มาสร้าง ‘แบรนด์’ กันดีกว่า

Smart SMEs : มาสร้าง “แบรนด์” กันดีกว่า

ว่ากันว่า จุดหมายปลายทางของทุกธุรกิจอุตสาหกรรมก็คือ การมี “แบรนด์” หรือ “ตรายี่ห้อ” เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของบริษัท องค์กร สถาบัน ตัวสินค้าหรือบริการ

เพราะ “แบรนด์” หรือ “ตรายี่ห้อ” จะเป็นการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้แก่องค์กรหรือสินค้าของเรา ซึ่งมีผลต่อยอดรายได้มากที่สุด

เรื่องของการสร้างแบรนด์นี้ ยังรวมถึง “แบรนด์ของบุคคล” หรือชื่อเสียงภาพพจน์ของแต่ละคนอย่างเรา ๆ ด้วย ซึ่งจำเป็นจะต้องสร้างแบรนด์กับเขาด้วยเหมือนกัน

การสร้างแบรนด์ จึงเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการจะยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมของตนเองสู่ความเป็นอินเตอร์ คือ การผันตัวเองจากการเป็น “ผู้รับจ้างผลิต” (OEM)แต่เพียงอย่างเดียว ไปสู่ “การเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์” (ODM) ได้เอง และมุ่งสู่ “การมีแบรนด์ของตนเอง” (OBM) ในที่สุด เพื่อการขยายตลาดสู่ระดับสากลต่อไป

ทุกวันนี้ ตำรับตำราหรือหนังสือเกี่ยวกับ “การสร้างแบรนด์” จึงมีนับร้อยเล่มที่วางขายบนแผงและร้านหนังสือทั่วไป

แต่ที่หลาย ๆ คนต้องการรู้จริง ๆ ก็คือ “การสร้างแบรนด์ในภาคปฏิบัติ” ว่า เขาสร้างแบรนด์กันได้อย่างไร

ในทางปฏิบัติแล้ว เราต้องยอมรับว่า การสร้างแบรนด์เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา (เป็นปี ๆ) เพราะมีขั้นตอนมากมายและต้องมี “พื้นฐาน” ที่มั่นคงด้วย (คือไม่ใช่จะทำกันได้เพียงชั่วข้ามคืนหรือภายในเวลาสั้น ๆ)

เรื่องของ “การสร้างแบรนด์” นี้ ผมมีโอกาสได้ร่วมพูดคุยเป็นส่วนตัวเรียกว่าเสวนากันอย่าง “วิเคราะห์เจาะลึก” เลย จริง ๆ กับ “คุณชเล วุทธานันท์” เจ้าของธุรกิจอุตสาหกรรมผ้าม่าน เครื่องนอน และแฟชั่นเฮ้าส์ภายใต้แบรนด์ “PASAYA” ที่กำลังดังและโตวันโตคืนอย่างมั่นคงในตลาดสินค้าแฟชั่นของไทยขณะนี้

ในที่สุด เราก็สามารถสรุปถึง “วิถีแห่งการสร้างแบรนด์ในภาคปฏิบัติ” สำหรับ “ผู้ผลิต” โดยแบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอน ที่ต้องทำกันตามลำดับ ซึ่งอาจจะเรียกเป็น “4 ยุคสมัย” (ก่อนการเกิดแบรนด์) ก็ได้

“4 ขั้นตอนของการสร้างแบรนด์ในภาคปฏิบัติ” ที่ว่านี้ จะเริ่มต้นจาก การเรียนรู้เพื่อการลดต้นทุน ก่อนก้าวไปสู่ การสร้างคุณภาพ การออกแบบ และการสร้างแบรนด์ในที่สุด ซึ่งสามารถอธิบายขยายความได้ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 คือ การเรียนรู้เพื่อการลดต้นทุน
ธุรกิจอุตสาหกรรมที่เริ่มต้นใหม่ ๆ จะต้องให้ความสำคัญกับ “การเรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ” ก่อน เราต้องเรียนรู้จากผู้นำในธุรกิจอุตสาหกรรมนั้น ๆ โดยเฉพาะการติดตาม “ผลิตภัณฑ์” หรือ “สินค้า” นั้น ๆ ของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด คือ เราต้องคอยติดตามรูปแบบหรือดีไซน์ใหม่ ๆ ที่ประสบความสำเร็จ อะไรสวย อะไรดี เราก็ทำตาม เขาทำอะไรออกมา เราก็ทำตาม และต้องนำมาประยุกต์ดัดแปลงต่อไป จะเรียกว่า “ตามกระแส” ก็ไม่ผิด ทำให้เราลดต้นทุนได้จาก “การไม่ต้องคิดเอง”

จากนั้นเราก็ต้องมุ่งที่ “การผลิตสินค้าให้ขายได้” โดยต้องอาศัย “ราคาขาย” เป็นตัวดึงดูดให้ลูกค้าหันมาสนใจซื้อหาสินค้าของเรา การเริ่มวางตลาดด้วยราคาขายที่ถูกกว่าคู่แข่ง จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจที่ได้ผล

เราจะตั้งราคาขายให้ถูกกว่าคู่แข่งได้ ก็ต่อเมื่อเรามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า จึงทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับ “การลดต้นทุนในกระบวนการผลิต” ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจและความสามารถใน “การบริหารการผลิต” (Production Management) หรือ “การบริหารการปฏิบัติการ” (Operation Management) จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการลดต้นทุน การสร้างคุณภาพ และความได้เปรียบในการแข่งขัน

ขั้นตอนที่ 2 คือ การสร้างคุณภาพ
ต้นทุนหรือราคาขาย เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นที่ทำให้เราได้ “ลูกค้า” แต่คุณภาพของสินค้าจะเป็นตัวตัดสินความยั่งยืนของธุรกิจ (ความอยู่รอดและเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว) เพราะเป็นที่มาของ “ลูกค้าประจำ”

หลาย ๆ กิจการ ที่ยึดหลักการตีหัวเข้าบ้าน หรือหวังเพียงกำไรในระยะสั้น ๆ จึงต้องเลิกกิจการไปภายในเวลาไม่นานนัก

การสร้างคุณภาพจะต้องเริ่มจากการรู้ถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และมุ่งเน้นในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นที่พอใจของลูกค้าหรือเป็นไปตามมาตรฐานที่ยอมรับกัน

ขั้นตอนที่ 3 คือ การออกแบบ
เมื่อเรามี “คุณภาพ” แล้ว แม้จะทำให้ธุรกิจของเรามีโอกาสที่จะอยู่รอด แต่ภายใต้ความกดดันของการแข่งขันที่สูงมากในตลาดและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มที่จะ “เบื่อเร็ว” ในปัจจุบัน ทำให้เราต้องมี “การออกแบบ” เพื่อสร้างความแตกต่างให้แก่ตัวสินค้าของเราให้แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อจะได้สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถแยกแยะและจดจำในรูปแบบและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวสินค้าของเราได้

การออกแบบสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทำให้เราสามารถตั้งราคาขายที่ไม่ต้องยึดติดกับต้นทุนแต่เพียงอย่างเดียว และไม่ต้องตั้งราคาโดยอิงกับคู่แข่งมากเกินไปด้วย

ขั้นตอนที่ 4 คือการสร้างแบรนด์
เมื่อผ่าน 3 ขั้นตอนแรก จนสินค้าหรือบริการของเราติดตลาดแล้ว เราก็มีโอกาสที่จะสร้างแบรนด์สำหรับสินค้าหรือบริการของเราได้ต่อไป

แม้ว่าวิธีการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จจะมีองค์ประกอบและปัจจัยมากมาย แต่ที่สำคัญยิ่งก็คือ “แบรนด์จะผูกติดกับคุณภาพเสมอ” ดังนั้น หากสินค้าหรือบริการของเราไม่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของลูกค้าแล้ว ก็คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องของ “การสร้าง แบรนด์”

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ แม้หนทางของการมี “แบรนด์” เป็นของตนเองจะยาวไกล แต่ไม่ใช่จะไปไม่ถึง ครับผม !

* * * บทความโดย : วิฑูรย์ สิมะโชคดี * * *

ที่มา : http://www.smesmart.is.in.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *