สุขภาพ : ลดปวดบ่า ปวดหลัง ระหว่างทำงาน

สุขภาพ : ลดปวดบ่า ปวดหลัง ระหว่างทำงาน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มหนุ่มสาวออฟฟิศสมัยใหม่ และมีไลฟ์สไตล์การทำงานแบบนั่งกับโต๊ะวันละเกือบ 8 ชั่วโมง ต้องวุ่นวายอยู่กับเอกสารกองโต หรือคร่ำเคร่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า ร่างกายสะสมความอ่อนเพลียและเมื่อยล้าเพียงใดจากการมีกิจวัตรเช่นนี้ทุกวัน
หลายคนที่คิดว่าความอ่อนล้าและอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและร่างกายเป็นเรื่องธรรมดาของคนทำงาน หากได้พักผ่อนก็จะหายไปเอง คงต้องคิดซะใหม่ และต้องเอาใจใส่อาการปวดหลังปวดบ่ากันอย่างจริงจัง

คนทำงานช่วงอายุ 25-45 ปี มักประสบปัญหาอาการปวดบ่าและปวดหลัง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการนั่งที่ผิดวิธี เช่น นั่งหลังงอ หรือนั่งไขว่ห้าง ซึ่งน้ำหนักจะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจนทำให้กระดูกสันหลังคด การทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือพิมพ์งานนานๆ กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และคอจะเกร็ง จึงปวดเมื่อยบริเวณบ่าและคอ หากสะสมนานๆ อาจกลายเป็นโรคปวดหลังเรื้อรังได้ ในบางรายที่มีอาการปวดศีรษะตามมา เนื่องจากกล้ามเนื้อที่หดตัวนั้นไปกดทับเส้นเลือด ทำให้เลือดมาเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ

ส่วนคุณผู้หญิงที่ยืนหรือเดินบนรองเท้าส้นสูงนานๆ เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณน่อง ไล่มาทั้งขา สะโพก เอว จนทำให้กระดูกสันหลังช่วงเอวแอ่นตัวไปข้างหน้า กล้ามเนื้อหน้าท้องอ่อนกำลัง ไขมันจึงสะสมได้ง่าย หากกล้ามเนื้อไม่ได้ออกกำลัง อาจทำให้หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนไปตามการแอ่นของกระดูกสันหลัง มากดทับเส้นประสาทขา จนกลายเป็นอัมพาตช่วงขาได้

เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดบ่าและหลัง คุณสามารถเริ่มฝึกด้วยตัวเองง่ายๆ ให้รู้จักใช้ร่างกายอย่างถูกวิธี นั่นคือ นั่งตัวตรงถ่ายเทน้ำหนักไปที่ก้นทั้งสองข้างเท่าๆ กัน แนวขาทำมุม 90 องศากับแนวสะโพก เพื่อกระจายแรงที่จะไปกดทับกระดูกสันหลัง ควรเปลี่ยนท่าทางอิริยาบถจากนั่งเป็นยืนหรือเดินเสียบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว เปิดการไหลเวียนของเลือด

แนะนำการออกกำลังกายแบบง่ายๆ ระหว่างวันทำงานซึ่งก็เป็นทางออกที่ดีเพื่อลดอาการปวดบ่าและหลัง ได้แก่

1.หมุนคอและบิดลำตัวอย่างช้าๆ เพื่อให้มัดกล้ามเนื้อทุกเส้นใยได้ออกแรง ซึ่งการทำอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนต่อข้อกระดูกที่อาจเคลื่อนตัว และส่งผลถึงเส้นประสาทและการทำงานของร่างกาย

2.ฝึกการหายใจเข้า-ออก ในลักษณะแขม่วท้องเพื่อให้แรงดันจากกล้ามเนื้อช่วยปรับกระดูกสันหลังช่วงเอวให้เข้าที่ ช่วยให้ช่วงอกยืดตัวหลังจะได้ไม่ค่อม

ส่วนปัญหาการปวดบ่าและหลังที่เกิดขึ้นกับร่างกายเป็นประจำทุกวัน อาจทำให้บางคนเกิดความเคยชินและมองว่าอาการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้วอาการปวดเรื้อรัง ก่อทั้งความรำคาญและทำลายความสุขในการใช้ชีวิต หรืออาจถึงขั้นทำให้โครงสร้างร่างกายเสียสมดุล ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานต่างๆ กล้ามเนื้ออ่อนล้าและร่างกายอ่อนแรงในที่สุด

สำหรับหนุ่มสาวทำงานที่ยังมีอาการปวดไม่รุนแรง หากใส่ใจดูแลรักษาตั้งแต่เริ่มต้นด้วยตัวเอง จะสามารถป้องการการปวดเรื้อรังได้ แต่บางรายที่มีอาการปวดเข้าขั้นเรื้อรัง จนไม่สามารถออกกำลังหรือดูแลรักษาได้ด้วยตัวเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัด และแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อจะดีที่สุด

ที่มา: โรงพยาบาลเวชธานี

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *