มะกันสำรวจไทย ติดอันดับลวงรักษาสเต็มเซลล์

มะกันสำรวจไทย ติดอันดับลวงรักษาสเต็มเซลล์
• คุณภาพชีวิต
มะกันสำรวจไทย ติดอันดับลวงรักษาสเต็มเซลล์
พบไม่มีกฎหมายควบคุมการนำเข้า

วันที่ 13 มีนาคม นพ.นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการศูนย์วิจัยเซลล์ต้นกำเนิดและเซลล์บำบัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีนักวิจัยไทยนำเข้าสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์เพื่องานวิจัยในประเทศไทยว่า ประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุมการนำเข้าเซลล์ตัวอ่อน และไม่มีกฎหมายห้ามนักวิจัยศึกษา หรือพัฒนาสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์ จึงไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ต้องไม่นำมาใช้วิจัยเพื่อรักษาผู้ป่วยเท่านั้น
“ขณะนี้มีเพียงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยา พ.ศ.2510 ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่สามารถควบคุมสเต็มเซลล์ในแง่ของผลิตภัณฑ์ โดยจัดให้สเต็มเซลล์เป็นชีววัตถุ ประเภทที่ 1 หรือเป็นรูปแบบของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปยาที่ควบคุมการจำหน่ายเท่านั้น” นพ.นิพัญจน์กล่าว และว่า ไทยควรมีกฎหมายที่ชัดเจนทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การโฆษณาเกินจริง การจำหน่ายสเต็มเซลล์ในรูปของผลิตภัณฑ์ การควบคุมจริยธรรมทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้แพทยสภาได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.จริยธรรมในการวิจัยด้านเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อใช้ในผู้ป่วย โดยกำหนดให้สามารถใช้สเต็มเซลล์สำหรับรักษาโรคเลือด ส่วนโรคอื่นๆ ต้องมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว
ศ.นพ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา ศัลยแพทย์ระบบประสาท คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีทางเลือกอื่นๆ ในการวิจัยด้านนี้ โดยนักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจศึกษาสเต็มเซลล์จากผิวหนัง โดยใช้เทคนิคการผสมยีนเพื่อให้ได้เซลล์เป้าหมายที่ต้องการ แต่ทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา จึงไม่อยากให้ประชาชนหลงเชื่อ และว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสสนทนากับแพทย์ในสมาคมแพทย์อเมริกัน ทราบว่ามีการสำรวจประเทศที่มีการใช้สเต็มเซลล์ขัดจริยธรรม ปรากฏว่า ไทยถูกจัดเป็นประเทศที่มีการหลอกลวงบริการและรักษาสเต็มเซลล์ และโฆษณาเกินจริง ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรมีกฎหมายควบคุม

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *