รู้ทันกล้องแอบถ่าย

รู้ทัน”กล้องแอบถ่าย”
ก่อนเป็นเหยื่อรายต่อไป!!

กลายเป็นเรื่องถกเถียงในวงกว้างอย่างหนาหู เกี่ยวกับการป้องกันกล้องแอบถ่าย หลังจากมีข่าวเจ้าของหอพักแอบนำกล้องวงจรปิดไปซุกซ่อนไว้ในห้องของผู้เช่า เพื่อซุ่มดูพฤติกรรมทั้งนักศึกษาสาวและหนุ่มเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นภัยใกล้ตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งในที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนตัว

ไม่แน่ตอนนี้มันอาจจ้องมองคุณอยู่!!! เนื่องจากขนาดของกล้องพัฒนาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถตบตาเหยื่อไม่ให้สงสัยได้ และเพื่อให้รู้เท่าทันวิวัฒนาการรวมถึงกลวิธีของนักแอบถ่าย จึงเป็นเรื่องที่ทุกคน ควรรู้และคลี่คลายถึงเคล็ดลับการตรวจจับอย่างถูกต้อง

ในมุมของ ผศ.ศิริวัฒน์ หงส์ทอง หัวหน้าภาควิชา เทคโนโลยีวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มองถึงกล้องแอบถ่ายที่มิจฉาชีพนิยมว่า ส่วนใหญ่เป็น กล้องธรรมดาแบบไร้สาย โดยถ่ายภาพวิดีโอได้เมื่อพื้นที่นั้นมีแสงสว่าง กระบวนการทำงานใช้ถ่านไฟฉายหรือถ่านนาฬิกาจ่ายไฟให้กับตัวกล้อง และส่งสัญญาณไปยังเครื่องรับที่แปลสัญญาณเป็นภาพบนจอทีวี ซึ่งระยะการทำงานของเครื่องส่งและรับจะไม่ไกลกว่า 15 เมตร ขณะเดียวกันกล้องชนิดนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสายไฟรับส่งข้อมูลไปยังปลายทางในระยะที่คนร้ายได้โยงสายไฟ

ที่ผ่านมากล้องธรรมดาที่ใช้ในการแอบถ่ายส่วนใหญ่มีการดัดแปลงถอดชิ้นส่วนตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่ออกเหลือเพียงตัวกล้องเพื่อง่ายแก่การหลบซ่อน แต่ขณะนี้ มีกล้องแอบถ่ายดัดแปลงเป็นนาฬิกา กระดุม ปากกา และไฟแช็ก ซึ่งแหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น

อีกประเภทเป็นกล้องอินฟราเรด มีกระบวนการทำงานด้วยการยิงแสงอินฟราเรดไปยังวัตถุเป้าหมายแล้วแสงเหล่านั้นจะสะท้อนกลับมาที่กล้อง ภาพที่ออกมามีลักษณะขาวดำ แต่จะพิเศษกว่ากล้องทั่วไปตรงที่สามารถส่องเห็นวัตถุแม้ไม่มีแสง กลุ่มของนักแอบถ่ายมักไม่นิยมใช้กล้องแบบนี้เนื่องจากไม่มีสี แต่ในบางกรณีกล้องบางรุ่นออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งกล้องธรรมดาที่มีสีกับกล้องอินฟราเรดที่ใช้ได้เมื่อเวลาไม่มีแสง

ด้านการสังเกตกล้องแอบถ่าย ผศ.ศิริวัฒน์ ให้ความคิดเห็นว่า ค่อนข้างทำได้ยาก เนื่องจากกล้องมีขนาดเล็ก ขณะเดียวกันวิธีการสำรวจที่ว่า หากมีกล้องแอบถ่ายแบบไร้สาย เมื่อใช้โทรศัพท์มือถือจะไม่มีสัญญาณหรือไม่สามารถโทรฯออกได้ ซึ่งเป็นไปได้ยากเนื่องจากกล้องแอบถ่ายส่วนใหญ่ใช้คลื่นความถี่ในการส่งสูงกว่าคลื่นมือถือ ในบางกรณีที่คลื่นของกล้องแอบถ่ายกับมือถือมีความถี่ชนกัน จึงทำให้โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณหรือโทรฯออกไม่ได้

ส่วนอีกกรณีที่ให้ทด สอบด้วยการนำกล้องมือถือถ่ายตรงจุดต้องสงสัยว่ามีกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่หรือใช้รีโมตเครื่องใช้ไฟฟ้ากดปุ่มใดก็ได้ตรงบริเวณที่สงสัย ซึ่งเมื่อภาพที่ถ่ายออกมาจะมีจุดสีแดง ในทางวิชาการจะไม่สามารถใช้ได้กับกล้องธรรมดาทั่วไป แต่สามารถช่วยได้ในกรณีเป็นกล้องแอบถ่ายแบบอินฟราเรด

ขณะที่กล้องแอบถ่ายที่มีการเดินสายไฟ เหยื่อต้องใช้การสังเกตสิ่งผิดปกติโดยรอบ เช่น การเดินสายไฟที่พวกนี้จะเดินสายไฟทีหลังและไม่มีความเรียบร้อย ซึ่งหากให้ดีควรไล่สายไฟแต่ละเส้นว่าได้รับการต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ ด้านในพื้นที่สาธารณะต้องสำรวจวัตถุต้องสงสัยที่วางอยู่ในระยะ 2 เมตร เนื่องจากกล้องพวกนี้จับระยะได้ไกลสุด

“ด้วยความที่กล้องแอบถ่ายเหล่านี้หาซื้อได้ง่าย ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพสามารถหาอุปกรณ์มาสนองความต้องการที่มีให้เลือกได้หลายรูปแบบ คนไม่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีก็สามารถนำมาดัดแปลงใช้ได้ จึงเป็นอีกปัญหาสังคมที่ต้องจับตามอง ดังนั้นเหยื่อควรสำรวจมุมห้องเช่น ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เป็นจุดล่อแหลมของการแอบถ่ายหรือกระจกที่ลองเสื้อผ้าซึ่ง มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มคนเหล่านี้จะนำกล้องไปซ่อนไว้หลังกระจกที่ด้านในสามารถมองเห็นคนด้านนอกได้ ดังนั้นผู้ที่ใช้ห้องลองเสื้อผ้าสาธารณะควรมีเสื้อผ้าปกปิดจุดสำคัญไว้บ้าง” ผศ.ศิริวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *