ระวังแก๊งรถตู้มหาภัย!!!

ระวังแก๊งรถตู้มหาภัย!!!

ต้องบอกเลยว่าเป็นภัยสังคมอีกรูปแบบหนึ่งที่น่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ เรื่องราวนี้ถูกบอกเล่าผ่านฟอร์เวิร์ดเมลฉบับนึงซึ่งพี่เหมี่ยวได้รับมา พออ่านแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพทั้งหลายนั้นแฝงตัวมาในหลายรูปแบบเหลือเกิน บางครั้งเราคิดว่าเราระวังตัวดีแล้วแต่ก็ยังไม่วายตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้จนได้

เรื่องราวเกิดขึ้นที่สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่งซึ่งสถานีนั้นเป็นสถานีปลายทาง น้องเอ (พี่เหมี่ยวขอเรียกน้องผู้หญิงคนนี้ว่าน้องเอก็แล้วกันนะคะ) ผู้ประสบเหตุการณ์เล่าว่า ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 20.00 น. เธอเดินลงจากสถานีรถไฟฟ้าเพื่อที่จะไปที่ป้ายรถโดยสารประจำทาง เพื่อเดินทางกลับบ้าน
ตอนนั้นเองมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาสอบถามทางกับน้องเอ เธอบอกว่าชายคนนั้นพูดจาสอบถามวกวนไปมา ขณะที่พูดคุยกับชายคนดังกล่าวสักพักโดยที่ไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวใดๆ น้องเอก็รู้สึกว่าเธอมีอาการตัวชา ประสาทตอบสนองช้าลง อึดอัด ขยับตัวไม่ค่อยสะดวก…
เมื่อรู้สึกผิดสังเกตดังนั้น น้องเอจึงล้วงกระเป๋าสะพายหาอุปกรณ์ป้องกันตัว (ปกติน้องเอจะพกคัทเตอร์ติดตัว) และพยายามป่ายมือป้องกันตัว และเมื่อผู้ชายคนนั้นเห็นอาการของน้องเอเริ่มผิดปกติก็พยายามเข้ามายื้อยุดแล้วก็มีผู้ชายอีกสองคนโผล่เข้ามากับมีรถตู้อีกหนึ่งคันเข้ามาจอดเทียบและเข้ามาฉุดจะอุ้มน้องเอขึ้นรถ น้องเอก็ต่อสู้เท่าที่ยังทำได้
และโชคดีเป็นที่สุดก็คือมีผู้ชายมีน้ำใจคนหนึ่งซึ่งเห็นความผิดปกติตรงนั้นเข้ามาช่วยต่อสู้ชกต่อยกับคนร้ายทั้งสามคนดังกล่าว เมื่อเห็นท่าไม่ดีคนร้ายทั้งหมดก็ขึ้นรถตู้หลบหนีไปชายมีน้ำใจคนนั้นบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนน้องเอก็มีร่องรอยฟกช้ำดำเขียวหลายจุด
หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น น้องเอต้องนั่งพักอยู่พักใหญ่อาการดังกล่าวจึงหายไประหว่างนั้นเธอก็โทรหาพ่อให้มารับ เนื่องจากเธอต้องเดินทางไปต่างจังหวัดในวันนั้นจึงตัดสินใจไม่เข้าไปแจ้งความ
หลังจากที่พี่เหมี่ยวได้อ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกได้ถึงความผิดปกติหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น
– เหตุการณ์นี้เกิดตอนสองทุ่มใจกลางกรุง (พื้นที่แถวนั้นบางจุดค่อนข้างเปลี่ยว) … ซึ่งจริงๆ แล้วคนร้ายไม่น่ากล้าจะก่อเหตุ
– คนร้ายมีสารเคมีบางอย่างที่ทำให้เหยื่อเกิดอาการตัวชาขยับตัวยากซึ่งใช้ได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับร่างกายของเหยื่อ (ซึ่งพี่เหมี่ยวเองก็ยังไม่ทราบว่าใช้วิธีใดและเป็นสารเคมีใด)
– ถ้าดูจากเหตุการณ์แล้วคนร้ายไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์แน่ๆ แต่คิดว่าน่าจะเอาตัวไปเลยซึ่งพี่เหมี่ยวเองก็ไม่ทราบว่าเชื่อมโยงกับแก็งค์ค้ามนุษย์หรือไม่
– คนร้ายใช้ความมีน้ำใจของเหยื่อเป็นเครื่องมือ เข้ามาสอบถามเหมือนคนหลงทางพูดคุย(เข้าใจว่าเพื่อเบนความสนใจเพื่อให้ทีมงานทำการบางอย่าง เช่นแพร่สารเคมีนั้นเข้าสู่ร่างกายเหยื่อ)
…ถือว่าเห็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวจริงๆ นะคะ ถ้าจะคิดดูให้ดีๆ แล้วเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิงเลยก็ได้นะคะ… การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นนั้นจริงๆ แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เราก็ควรสังเกตความผิดปกติของผู้ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากเราด้วยนะคะว่ามีอะไรผิดสังเกตรึเปล่า ไม่ฉะนั้นเราอาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพก็ได้…

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *