่งเรืองของเทคโนโลยี แต่ก็มีความยุ่งยากวุ่นวายทางการเมือง มีวิกฤตการณ์ต่างๆ จากภัยธรรมชาติ ภัยผู้ก่อการร้าย ความเสื่อมโทรมของจริยธรรมของผู้นำ การขาดแคลนทรัพยากร ทำให้ผู้คนต้องแย่งกันทำมาหากิน ด้วยสภาวการณ์เช่นนี้ องค์กรที่ประสบความสำเร็จและยืนหยัดอยู่ได้มักมีวัฒนธรรมที่เน้นค่านิยมต่างๆ เหล่านี้ อันได้แก่
– ค่านิยมเน้นผลงานระดับสูง (High – Performing Organization) องค์กรที่จะ “อยู่ได้” ในยุคนี้ต้องหาจุดแข็งที่ตนมีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง แล้วสร้างจุดแข็งนั้นให้เป็นจุดเด่น เช่น บางองค์กรเด่นเรื่องการควบคุมต้นทุน เด่นเรื่องการพัฒนาตลาด เป็นต้น ผู้บริหารต้องทำการวิเคราะห์ร่วมกับลูกน้องแล้วกำหนดประเด็นเด่น พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าธุรกิจ เพราะเป้าธุรกิจคือหัวใจสำคัญของการบริหารที่เน้นผลงาน องค์กรชั้นนำล้วนมีเป้าธุรกิจที่ชัดเจน และมีมาตรฐานการทำงานที่การันตีว่าจะนำองค์กรไปสู่เป้านั้นๆ
– ค่านิยมเน้นนวัตกรรม (Innovative – Based Organization) หากต้องการเป็นผู้นำ อยู่แนวหน้าย่อมอยู่นิ่งไม่ได้ องค์กรต้องส่งเสริมให้พนักงานตื่นตัว กระฉับกระเฉงค้นหาสิ่งใหม่ๆ กระตุ้นและจัดสภาพแวดล้อมให้พนักงานเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา องค์กรเช่น Samsung มีศูนย์ส่งเสริมให้พนักงานทำการวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะ ทำให้ Samsung พัฒนาตนเองจากการเป็นผู้ลอกเลียนแบบ กลายเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วในช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา
– ค่านิยมเน้นความยืดหยุ่น (Flexible Organization) การมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าแข็งเป็นก้อนหินจนปรับเปลี่ยนอะไรไม่ได้ สภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงเสมอๆ วัฒนธรรมองค์กรที่มีประสิทธิภาพต้องถูกทบทวนและตรวจสอบได้อยู่ตลอดเวลาว่ายังเหมาะสมหรือไม่ หากไม่เหมาะสมต้องยืดหยุ่นให้มีการปรับเปลี่ยนได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนกันบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ อย่างนั้นไม่เรียกว่าเป็นวัฒนธรรมแล้ว แต่เป็น Campaign (การรณรงค์) ประจำสัปดาห์มากกว่า เหมือนโปรโมชั่นมือถือที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ น่ะ
– ค่านิยมเน้นจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม (Business Ethics and Social Responsibilities) จะทำธุรกิจเพื่อผลกำไรเป็นจุดหมายสำคัญยิ่งของธุรกิจ แต่ที่เพิกเฉยละเลยไม่ได้เด็ดขาดหากต้องการทำธุรกิจนานๆ ก็คือต้องเน้นการมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม คำกล่าวเก่าๆ ที่ว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ยังเป็นอมตะอย่างแน่นอน
– ค่านิยมเน้นคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคน (Quality of Worklife หรือ Wellness in the Workplace) มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร และไม่ควรทำงานแบบเครื่องจักร การสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตมนุษย์ให้ทำงานได้ผลดีและมีชีวิตส่วนตัวที่มีความสุขคือสิ่งท้าทายฝ่ายบริหารและ HR ในยุคนี้ ทำยังไงให้พนักงานรู้สึกว่าการทำงานและการแข่งขันเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เป็นเรื่องกดดันแต่เป็นเรื่องท้าทายน่าประลอง ซึ่งกลยุทธ์ในการสร้างสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมการทำงานให้พนักงานมีความรับผิดชอบในการบรรลุเป้าหมายอย่างสร้างสรรค์และสนุกกับมันนั้นต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์ของการจัดการระดับสูง ซึ่งผู้เขียนจะได้คุยให้ฟังในสัปดาห์หน้า สัปดาห์นี้ขอคุยเพียงเรื่องวัฒนธรรมองค์กรในศตวรรษที่ 21 ก่อนนะคะ
* หากท่านมีข้อเสนอแนะหรือคำถาม กรุณาติดต่อที่ : siriyupa.hrvariety@sasin.edu ข้อมูลและประสานงาน : คุณอารีย์ พงษ์ไชยโสภณ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *