ลูกน้องคือกระจกเงาที่ดีของผู้นำ

ลูกน้องคือกระจกเงาที่ดีของผู้นำ
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2551
ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านเห็นด้วยกับสุภาษิตของไทยที่ว่า “ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่” หรือเปล่าครับ ผมเองเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากลูกสาวและภรรยาผม อย่างไรก็ดีสัปดาห์นี้ผมจะขอขยายสุภาษิตดังกล่าว ออกไปอีกหน่อยได้ไหมครับ เป็น “ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ดูนายให้ดูลูกน้อง” เนื่องจากถ้าเราอยากจะรู้ว่า เจ้านาย ผู้นำ หรือผู้บังคับบัญชาของแต่ละหน่วยงานมีบุคลิกภาพ คุณลักษณะ รวมทั้งแนวทางในการบริหารจัดการอย่างไร เราอาจจะดูได้จากตัวผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกน้องของท่านเหล่านั้นโดยตรง โดยที่ยังไม่ต้องเจอตัวผู้นำเลยก็ได้ครับ
ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ อย่างหนึ่งครับ นั่นคือเรื่องของ การตรงต่อเวลา ผมเองมีโอกาสเข้าร่วมประชุม สัมมนา ฯลฯ กับบริษัทและส่วนราชการต่างๆ จำนวนมากมาย และจะคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลาถึงเรื่องความตรงต่อเวลาของหน่วยงานต่างๆ และข้อสังเกตที่พบได้ก็คือ
ถ้าการเข้าประชุมของหน่วยงานไหน ที่บุคลากรในหน่วยงานมีความตรงต่อเวลา ก็จะพบว่าผู้ที่เป็นผู้บริหารของหน่วยงานดังกล่าว จะเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับเวลา ในขณะเดียวกันองค์กรที่ไม่ให้ความสำคัญของเวลา ไม่ว่าจะเป็นการประชุม หรือการเข้าห้องเรียน ห้องสัมมนา ก็มักจะพบว่าตัวผู้นำของหน่วยดังกล่าวก็มักปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
สาเหตุที่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเขียนในสัปดาห์นี้ เพราะอยากจะชี้ให้ท่านผู้อ่านเห็นว่า บรรดาผู้บริหาร ผู้นำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือหน่วยงานใดก็ตาม มักจะตั้งความคาดหวังในด้านต่างๆ กับตัวผู้ใต้บังคับบัญชา อยากจะให้ลูกน้องทำอย่างโน้น อย่างนี้ หรือเป็นอย่างโน้น อย่างนี้ แต่ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวท่านผู้บริหารก่อนนะครับว่า ท่านได้ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านเห็นหรือยัง
จริงๆ แล้ว หลักในการบริหารองค์กรหลายอย่าง ก็มีความคล้ายคลึงกับหลักการเลี้ยงดูลูก เหมือนกับที่ลูกๆ เราจะมองหรือปฏิบัติตัวตามผู้ปกครองหรือผู้ที่เลี้ยงดู การบริหารผู้ใต้บังคับบัญชาก็เช่นเดียวกันครับ ที่คนที่เป็นลูกน้องจะเฝ้ามองและติดตามพฤติกรรมของผู้ที่เป็นเจ้านาย และเลือกที่จะปฏิบัติตามการปฏิบัติตัวของเจ้านายมากกว่าการปฏิบัติตามคำพูดหรือคำสั่งของเจ้านาย
ทีนี้ถ้าเรามองย้อนกลับมาเป็นตัวลูกน้องดูนะครับ ถ้าเจ้านายของท่านสั่งงานหรือมอบนโยบายบางอย่างให้ปฏิบัติ อาทิเช่น ขอให้พนักงานทุกคนช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่พฤติกรรมของผู้ที่เป็นเจ้านายนั้น กลับตรงกันข้ามหรือไม่เป็นไปตามที่ได้สั่งงานหรือมอบนโยบายไว้ อาทิเช่น นอกจากจะไม่ประหยัดแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงการฟุ่มเฟือย และใช้จ่ายเงินของบริษัทโดยไม่มีเหตุจำเป็น ถ้าท่านผู้อ่านเจอเจ้านายที่มีลักษณะดังกล่าว ท่านจะเลือกปฏิบัติอย่างไร ปฏิบัติตามนโยบาย หรือตามการปฏิบัติตนของเจ้านาย
ลูกน้องอาจจะสงสัย ไม่เห็นด้วยต่อคำพูดหรือคำสั่งของเจ้านายได้เป็นเรื่องปกติ แต่ที่แน่ๆ คือลูกน้องจะให้ความเชื่อถือต่อสิ่งที่เจ้านายปฏิบัติ เรามักจะได้ยินคำนินทานายบ่อยๆ ว่า “ดีแต่พูด” หรือ “พูดได้ แต่ทำไม่ได้” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการที่เจ้านายจะพูดจาจูงใจ ชักแม่น้ำทั้งห้า หรือสั่งสอน ให้คำแนะนำใดๆ แก่ลูกน้องนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากก็คือ ผู้ที่เป็นเจ้านายจะต้องปฏิบัติตนตามสิ่งที่พูดออกไปด้วย
ถ้าย้อนกลับไปตัวอย่างเดิมเรื่องความตรงต่อเวลานั้น ถ้าเจ้านายคอยแต่พร่ำสอนลูกน้องให้ตรงต่อเวลา แต่ตนเองกลับไม่เคยแสดงออกถึงการให้ความสำคัญต่อการตรงต่อเวลานั้น สุดท้ายแล้ว ลูกน้องจะปฏิบัติตามหรือไม่ เพราะฉะนั้น ท่านที่เป็นเจ้านายต้องอย่าสร้างความสับสนให้กับลูกน้องของท่าน โดยการพูดอย่างแต่ปฏิบัติอีกอย่างนะครับ นอกจากจะสับสนแล้ว ยังทำให้ความน่าเชื่อถือในคำพูดของท่านลดน้อยลง
ผู้นำคือผู้ที่รับผิดชอบสำคัญต่อผลการดำเนินงานของทีมและลูกน้องที่ตนเองดูแล คนที่เป็นผู้นำจำนวนมาก ชอบที่จะมาปรึกษาเหมือนกันนะครับว่า จะนำหลักของการบริหารการเปลี่ยนแปลงมาใช้อย่างไร เพื่อให้ลูกน้องมีการเปลี่ยนแปลง พัฒนาการในทางที่ดีขึ้น ซึ่งคำถามหนึ่งที่ผู้นำเหล่านั้นควรจะถามตนเองก่อนทุกครั้งคือ ก่อนที่จะเปลี่ยนหรือพัฒนาลูกน้อง ท่านได้เปลี่ยนหรือพัฒนาตนเองหรือยัง
บางครั้งเราอาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่นะครับว่า คำว่าผู้นำนั้น แทนที่จะหมายถึงการชี้นำผู้อื่นนั้น บุคคลแรกที่เราควรจะเข้าไปชี้นำคือตัวเอง (ผู้นำ) ก่อนครับ ถ้าผู้นำอยากจะเปลี่ยนแปลงลูกน้อง ก็คงต้องย้อนกลับมาถามตนเองก่อนเหมือนกันนะครับว่า แล้วตนเองได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาหรือยัง ก่อนที่จะไปคิดพัฒนาผู้อื่น
สรุปก็คือ ผู้นำจะต้องทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องครับ เพราะลูกน้องจะปฏิบัติตามตัวผู้นำ เหมือนกับว่าลูกน้อง คือกระจกเงาสะท้อนตัวตนของผู้นำครับ ท่านที่เป็นผู้นำทั้งหลายลองหยุดแล้วถามตัวเองสักนิดหนึ่งนะครับว่า ปัจจุบันท่านกำลังทำตัวเป็นตัวอย่างในลักษณะใดให้ลูกน้องดูอยู่ ถ้าตัวอย่างที่ท่านผู้อ่านแสดงออก แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ไม่ผิดจริยธรรม มีความรู้ ความสามารถ มุ่งเน้นผลงาน มีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ก็แสดงว่าท่านกำลังปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับลูกน้องท่าน แล้วสุดท้าย ลูกน้องของท่านก็จะเป็นเหมือนกระจกเงา สะท้อนภาพสิ่งต่างๆ เหล่านี้ออกมา ซึ่งย่อมนำไปสู่ความเติบโตขององค์กร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *