'วนัสนันท์'จากพ่อค้าผักดอง สู่เจ้าตลาดของฝากเมืองเหนือ

‘วนัสนันท์’จากพ่อค้าผักดอง สู่เจ้าตลาดของฝากเมืองเหนือ
กลับจากแอ่วเมืองเชียงใหม่ครั้งใด นอกจากความอิ่มเอมใจทุกคราแล้ว สิ่งหนึ่งที่มักมีติดไม้ติดมือกลับมาด้วย เสมอ คือ ของฝากประเภทอาหารพื้นบ้านแสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล แคบหมู ผลไม้ดองต่างๆ อาทิ ท้อดอง บ๊วยดอง จนถึงผลไม้เมืองหนาวหลากชนิด ซึ่งปัจจุบันมีหลายเจ้า หลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ แต่ที่ฮิตติดปากในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะบรรดาทัวร์ต่างๆ คือ ตรากระต่าย หรือยี่ห้อวนัสนันท์ ศูนย์รวมของฝากและของที่ระลึกที่ครองความเป็นเจ้าตลาดอยู่ในเวลานี้
ชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เชียงใหม่วนัสนันท์ จำกัด กล่าวถึงความเป็นมาก่อนที่จะมาถึงวันนี้ของวนัสนันท์ว่า เป็นธุรกิจที่สืบต่อมาจากรุ่นพ่อ-แม่ ซึ่งเดิมมีอาชีพทำสวนผัก และก็มีโรงงานดองผักผลไม้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผักกาดดอง กระเทียมดอง ท้อดอง ไปขายที่ร้านในตลาดวโรรส
ต่อมาเมื่อถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปางตัดผ่านบริเวณสวนผัก ความเจริญก็เข้ามา ประกอบกับการจราจรภายในเมืองเชียงใหม่เริ่มมีปัญหา รถบัสท่องเที่ยวขนาดใหญ่เข้าเมืองไปซื้อของฝากมีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ทำให้เห็นโอกาสทางธุรกิจจากจุดนี้ ซึ่งนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลง จึงตัดสินใจก่อสร้างโชว์รูมขึ้นบนที่ดินที่เป็นโรงงานและสวนผักริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์
จากโชว์รูมขายสินค้าขนาด 300 ตารางเมตรในปี 2532 ขยายเพิ่มเป็น กว่า 2,000 ตารางเมตร บนเนื้อที่ 7 ไร่เวลานี้ จากสินค้าเริ่มต้นที่ผลิตเองมีเพียงของดองต่างๆ(ที่เหลือรับมาขายอีกต่อหนึ่ง) ถึงวันนี้ ผลิตภัณฑ์สินค้าของฝากของวนัสนันท์ มีให้เลือกซื้อหามากมายหลากหลายชนิด และส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ผลิตเอง แถมมีการนำเอาเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยเข้ามาใช้
สินค้าสร้างชื่อให้กับวนัสนันท์อย่างหนึ่ง คือ แหนมไบโอเทค โดยเป็นการนำเอางานวิจัยรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นงานวิจัยของรศ.ดร.ไพโรจน์ วิริยจารี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำมาพัฒนาต่อเนื่องอีก 4 ปี กลายมาเป็นสินค้าแหนมไบโอเทคในปี 2545 และเป็นแหนมรายแรกในประเทศไทยที่ อย.อนุญาตให้ให้คำว่า “กินได้ทันที”ในฉลากสินค้า
จากแนวคิดนี้ จึงนำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้านอื่นๆ เช่น น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ลาบคั่ว ตำขนุน ใส่กระป๋อง ใส่ซองฟรอยด์ แค่นำไปแช่ในน้ำร้อนก็กินได้ทันที เป็นการพัฒนาอาหารพื้นบ้านทางเหนือให้คนรู้จักมากขึ้น และหลีกเลี่ยงวัตถุกันเสีย
อาหารเหนือเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เมื่อได้ลิ้ม ได้ลอง ก็มักติดอกติดใจ และอยากซื้อกลับไปกินและเป็นของฝาก แต่ติดปัญหาเรื่องการถนอมอาหาร เนื่องจากวัตถุดิบหลักเป็นของพื้นบ้านทางเหนือ มักเสียง่าย
“วนัสนันท์เป็นเจ้าแรกๆที่พัฒนาอาหารอย่างจริงจัง อย่างแกงฮังเลใส่กระป๋อง ไม่มีใครเขาทำกัน อาหารเหนือซองฟรอยด์ โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ก็ไม่มีใครทำกัน”ชิดชัยกล่าวถึงก้าวย่างทางธุรกิจ
ภายหลังจากที่ฉายภาพความเป็นมาเป็นไปของธุรกิจให้ฟังแล้ว ชิดชัยย้ำว่า ตนเองให้ความสำคัญกับแบรนด์หรือยี่ห้อตามความหมายของภาษาจีนมาก ถือว่า เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง พร้อมกับเล่าถึงที่มาของแบรนด์วนัสนันท์และโลโกตรากระต่ายตลอดจนการสร้างชื่อให้ติดตลาดว่า
“วนัสนันท์ เป็นชื่อของพี่สาวคนที่ 5 เป็นคนที่มีหน้าที่ขายของที่ตลาดวโรรส ซึ่งตอนนั้นมีชื่อร้านว่า ตั้งเอกไช้ ต่อมาพี่สาวคนนี้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตั้งแต่นั้นมา เราจึงเปลี่ยนชื่อร้านมาเป็น วนัสนันท์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พี่สาวคนนี้”
ส่วนที่มาของโลโกตรากระต่าย เป็นปีเกิดของพี่สาวคนที่ 4 ซึ่งเป็นคนเดียว(ขณะนั้น)ที่เรียนจบปริญญาตรี และตอนนั้นทำงานมีเงินเดือน 20,000 กว่าบาทแล้ว แต่ต้องออกจากงาน เพื่อมาขายของแทนพี่สาวคนที่เสียชีวิต
“พี่สาวคนนี้(คนที่ 4) เป็นคนที่มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการสร้างแบรนด์วนัสนันท์ให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ”ชิดชัยกล่าวถึงบทบาทในการสร้างชื่อให้กับ
แบรนด์วนัสนันท์ของพี่สาวว่า
นอกจากมีร้านสินค้าที่เชียงใหม่ พี่สาวคนนี้ตั้งหน่วยออกไปขายสินค้าทั่วประเทศ ไปตามงานประจำปีต่างๆ เช่น งานไหมขอนแก่น งานพระปฐมเจดีย์ งานบุญเดือนสิบที่นครศรีธรรมราช
การที่เราไปขายสินค้าถึงที่ นอกจากการได้ขายสินค้า ยังทำให้รู้จักแบรนด์วนัสนันท์ หรือตรากระต่าย เวลานักท่องเที่ยวมาเที่ยวเชียงใหม่ ก็มักจะมีการฝากซื้อสินค้าของเรา “ซื้อกระเทียมดองตรากระต่ายมาฝากด้วยนะ” นี่เป็นวิธีการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำของเรา
“แทนที่เราจะไปลงโฆษณาตามสื่อต่างๆ เราก็ใช้วิธีตั้งหน่วยไปสื่อถึงที่ ไปขายให้เขาได้ชิม ได้ลองสินค้า ทำให้เราไม่มีต้นทุนด้านโฆษณา”
วนัสนันท์เริ่มทำแบบนี้ตั้งแต่ปี 2528 แทนที่จะไปทำขายส่ง เอาสินค้าไปลงตามที่ต่างๆ เช่นที่เถิน ลำปาง ตาก นครสวรรค์ ซึ่งก็มีคนทำมากมาย ทำไมต้องทำเหมือนคนอื่น ทำไมไม่ถึงลูกค้ามาหาถึงที่
“เราคิดของเราอย่างนี้ว่า เมื่อลูกค้ามาเชียงใหม่ ทำอย่างไรให้เขาคิดถึงสินค้าของเรา การที่เราบุกไปถึงที่ เป็นการไดเร็กต์เซลส์ ไปออกงานเดือนสิบ ทำให้คนนครศรีธรรมราช รู้จักกระเทียมดองของวนัสนันท์ ไปนครพนมคนก็รู้จัก ไปโคราชคนก็รู้จัก นี่เป็นการสร้างแบรนด์ของเรา
ชิดชัยขยายความให้ฟังอีกว่า วิธีการเช่นนี้ เหมาะกับเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว แขกต้องการมาเยือน ดังนั้นการไปประกาศให้คนรู้จักสินค้าก่อน พอมาถึงการดึงคนมาซื้อก็ง่ายขึ้น
“สิ่งที่ทำให้วนัสนันท์ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะเราไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างการนำเอางานวิจัยในรั้วมหาวิทยาลัยมาพัฒนาต่อ”
วันนี้สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า วนัสนันท์ คือ เบอร์หนึ่งในตลาดของฝากเชียงใหม่ เป็นแบรนด์เล็กในท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นมาเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ โดยก้าวย่างต่อไป ก็คือ การก้าวไปอีกขั้นด้วยการเป็นมือปืนรับจ้างผลิต หรือ OEM

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *