มองมุมใหม่ การใช้ Power Point:การนำเสนอ ช่วยหรือฉุด

การนำเสนอ ช่วยหรือฉุด
มองมุมใหม่ การใช้ Power Point
รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย pasu@acc.chula.ac.th
สัปดาห์นี้ ขออนุญาตมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องเล็ก ๆ ที่สำคัญ แต่เรามักจะมองข้ามกันนะครับ นั่นคือเรื่องของ การนำเสนอ หรือ Presentation โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานนำเสนอที่ต้องอาศัยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น PowerPoint หรือโปรแกรมใดก็ตาม ถ้าท่านผู้อ่านสังเกตดี ๆ จะพบว่าในชีวิตการทำงานของเรานั้น จะต้องพึ่งพาอาศัยเจ้าโปรแกรม PowerPoint หรือโปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนองานกันค่อนข้างมากเลยนะครับ และถ้าสังเกตดูดี ๆ ก็จะพบว่าเรานับวันมีแต่จะพึ่งโปรแกรมในการนำเสนอเหล่านี้มากขึ้นทุกขณะ ทีนี้ปัญหาในจุดเล็ก ๆ ทเรามักจะมองข้ามก็คือ โปรแกรมนำเสนอเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกคนในเวลาเสนองาน บรรยาย หรือสอนหนังสือ แต่ลองสังเกตดูนะครับว่า การที่ท่านใช้โปรแกรมเหล่านี้นะช่วยทำให้ท่านนำเสนอได้ดีขึ้น ทำให้ผู้รับฟังเข้าใจมากขึ้น หรือเป็นไปในทางกลับกัน เชื่อว่าความผิดพลาดเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวโปรแกรมหรอกครับ แต่อยู่ที่วิธีการคิด ออกแบบ และใช้โปรแกรมเหล่านี้มากกว่า หลาย ๆ ท่าน ชอบใส่คำบรรยายเยอะ ๆ ลงไปในโปรแกรมเหล่านี้ แล้วเวลาขึ้นไปนำเสนอก็อาจจะขึ้นไปยืนอ่านตามคำบรรยายที่เขียนไว้ในโปรแกรม หรือพูดในประเด็นอื่น ๆ ไป ถ้าท่านเป็นไปในลักษณะดังกล่าว ก็ต้องเรียนว่าท่านกำลังทำร้ายทั้งตัวท่านเองและผู้ฟังของท่านนะครับ เนื่องจากถ้าท่านขึ้นไปยืนอ่านสิ่งที่ท่านใส่ไปใน PowerPoint ของท่าน คำถามที่จะอยู่ในใจของผู้ฟังก็คือ แล้วตัวท่านเองมีประโยชน์อะไร เนื่องจากท่านเพียงแค่ฉาย PowerPoint ของท่านขึ้นไป แล้วให้ผู้ที่จะฟังท่านอ่านไปในใจก็มีค่าเท่ากัน หรือถ้าท่านเขียนบรรยายยืดยาวและเยอะแยะลงไปใน PowerPoint และในขณะเดียวกัน ก็เล่าหรือพูดให้ฟังเรื่องอื่น ๆ ไปด้วย ท่านผู้อ่านก็ลองคิดดูนะครับ ว่า ผู้ฟังเขาสามารถนั่งอ่านคำบรรยายของท่านใน PowerPoint ไปพร้อม ๆ กับฟังท่านพูดได้อย่างมีสมาธิ รู้เรื่อง และเข้าใจหรือไม่ ถ้าเราย้อนกลับไปดูประวัติของโปรแกรมนำเสนอเหล่านี้ เราจะพบว่า PowerPoint 1.0 นั้น ได้รับการพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 1987 โดย Robert Gaskins และ Dennis Austin เพื่อใช้ในการนำเสนอสำหรับเครื่อง Mac และภายหลังทั้งคู่ก็ได้ขายลิขสิทธิใน์โปรแกรมตัวนี้ให้กับ Microsoft ซึ่__________งหลังจากนั้นเชื่อว่าท่านผู้อ่านก็คงทราบดีว่า PowerPoint ได้กลายเป็นสิ่งที่คนทำงานและเรียนหนังสือในปัจจุบัน ไม่สามารถขาดมันได้ อย่างไรก็ดี จากพัฒนาการของเจ้า PowerPoint โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและการใช้งาน ก็ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการคิดและนำเสนอของเรามากขึ้น จริงอยู่นะครับว่า PowerPoint ทำให้ความสามารถในการนำเสนอของเราดีขึ้น ดูมีสีสันขึ้น สนุกสนาน มีลูกเล่นมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน PowerPoint ก็ไปตีกรอบความสามารถในการคิดของเรามากขึ้น ท่านผู้อ่านลองนึกถึงตัวท่านเอง หรือคนรอบ ๆ ตัวซิครับว่า เวลาใช้ PowerPoint นั้น มักจะใช้ในรูปแบบใด ส่วนใหญ่แล้วก็จะนึกถึง
Page 1 of 2
หน้าที่มี Bullet Point หรือข้อ ๆ ไล่ลงมาเรื่อย ๆ เนื่องจากเจ้า Bullet Points นั้น เป็นรูปแบบที่ง่ายในการคิด จดจำได้ง่าย และนำเสนอได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ผู้นำเสนอมักจะไปยึดติดกับกรอบเดิม ๆ ขาดความสร้างสรรค์ และกลายเป็นการนำเสนอที่น่าเบื่อ และเต็มไปด้วยข้อความสำหรับผู้ฟัง ในช่วงหลังได้เริ่มมีเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจ หรือไม่เห็นด้วยกับรูปแบบ หรือแนวทางการใช้โปรแกรมนำเสนอเหล่านี้มากขึ้น ผมเองจะอ่านเจอคำว่า “Death by PowerPoint” มากขึ้น หรือในปี 2001 Seth Gordin นักการตลาดชื่อดัง ได้เขียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มเล็กๆ ขนาด 10 หน้าเล่มหนึ่งชื่อ Really Bad PowerPoint แล้วได้กลายเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ขายดีที่สุดของ Amazon ในปีดังกล่าว โดยในการนำเสนอส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิผล ซึ่งไม่ใช่เกิดจากการขาดความสามารถหรือความคิดสร้างสรรค์ของผู้นำเสนอ แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากพฤติกรรม ความเคยชิน ความคุ้นเคยที่ผู้นำเสนอจะถูกตีกรอบจากตัวโปรแกรม PowerPoint นอกจากกรอบของ PowerPoint ที่ทำให้การนำเสนอขาดประสิทธิผลแล้ว เรายังมีความเชื่อหรือความเข้าใจที่ผิด ๆ อยู่พอสมควรเกี่ยวกับการนำเสนอด้วย PowerPoint โดยการพยายามที่จะนำเสนอข้อมูลหรือภาพทั้งหมดให้อยู่ใน PowerPoint เพียงไม่กี่หน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพยายามของหลาย ๆ ท่าน ที่จะทำให้ PowerPoint หนึ่งหน้ามีความสลับซับซ้อน ต้องอาศัยสมาธิ และสติปัญญาในการพิจารณาและทำความเข้าใจ มีงานวิจัยเกี่ยวกับการรับรู้จำนวนมากที่ระบุไว้เลยนะครับว่า การที่ผู้ฟังจะรับรู้ข้อมูลทั้งจากการฟังและการอ่านพร้อม ๆ กันนั้นเป็นไปได้ยาก ดังนั้น อาจจะดีกว่าสำหรับผู้ฟังนะครับ ถ้าท่านปล่อยให้ผู้ฟังอ่าน PowerPoint เสียเอง ถ้าท่านออกแบบ PowerPoint มาให้สลับซับซ้อน ที่ผู้ฟังจะต้องฟังและอ่านไปพร้อมกัน ก่อนจบขอฝากคำกล่าวของ Leonardo Da Vinci ที่ระบุไว้ว่า Simplicity is the Ultimate Sophistication–จบ–

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *