ระวัง!! ภัยใกล้ตัว เสี่ยงสารปนเปื้อน

ระวัง!! ภัยใกล้ตัว เสี่ยงสารปนเปื้อน
• คุณภาพชีวิต
กินอาหาร-ใช้เครื่องสำอาง-พบสารเคมีเพียบ

คนไทยทั่วประเทศกำลังอยู่ในภาวะ “เสี่ยงต่อพิษภัย” จากการรับ “สารปนเปื้อน” มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป คนไทยกลายเป็นนักบริโภคมือสองจากเดิมที่เคยทำอาหารบริโภคเอง กลับต้องพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป และมีผู้ผลิตบางรายใช้สารเคมีที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในกระบวนการผลิต หรือมีกระบวนการผลิตที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีสารเคมีตกค้างสารพิษปนเปื้อนหรือจุลินทรีย์ก่อโรค

โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่นำมาขายตามตลาดนัด หรือตามรถเร่ แม้ว่าภาครัฐบาลจะมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็งแล้วก็ตาม แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบขั้นตอนการผลิต ในภูมิภาค และภาคเกษตรได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่น่าห่วง คือ การที่พ่อค้า แม่ค้า ไม่ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดกับผู้บริโภค เช่น มีการนำน้ำมันที่ผ่านการทอดซ้ำหลายครั้งมาทอดอาหาร ทำให้เกิดสารโพลาร์ ที่เข้าไปสะสมในร่างกาย ผู้บริโภคจึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เกิดเนื้องอกในตับ และปอดได้

แม้รัฐบาลจะมีการกำหนดมาตรฐาน และการลงโทษเอาผิดกับผู้ประกอบการไว้อย่างชัดเจน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่เคร่งครัดที่จะปฏิบัติตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมได้ ประชาชนยังคงเสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อน

จากข้อมูลการสำรวจของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคได้รายงานไว้ว่า ปี2551 โรคติดต่อผ่านทางอาหารและน้ำเป็น 1 ใน 3 ของกลุ่มโรคที่คุกคามสุขภาพคนไทยในปี 2550 ถือว่ามีการระบาดที่รุนแรงผิดปกติ พบว่ามีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร1.3 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 4 ปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 23 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 134 ราย

ทั้งนี้โรคที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 90 คือ อุจจาระร่วง รองลงมา คือ อาหารเป็นพิษ โรคบิด ไวรัสตับอักเสบ เอ บี และอหิวาตกโรค ปัจจัยสำคัญที่เป็นต้นตอของปัญหาส่วนใหญ่ พบว่าเกิดจากการได้รับสารปนเปื้อนและเชื้อโรคจากอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งอุปโภคบริโภคแทบทั้งสิ้น หากคิดในเชิงเศรษฐกิจประเทศไทยจะเสียค่ารักษาผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวปีละหลายหมื่นล้านบาท

กระทรวงมหาดไทยร่วมมือกระทรวงสาธารณสุข มอบนโยบายด้านสุขภาพให้องค์กรปกครองท้องถิ่น กระจายชุดทดสอบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ถึงมือประชาชนทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ เยาวชนขานรับเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์

เนื่องจากปัญหาสุขภาพประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะการใช้น้ำมันทอดซ้ำบ่อยๆ สาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งและอีกหลายๆ โรคตามมากระทรวงมหาดไทย จะจัดทำเป็นนโยบายให้องค์ปกครองท้องถิ่นทั้งหมด 7,853 แห่ง โดยให้ทุกแห่งรับเป็นนโยบายชุดทดสอบต้องไปถึงทุกองค์กร และถึงมือพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้มีชุดทอดสอบไว้ใช้ในเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ

โดยจะเร่งรัดให้เกิดการดำเนินการในองค์กรปกครองท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. และเทศบาลหรือแม้กระทั่งเมืองพัทยาและ กทม. ซึ่งเป็นการกระทำตามกรอบอำนาจหน้าที่ และภารกิจในการถ่ายโอนโดยเป็นเรื่องที่ท้องถิ่นจะต้องจัดลำดับความสำคัญอยู่แล้ว

นายบุญเชิญ ขำสาคร นายกเทศมนตรีตำบลเกษตรพัฒนา กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพอนามัยของชาวบ้านถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารที่รับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ มีสิ่งปนเปื้อนมากมาย หากผู้นำท้องถิ่นละเลยประชาชนขาดการเหลียวแลจากภาครัฐ ย่อมส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง ที่พบเห็นได้มากในปัจจุบัน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการบริโภค เช่น อาหาร ผัก ผลไม้ หรือการใช้เครื่องสำอางที่มีสารปนเปื้อน ถ้าไม่มีมาตรการในการตรวจสอบดูแล ชาวบ้านจะไม่มีโอกาสรู้ว่าจะได้รับสารปนเปื้อนอะไรไปบ้าง

เรื่องนี้ทางเทศบาลตำบลเกษตรพัฒนาได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะกระจายข่าวสารให้กับชาวบ้านได้รับทราบโดยตรง ว่าสินค้าไหนไม่ปลอดภัยไม่ควรบริโภค ที่ผ่านมาพบว่าเครื่องสำอางจะเป็นสินค้าที่มีปัญหามากที่สุด ซึ่งชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะร้านค้าร้านไหนถ้าพบสินค้า หรืออาหารมีสารปนเปื้อนเขาก็จะขายไม่ได้ แต่ถ้าร้านไหนไม่พบว่ามีสารปนเปื้อนเจือปนในสินค้าเขาก็ขายได้ดี ตรงนี้เราก็ตรวจสอบกันอย่างต่อเนื่อง

นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทย์ฯ ได้มีการคิดค้น และพัฒนาชุดทดสอบอย่างง่าย สำหรับเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองดูแลสุขภาพของประชาชน โดยที่ผ่านมาได้ผลิตชุดทดสอบไปแล้วกว่า 30 ชุด เช่น ชุดทดสอบผลิตภัณฑ์ด้านคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร ชุดทดสอบด้านเครื่องสำอาง และวัตถุอันตราย ชุดทดสอบด้านยาและวัตถุเสพติด

นายบุญเชิญ กล่าวต่ออีกว่า การมีชุดทดสอบไว้ใช้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับชุมชน เพราะชุดทดสอบถือว่าเป็นเครื่องมือตรวจสอบอย่างง่าย ที่นำมาใช้ในการตรวจหาสารปนเปื้อน สามารถใช้ได้ง่ายได้ผลเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงทางด้านสุขภาพให้กับชาวบ้าน จากการได้รับสารปนเปื้อน

สามารถใช้เป็นเครื่องมือตรวจคัดกรองความไม่ปลอดภัยเบื้องต้นในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างได้ผลโดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร เครื่องสำอาง ยารักษาโรค สมุนไพร และการชันสูตรโรค ชุดทดสอบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงเปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยงในการตรวจวิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง และเฝ้าระวังโรค เพื่อเตือนภัยสุขภาพแก่ประชาชน

ทั้งนี้เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในการดูแล และป้องกันปัญหาสุขภาพให้กับประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง จึงได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย

โดยได้มีการมอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการสนับสนุนองค์ความรู้ความปลอดภัยต่อสุขภาพด้านคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีชุดทดสอบไว้ใช้ประโยชน์ ในการประเมินปัญหาความเสี่ยงด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ด้วยตนเอง

ภายในปี พ.ศ. 2552 นี้จะสามารถการกระจายชุดทดสอบ ให้เข้าถึงและครอบคลุมในทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับสารปนเปื้อน และสามารถสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *