รูปสลักโมอิ

รูปสลักโมอิ

รูปสลักโมอิอยู่ที่เกาะอีสเตอร์ซึ่งถือเป็นสถานที่อันโดดเดี่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งนี้เพราะเกาะซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด คือเกาะปีทเชียน (Pitcain Island) อยู่ห่างจากเกาะอีสเตอร์ประมาณ 1,100 ไมล์ และอยู่ห่างจากหมู่เกาะชิลี (Chile) 2,000 ไมล์ เกาะอีสเตอร์เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ยาวเพียง 25 กม.มีเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางไมล์ มีคนอาศัยราว 150 คน ชาวยุโรปพวกแรกที่มาเยือนเกาะนี้คือ นักเดินเรือพวกดัตช์ และต่อมาก็คือกัปตันเจมส์ คุก มีการบันทึกว่าบนเกาะนี้มีการนับถือรูปปั้นหินขนาดยักษ์ไม่ต่ำกว่า 200 ชิ้น
ประวัติ
รูปสลักคนนั่งคุกเข่าจากยุคแรกซึ่งเริ่มประมาณปี ค.ศ. 380 สลักขึ้นจากหิน และกากแร่ภูเขาไฟหรือหินบะซอลต์ รูปสลักหินในยุคถัดมาหรือยุคกลางเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1100 เป็นรูปสลักที่เรียกว่า “โมอาอิ”(Moai) ที่เห็นโดดเด่นทั่วไปบนเกาะนี้ รูปสลักนี้มีลำตัวส่วนบนเหมือนผู้ชาย ส่วนศีรษะหน้าตาเป็นแบบเดียวกัน ดวงตาเป็นวัสดุอื่นฝังอยู่ในเนื้อหิน และติ่งหูยาว สูงตั้งแต่ 6 ฟุตถึง 30 ฟุต บางรูปมีน้ำหนักถึง 50 ตัน รูปสลักโมอาอิจะตั้งอยู่บนฐานหินที่เรียกว่า “อาฮู”(Ahu) แต่ละก้อน ซึ่งรองรับรูปสลักได้ถึง 12 รูป ในช่วงหลายร้อยปีของยุคกลางนี้ มีการสร้างรูปสลักขนาดใหญ่โตมโหฬารขึ้นเรื่อย ๆ และต่อมามีการเพิ่มเติมส่วนจุกสีแดง หรือ “พูคาโอ”(Pukao) บนยอดศีรษะด้วย เชื่อกันว่ารูปสลักแปลกเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์แทน หัวหน้าเผ่าผู้ล่วงลับที่กลายเป็นเทพเจ้าไปแล้ว

ยุคที่สามหรือยุคหลังเริ่มในราวปีค.ศ. 1680 ตรงกับช่วงเวลาที่ชนพื้นเมืองสองเชื้อชาติ ซึ่งเคยอยู่ร่วมกันมาอย่างสงบเกิดทะเลาะและทำสงครามกัน การวิวาทอาจเกิดเพราะป่าไม้เริ่มหมด พวกเขาไม่สามารถหาอาหารหาไม้มาต่อเรือได้ สภาพดินก็เริ่มเสื่อมโทรม เมื่อข้าวปลาอาหารลดน้อยลง ชนพื้นเมืองสองเผ่าคือ พวกหูยาว จากอเมริกาใต้ ที่มีอิทธิพลในสังคมมากกว่า และพวกหูสั้น จากเกาะแถบโพลีนีเซียก็เริ่มต่อสู้กัน แต่พวกหูสั้นกลับได้ชัยชนะ (เล่าสืบกันมาว่าพวกผู้หญิงและเด็กถูกจับกิน) ในระหว่างการต่อสู้ พวกหูสั้นบุกยึดฐานหินได้และโค่นรูปสลักลงมากมาย ตามที่ผู้มาเยือนเล่าไว้ เกิดสงครามและความอดอยากขึ้นบ่อย ๆ ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อประเทศชิลี ผนวกเกาะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในปี ค.ศ. 1888 ประชากรก็เพิ่มจำนวนขึ้นจนได้อยู่เห็นเกาะนี้กลายเป็นดินแดนปริศนาอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *