รีโมตคอนโทรล ซีอีโอ ตอนที่ 2

รีโมตคอนโทรล ซีอีโอ ตอนที่ 2
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 25 ตุลาคม 2548
เนื้อหาในสัปดาห์นี้ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วในเรื่องของรีโมตคอนโทรลซีอีโอ ที่ผู้บริหารสูงสุดจำกัดเวลาในการเข้าไปนั่งทำงาน เพียงแค่สัปดาห์ละหนึ่งวัน โดยผู้บริหารท่านนี้ชื่อ Stephen McDonnell เป็นเจ้าของและผู้บริหารสูงสุดของบริษัทที่ขายเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์อาหารจากเนื้อสัตว์ที่ปลอดสารพิษ (Organic and Natural Meat Company) ชื่อ Applegate Farms ในสหรัฐอเมริกา และบริษัทนี้ก็มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจมาก ทำให้เกิดประเด็นที่น่าสนใจว่าทำไมบริษัทที่ผู้บริหารสูงสุด เข้ามาทำงานเพียงแค่อาทิตย์ละวัน ถึงยังเติบโต และประสบความสำเร็จอยู่ได้
จริงแล้วไม่ใช่แค่ตัวซีอีโอคนเดียวนะครับ บริษัทนี้มีผู้บริหารสูงสุดอยู่สี่คน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มาทำงานทุกวัน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาศัยอยู่ห่างไกลออกไป และเข้ามาที่บริษัทประมาณสี่ถึงหกสัปดาห์ต่อครั้ง ในขณะเดียวกัน ผู้จัดการฝ่ายขายอาศัยอยู่ในคนละรัฐกับตัวที่ตั้งของบริษัท เนื่องจากจะได้อยู่ใกล้กับครอบครัว ดูแล้วน่าแปลกใจมากนะครับ ส่วนผู้ที่เข้ามาที่ทำงานทุกวันเป็น COO (Chief Operating Officer) ที่ดูแลในเรื่องของงานทั่วๆ ไป และการตัดสินใจปกติ เวลาผู้จัดการฝ่ายต่างๆ จะคุยกับซีอีโอ ก็ใช้วิธีโทรศัพท์คุยกันเป็นหลัก หลังจากนั้น บรรดาผู้จัดการฝ่ายก็จะจดบันทึกในสิ่งที่ได้คุยกัน และส่งอีเมลมาให้ซีอีโอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุยกันในเรื่องเดียวกัน
อย่างที่เรียนไว้ในครั้งที่แล้วนะครับว่า บริษัทนี้ถึงแม้จะเป็นบริษัทขนาดกลางและเล็ก แต่สิ่งที่โดดเด่นคือระบบข้อมูลสารสนเทศ ที่ตัวซีอีโอ ไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัทแต่ก็จะทราบข้อมูลทุกอย่างในบริษัทชนิดเกือบจะทันทีทันใด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลยอดขายต่อสัปดาห์แยกตามพนักงานและลูกค้า การเคลื่อนไหวของยอดสินค้าคงเหลือต่างๆ ฯลฯ
นอกจากนี้ ที่บริษัทยังมีระบบฐานข้อมูลที่เรียกว่า Metrix ที่พนักงานทุกคนจะต้องใช้เวลา 10-15 นาทีต่อสัปดาห์ ในการให้คะแนนตนเอง และลูกน้องโดยตรง ด้วยคะแนนหนึ่งถึงห้า ในงานทุกอย่างที่บุคคลผู้นั้นรับผิดชอบ เช่น พนักงานประจำคลังสินค้า จะถูกให้คะแนนในเรื่องของความผิดพลาด ถูกต้องในการหยิบสินค้า พนักงานขายจะถูกให้คะแนน โดยดูจากยอดขายเปรียบเทียบกับค่าพยากรณ์ ซีอีโอจะเห็นข้อมูลนี้ทุกสัปดาห์ และจะคอยอีเมล หรือให้ความเห็นในการปรับปรุงการทำงาน ซึ่งตัวซีอีโอเองเขามองว่าเขากำลังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทของเขาเอง
ทีนี้ในทุกวันพุธของสัปดาห์ตัวซีอีโอก็จะเข้าไปบริษัท โดยสิ่งที่ทำหลักๆ ในวันนั้นคือการประชุมร่วมกันผู้บริหารทุกสาย โดยยังมีประเด็นน่าสนใจอีกนะครับว่าประชุมวันละสองครั้งๆ ละ 10-15 นาทีเท่านั้นเอง แถมเป็นการยืนประชุมอีกต่างหาก (ประชุมอย่างเดียวจริงๆ ครับ ไม่เหมือนในบ้านเรา ประชุมทีเหมือนนั่งแช่กันนานๆ แถมมีกาแฟและอาหารว่างเสิร์ฟอีกต่างหาก) การประชุมลักษณะนี้ ซีอีโอเขาเรียกว่า The Huddle เหมือนการประชุมในการเล่นอเมริกันฟุตบอล และการประชุมในลักษณะนี้วัตถุประสงค์นั้นไม่ใช่เพื่อให้ได้ข้อมูลหรอกนะครับ แต่เพื่อให้ซีอีโอได้รับทราบความรู้สึก และทัศนคติของลูกน้องต่อประเด็นต่างๆ (การพูดคุยในลักษณะเห็นหน้าตา จะทำให้ได้ข้อมูล มากกว่าการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างเดียว)
พนักงานส่วนใหญ่ของบริษัทนี้ยังมีอายุที่น้อยอยู่ และไม่เคยทำงานที่อื่นมาก่อน ดังนั้น ทุกคนจึงไม่เห็นชีวิตการทำงานแบบปกติว่าเป็นอย่างไร
ดังนั้น ก็เลยไม่มีใครคัดค้านหรือแสดงอาการไม่เห็นด้วยต่อการที่ซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงของตนไม่เข้ามาทำงาน แถมบรรดาพนักงานยังบอกอีกด้วยนะครับว่า ตัวซีอีโอเองเป็นคนที่อยู่ด้วยยาก ดังนั้น ทุกคนจึงเห็นเป็นเสียงเดียวเลยว่า ถ้าตัวซีอีโอเข้ามาทำงานที่บริษัทอย่างสม่ำเสมอ จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือเดือดร้อนมากกว่าเดิม ซึ่งตัวของซีอีโอเองก็รู้ตัวเองดีนะครับ ซึ่งพนักงานที่บริษัทเขาก็สรรเสริญตัวซีอีโอว่าคงจะมีซีอีโอเพียงไม่กี่คน ที่จะรู้จักและยอมรับตัวเองได้ขนาดนั้น (ท่านผู้อ่านลองสำรวจแถวๆ บริษัทท่านดูกันนะครับ)
Stephen McDonnell ซึ่งเรียกตนเองว่าเป็น Remote Control CEO นั้น ได้ให้คำแนะนำสำหรับบรรดาผู้บริหารสูงสุดท่านอื่น ที่อยากจะทำตัวเหมือนเขา ในการบริหารองค์กรของตนเองจากที่บ้านไว้ดังนี้ครับ
1) Visibility นั้นคือผู้บริหารระดับสูงทุกคนจะต้องสามารถเห็นข้อมูลสำคัญของบริษัทได้ตลอดเวลา และใช้การประชุมประจำสัปดาห์และเดือน โดยใช้ข้อมูลเหล่านั้นเป็นจุดศูนย์กลางในการประชุม และมุ่งเน้นที่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นหลัก
2) Replication โดยจะต้องว่าจ้างและพัฒนาพนักงานให้สามารถอ่าน และวิเคราะห์ข้อมูลได้ในลักษณะเดียวกับ ผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งให้ความสำคัญกับข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ทั้งในแง่ของความถูกต้อง ตรงเวลา และการใช้งาน
3) Consciousness จัดให้มีเวทีกลาง (ส่วนใหญ่ผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต) ในการให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น และประเด็นปัญหาต่างๆ
4) Weekly Meetings ใช้การประชุมประจำสัปดาห์ให้เป็นประโยชน์ พยายามโยงประเด็นสำคัญเข้าสู่การประชุม อย่าตัดสินใจเองเป็นหลัก มิฉะนั้น จะกลายเป็น Micromanagement
5) Park the Ego ทำตัวและใจให้สบายว่าองค์กรของท่านไม่ต้องการตัวท่านในทุกสถานการณ์ ยิ่งถ้าเป็นแบบนั้นได้แสดงว่า ท่านได้สร้างระบบในการบริหารที่ดี และมีทีมที่ดีแล้ว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าองค์กรไม่ต้องการตัวผู้บริหารสูงสุดอีกต่อไปนะครับ เพียงแต่ต้องการตัวผู้บริหารสูงสุดสำหรับการมองไปในอนาคต
เป็นอย่างไรบ้างครับ หลักการของ Remote Control CEO ลองนำไปปรับใช้กันบ้างก็ได้นะครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *