ระวัง!มีบล็อกองค์กรผิดพลาด ตำแหน่ง Chief Blogger ร้อนแรงเกิน

ระวัง!มีบล็อกองค์กรผิดพลาด ตำแหน่ง Chief Blogger ร้อนแรงเกิน

์องค์กรหรือบริษัทของคุณ ควรมีบล็อกหรือไม่ อย่างไร?

นั่นคือคำถามที่นักการตลาดยังคงค้นหาคำตอบอยู่หลายปีหลังจากที่กระแสบล็อกส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Blog) หลั่งไหลเข้าสู่โลกแห่งเว็บ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าบล็อกองค์กรและตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์ (Chief Blogger) จะเริ่มเข้ามามีบทบาทภายในองค์กรมากขึ้น
เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทอย่าง โคคา-โคล่า แมริออท และโกดักต่างเฟ้นหาผู้รับตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์ (ไม่ว่าจะใช้ชื่อตำแหน่งนี้โดยตรงหรือไม่ก็ตาม) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและผูกสัมพันธ์กับผู้บริโภค

“การมีประธานบล็อกเกอร์สำหรับองค์กรโดยเฉพาะเป็นไอเดียที่เยี่ยมมาก” นายแมค โคลลิเออร์ ที่ปรึกษาด้าน Social Media และบล็อกเกอร์แห่ง Viral Garden กล่าว โดยเขายกตัวอย่างประธานบล็อกเกอร์ดนดัง เช่น นายลิโอเนล เมนชาคาแห่งเดลล์ และนายมาริโอ ซันดาร์แห่งลิงค์อิน ซึ่งทั้งสองมีอิทธิพลต่อแบรนด์เป็นอย่างมาก
“ที่งานประชุม SXSW นายเมนชาคาและนายซันดาร์ได้รับอ้อมกอดอันอบอุ่นตลอดทางเดินเข้างาน พวกเขาโด่งดังพอๆกับโรเบิร์ต สโคเบิล และความนิยมในตัวพวกเขาทั้งสองส่งผลต่อความนิยมในเดลล์และลิงค์อินเช่นกัน” เขากล่าว

(จากซ้าย) เดวิด อาร์มาโน, จีออฟ ลิฟวิงตัน และ ฌอน โฮวาร์ด ซึ่งต่างเห็นพ้องว่าไม่ควรโฟกัสไปเรื่องของตำแหน่ง Chief Blogger แต่ควรหาทางว่าทำอย่างไรให้ Social Media สามารถสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ได้

ตัวเลขเพิ่มสูงขึ้น
ทุกวันนี้ SocialText เปิดเผยว่า 11% ของบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 แห่งตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์จูนมีบล็อกส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรเป็นของตนเอง แต่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์ จำนวนบล็อกสำหรับองค์กรเพิ่มสูงขึ้นอย่างช้าๆ แต่เป็นไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2005 ซึ่งตอนนั้นองค์กรเพียง 4% เท่านั้นที่มีบล็อก
“ช่วงเวลาที่บ่งชี้ว่าเราต้องมีบล็อกด้วยได้ผ่านพ้นไปแล้ว และตอนนี้ผู้คนมองบล็อกเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งสำหรับองค์กร บล็อกกลายเป็นกระแสนิยม เพราะบริษัทต่างตระหนักดีว่านี่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เฉพาะตัว” นายพอล กิลลิน ที่ปรึกษาด้านสื่อและผู้เขียนหนังสือ “The New Influencers” กล่าว ทั้งนี้ เขาพบบล็อกประมาณ 60 บล็อกจากบริษัทในกลุ่มฟอร์จูน 500
แม้ตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์จะฟังดูน่าสนใจ แต่นักวิเคราะห์และแหล่งข่าววงในชี้ว่านั่นไม่ใช่จุดโฟกัส แต่สิ่งสำคัญจริงๆ คือเสียงของแบรนด์ (Brand Voice) ต่างหาก ไม่ว่าเสียงนั้นจะมาจากประธานบล็อกเกอร์ (เช่น ในฟาสท์เลนบล็อกของรองประธานบ็อบ ลูทซ์แห่งเจเนอรัลมอเตอร์ส คอร์ป หรือบล็อกของประธานซีอีโอโจนาธาน ชวาทซ์ แห่งซันไมโครซิสเต็มส์) หรือจากกลุ่มผู้ทำงานร่วมกัน เช่น เสียงจากบล็อกของเซาท์เวสท์หรือวอล-มาร์ท

เหตุผลเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ใช่ว่าประธานบล็อกเกอร์หรือเสียงจากบล็อกจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับทุกแบรนด์ บล็อกเกอร์และนักวิเคราะห์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า แบรนด์ที่ต้องการสร้างบล็อกควรอธิบายวัตถุประสงค์ของการสร้างด้วย เช่น เพื่อปรับปรุงบริษัทให้เหมาะสมกับผู้บริโภค (เช่น ไมโครซอฟท์) เพื่อเปิดเผยบริษัทสู่สาธารณะมากขึ้น (เช่น เดลล์) หรือเพื่อพัฒนาภาพลักษณ์บริษัทที่รื่นรมย์สนุกสนาน (เช่น เซาท์เวสต์)
“ทุกคนในตอนนี้ต่างต้องการหรือคิดที่จะเริ่มสร้างบล็อก แต่นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ผิดพลาด” นายฌอน โฮวาร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และนวัตกรรมที่ Lift Communications และบล็อกเกอร์แห่ง CrapHammer.com กล่าว “พวกเขาต้องเริ่มต้นด้วยการอ่าน ติดตามลูกค้า และแสดงความเห็นต่อหน้าชุมชน จากนั้นจึงค่อยเริ่มคิดสร้างกลยุทธ์อย่างบล็อก”
ความจริงแล้ว ใช่ว่าบล็อกองค์กรจะมีแต่ข้อดี เมื่อองค์กรสร้างบล็อกด้วยการดำเนินงานของประธานบล็อกเกอร์เพียงคนเดียว เขาคนนั้นอาจกลายเป็นสายล่อฟ้าสำหรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากชุมชมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว
“ไอเดียของการแต่งตั้งตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์ในช่วงเวลาที่Social Mediaปรากฏใช้อย่างแพร่หลายในหมู่รากหญ้าทั่วไปแสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงพยายามจะควบคุมสื่อเหล่านี้” นายจิม เนล ซีเอ็มโอแห่ง Cymfony กล่าว “แน่นอนว่าเราพบความแตกต่างระหว่างความต้องการSocial Mediaในฐานะเครื่องมือที่นำมาใช้เพื่อเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกของคนทั่วไปกับเครื่องมือที่องค์กรพยายามนำมาใช้เป็นแทคติคการตลาด”
ก่อนหน้านี้ นายเดวิด อาร์มาโน รองประธานฝ่ายดีไซน์ประสบการณ์ที่ Critical Mass และบล็อกเกอร์แห่ง Logic & Emotion เคยปลุกกระแสเล็กๆ เกี่ยวกับตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์ด้วยคำถามบนเว็บเพจไซต์ทวิตเตอร์ของเขาว่า “คิดอย่างไรเกี่ยวกับตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์”
ผู้ตอบส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นแบ่งเป็นสองฝ่ายคือ “ไม่เห็นด้วย เพราะตำแหน่งดูเป็นทางการเกินไปและเป็นไอเดียที่แย่มาก” หรือไม่ก็ “เยี่ยมเลย นั่นเป็นอาชีพในฝันของฉันเลยทีเดียว”

นักวิเคราะห์กลุ่มที่สาม
อย่างไรก็ดี นายอาร์มาโนและแหล่งข่าวคนอื่นๆ กลับอยู่ฝ่ายที่สาม พวกเขาเหล่านี้มองว่าจุดโฟกัสไม่ควรอยู่ที่ตำแหน่ง แต่ควรให้ความสำคัญกับการค้นหาคำตอบว่านักการตลาดสามารถนำจุดสัมผัสผ่านสื่อแบบ Social Media มาสร้างประโยชน์ให้กับแบรนด์ในสถานการณ์ทั่วไปได้อย่างไรมากกว่า

“ผมสนับสนุนผลงานของเจ้าหน้าที่ตำแหน่งประธานบล็อกเกอร์ พวกเขาทำงานหนัก แต่ผมแค่คิดว่าการตลาดผ่านบล็อกต่างหากที่ไม่เหมาะสม” เขากล่าว “พวกเขาควรควบคุมดูแลด้านการมีส่วนร่วมในชุมชน นั่นหมายถึงการถอนจุดโฟกัสออกจากสื่อ และหันมาสนใจในการปฏิสัมพันธ์ร่วมกันแทน”

นายจีออฟ ลิฟวิงตัน ซีอีโอ Livingston Communications และบล็อกเกอร์ที่ Buzz Bin กล่าวยอมรับว่า “ปัญหาคือ ผู้คนโฟกัสในเครื่องมืออย่างบล็อกมากเกินไป” เขากล่าว “สิ่งที่พวกเขาต้องโฟกัสคือหลักการที่อยู่เบื้องหลัง Social Media ซึ่งช่วยให้บล็อกประสบความสำเร็จ เช่น การมีส่วนร่วมในงานชุมชนขนาดใหญ่ และการไม่แทรกแซงในบทสนทนา”

ที่มา : http://www.businessthai.co.th/

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *