ระวัง! โรคยอดฮิตของคนทำงาน

ระวัง! โรคยอดฮิตของคนทำงาน
• คุณภาพชีวิต
เผยวิธีป้องกัน-รับมือ ก่อนโรคร้ายคุกคาม

จากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีที่กำลังรุมเร้าประเทศไทยทุกทางอยู่ขณะนี้ ทั้งเงินเฟ้อ น้ำมันแพง ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ผนวกกับชีวิตการทำงานที่เคร่งเครียดและเร่งรีบ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนทำงานยุคนี้ต้องเผชิญกับโรคต่างๆ ที่เริ่มคุกคามวัยทำงานมากขึ้นทุกขณะ ลองทำความรู้จักกับอาการของโรคเหล่านี้ เพื่อที่จะรู้วิธีป้องกันและรับมือ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ปวดหลังและกระดูก คนที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกันสัก 1-2 ปี มักจะเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน หรือซีทีดี (Cumulative Trauma Disorder) ซึ่งเกิดจากน้ำหนักที่กดทับจากการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน กล้ามเนื้อ เอ็น และประสาท เกิดการระคายเคือง หรืออักเสบ อาการที่ปรากฏ เช่น การปวดเมื่อยเอว หลัง เคล็ดขัดยอก หรือเจ็บปวดที่ข้อมือ นิ้ว แขน คอ หรือไหล่

สาเหตุหลักของอาการปวดที่ว่านั้น มักจะเกิดจากอิริยาบถที่ผิดสุขลักษณะ หรือการเคลื่อนไหวต่อเนื่องซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ เช่น การกดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ท่านั่งทำงานที่ผิดหลัก อาการเริ่มต้นตั้งแต่ อ่อนล้า ชา ปวดบริเวณกล้ามเนื้อที่ใช้งาน ซึ่งช่วงแรกจะหายได้เมื่อหยุดทำกิจกรรมนั้น แต่ในเวลาต่อมาหากยังไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง อาการก็อาจเป็นมากขึ้น เพียงแค่พักผ่อนอย่างเดียวก็ไม่หายแล้วคราวนี้ ต้องทำการรักษาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เช่น โปะด้วยถุงน้ำแข็ง ทำกายภาพบำบัด หรือรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่เป็น

ทั้งที่จริงๆ แล้วการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้ออย่างนี้ป้องกันได้ไม่ยากเลย เพียงฝึกนั่ง ยืนให้ถูกท่า หากนั่งนานๆ ก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนอิริยาบถ เคลื่อนไหว เดินเล่นยืดเส้นยืดสายเสียบ้างทุกๆ ชั่วโมง และจัดพื้นที่ทำงานใหม่ให้เอื้อมหยิบสิ่งของต่างๆ ง่ายขึ้น ลดการยืดเกร็งกล้ามเนื้อของเราให้น้อยที่สุด นอกจากการยืดเส้นยืดสายแล้ว การดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยหนึ่งแก้ว ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง ก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับร่างกาย ลดความอ่อนล้า ทำให้คุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

โรคกรดไหลย้อน มักเกิดขึ้นกับหนุ่มสาววัยทำงานที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบสูง และใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความรีบเร่ง จนทำให้เวลาที่มีอยู่แม้กระทั่งการรับประทานอาหารก็พลอยรีบเร่งไปด้วย มิหนำซ้ำยังมีความเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ที่ชอบกินจุบกินจิบ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา รวมถึงผู้ที่ชอบทานอาหารรสจัด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ก็เสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อนได้เช่นกัน

แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิตเหมือนโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจ แต่เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานลดลง โดยจะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่แล้วลามขึ้นมาที่หน้าอกหรือคอ และในบางรายอาจมีอาการแสดงออกนอกหลอดอาหารได้ เช่น อาการทางปอด หรืออาการทางคอและกล่องเสียง เสียงแหบเรื้อรัง มีไอเรื้อรัง มีกลิ่นปาก หรือในบางรายอาจมีอาการทางระบบหายใจ เช่น หอบหืด หรืออาการเจ็บหน้าอกได้

หากมีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า กำลังถูก “โรคกรดไหลย้อน” คุกคาม ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาต่อไป เพราะหากละเลยไม่ยอมรักษา นานๆ ไปอาจทำให้เรื้อรังกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้เช่นกัน

ไมเกรน โรคนี้เริ่มแพร่ระบาดมากขึ้น อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการอดนอน ตากแดด มองแสงจ้านานๆ ขับรถทางไกล อากาศร้อน เหนื่อยมาก อดอาหาร ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้ปวด การหลีกเลี่ยงจะช่วยทำให้ลดความถี่ ในการปวดได้มาก การพักผ่อนและรับประทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เหนื่อยเกินไป

เมื่อเริ่มมีอาการปวดไมเกรน ควรหยุดพักในห้องที่มืด อากาศเย็นและเงียบสงบ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 10-20 นาที ควรรับประทานยาแก้ปวด ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพยายามไม่ทานยา เพราะเกรงว่าจะทานยามากไป ซึ่งเมื่ออาการปวดมากขึ้น ยาแก้ปวดธรรมดาจะคุมไมเกรนไม่ได้ และต้องมาโรงพยาบาลในท้ายสุด

ความเครียด จะพลิกกี่ตำราก็จะพบว่า ความเครียดจากการทำงานเป็นสาเหตุสำคัญของอาการป่วยของใครหลายคนที่พบเห็นทุกวันนี้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ทางป้องกันก็คือ พาตัวเองให้พ้นจากความเครียด ด้วยการหาทางผ่อนคลายวิธีต่างๆ การพักผ่อนที่เพียงพอ ทบทวนตัวเองว่าบกพร่องหรือมีจุดควรปรับปรุงหรือ ไม่ตรงไหน แล้วจัดระบบการทำงานใหม่ และแบ่งเวลาให้เป็น กินอาหารที่มีประโยชน์ อยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่งถ่ายเทดี มีความชุ่มชื้นพอสมควร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ต่างเป็น อาวุธสำคัญที่ทำให้เราสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บจากการทำงานได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Update : 08-08-51

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *