รักกุ๊กกิ๊กแรงทะลุพันล้าน + แจ่มใส

รักกุ๊กกิ๊กแรงทะลุพันล้าน + แจ่มใส ยิ้มรับยอดพุ่งเกือบ 20% ยันตลาดโตต่อเนื่องทุกปี 10-15%

Source – เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ (Th)Monday, July 21, 2008 15:01 http://www.thannews.th.com

ตลาดพ็อกเกตบุ๊กรักหวานแหววแรงไม่หยุด มูลค่าตลาดรวมทะลุ 1,000 ล้านบาท จากตลาดรวมพ็อกเกตบุ๊ก 10,000 ล้านบาท “แจ่มใส” สำนักพิมพ์ต้นแบบนิยายรักเกาหลี บุกขยายตลาดใหม่ จับซีรีส์กุ๊กกิ๊กไต้หวันทำพ็อกเกตบุ๊กวางแผง เจาะตลาดวัย 18 ปีอัพ พร้อมทุ่มงบตลาดเพิ่มอีก 5% ลุยสร้างแบรนด์ ตีกันคู่แข่งนักเลียนแบบ มั่นใจสิ้นปีโกยรายได้เติบโตเฉียด 20% ขณะที่รายได้ครึ่งปีแรกเติบโตไปแล้ว 10-15%

นายศักดิ์ชัย วิจัยธรรมฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แจ่มใส พับลิชชิ่ง จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดพ็อกเกตบุ๊กประเภทนิยายรักหวานแหววยังมาแรง จากตลาดเมื่อ 3-4 ปีก่อน ที่เติบโตเป็น 100% ปัจจุบันยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยปีละ 10-15% จากมูลค่าตลาดรวมปัจจุบันกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดรวมหนังสือมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้ตลาดพ็อกเกตบุ๊กโดยรวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยพ็อกเกตบุ๊กประเภทนวนิยายรักยังคงโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10% เช่นกัน

ส่วนแจ่มใส ซึ่งถือเป็นผู้นำในตลาดพ็อกเกตบุ๊กประเภทนวนิยายรัก ครึ่งปีที่ผ่านมายอดขายเติบโตแล้วประมาณ 10-15% โดยในงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 7 เมษายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธของแจ่มใส ได้รับความนิยมมาก ถึงขนาดต้องแจกบัตรคิว และต้องนัดเวลาในการรับหนังสือ คาดว่าจนถึงสิ้นปียอดขายของแจ่มใส จะเติบโตเฉลี่ยเกือบ 20% โดยบริษัทได้ขยายตลาดพ็อกเกตบุ๊กใหม่ ตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมา ได้แก่ นิยายรักจากไต้หวัน ภายใต้ชื่อ “มากกว่ารัก” ซึ่งเป็นที่นิยมมากในตลาดไต้หวัน และกำลังได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักอ่านคนไทย

นวนิยายรักของแจ่มใส แบ่งออกเป็น 5 หมวด ได้แก่ ความรู้สึกดี…ที่เรียกว่ารัก เจาะกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัย จนไปถึงผู้ใหญ่, แจ่มใส เลิฟซีรี่ส์ เจาะตลาดผู้หญิงอายุระหว่าง 12-18 ปี, สวีท เอเชียน เป็นหนังสือแปลจากเกาหลี ญี่ปุ่น, ดรีมแลนด์ ออฟ เลิฟ เป็นเรื่องของความรักแนวแฟนตาซี และล่าสุด “มากกว่ารัก” เจาะตลาดผู้อ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยแนวเรื่องของ “มากกว่ารัก” เป็นนวนิยายรักกุ๊กกิ๊ก ที่เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนบรรยากาศ จากเกาหลี หรือญี่ปุ่น มาเป็นไต้หวัน ขณะนี้นิยายรัก “มากกว่ารัก” วางจำหน่ายไปแล้ว 8 ปก จนถึงสิ้นปีคาดว่าจะวางจำหน่ายทั้งหมด 20 ปก

“ขณะนี้ตลาดนวนิยายรักได้เปลี่ยนจากรูปแบบเดิม มาเป็นรูปแบบใหม่ ที่เป็นรักแนวหวานแหววสไตล์เกาหลี โดยแจ่มใสถือเป็นผู้นำตลาด โดยขณะนี้ตลาดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง มีความไดนามิกมากขึ้น คนไทยให้ความสนใจกับนวนิยายรักที่แต่งโดยคนไทยเองมากขึ้น สำหรับแจ่มใสเองขณะนี้มีสัดส่วนของนวนิยายที่แต่งโดยคนไทยออกสู่ตลาดประมาณ 50-60% และมีผู้แต่งในสังกัดมากถึง 60-70 คน” นายศักดิ์ชัยกล่าวและว่า ขณะนี้สำนักพิมพ์ได้รับการติดต่อจากผู้ผลิตละครไทยจากหลายๆ ช่อง ที่ต้องการนำนวนิยายรักที่แต่งโดยคนไทยไปสร้างเป็นละคร

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า ตลาดนวนิยายรักแนวนี้ ได้รับความสนใจมากจากตลาด ทำให้มีคู่แข่งมากกว่า 20 สำนักพิมพ์ ดังนั้น เพื่อสร้างความต่างและรักษาส่วนแบ่งตลาดของแจ่มใส ซึ่งมีอยู่กว่า 40% แจ่มใส จึงให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมการตลาด เพื่อสร้างให้เกิด Brand Awareness กับแบรนด์ นอกเหนือจากการทำกิจกรรมเปิดตัวหนังสือทั่วไป โดยปีนี้บริษัทใช้งบการตลาดเพิ่มขึ้นกว่าเดิมประมาณ 5% และปีหน้าจะเพิ่มงบมากขึ้นสำหรับการสร้างแบรนด์

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหนังสือ เช่น การพิมพ์เปเปอร์โมเดล เป็นภาพการ์ตูนน่ารักสี่สีเพิ่มลงไปในพ็อกเกตบุ๊กแต่ละเรื่อง โดยจะทำตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2551 หลังจากนั้นจะเปลี่ยนรูปแบบ เพื่อสร้างเป็นสีสันใหม่ๆ ให้กับผู้อ่าน และยังเป็นการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งมีการเลียนแบบมากขึ้นในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ แจ่มใส ยังได้พัฒนาช่องทางการขายโดยเฉพาะช่องทางผ่านเว็บไซต์ www.jamsai.com ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกอยู่กว่า 1 แสนราย แอกทีฟมากถึง 7-8 หมื่นราย และบริษัทจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในอีก 2 เดือนข้างหน้า เพิ่มความสะดวกให้กับผู้อ่านมาก โดยผู้อ่านสามารถเลือกดูหนังสือทั้งใหม่และเก่าได้จากเว็บไซต์ และสามารถชำระค่าหนังสือได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสตั้งแต่สิงหาคมนี้เป็นต้นไป และตั้งแต่เดือนตุลาคม บริษัทได้จับมือกับสมาร์ทเพิร์ส ทำการ์ดสมาร์ทเพิร์สแจ่มใส ซึ่งสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ ส่วนลด การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

ด้านนายวรพันธ์ โลกิตสถาพร กรรมการผู้จัดการบริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทผลิตหนังสือใหม่ทั้งปีประมาณ 150 หัวเรื่อง โดยแบ่งเป็นหนังสือแนวแฟนตาซี 50% และนวนิยายอีก 50% ยอดขายที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ คาดว่ายอดขายทั้งปีจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 6-7%–จบ–

ที่มา: http://www.thannews.th.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *