มหัศจรรย์ ดรักเกอร์-ทอฟฟ์เลอร์

มหัศจรรย์ ดรักเกอร์-ทอฟฟ์เลอร์
วิถีทุน : จุมพฏ สายหยุด คอลัมน์ วิถีทุน กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 27 พฤษภาคม 2547
ผมเข้าใจว่าหลายท่านที่อ่านคอลัมน์นี้ในวันนี้ (27 พ.ค.) คงจะได้อ่านข่าวที่ลงตีพิมพ์วันนี้ ระบุว่าท่าน ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ดรักเกอร์ ไม่สามารถร่วมบรรยาย The Future of Thailand ที่จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคมนี้ได้ เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ
เจอวิกฤติแบบนี้ คนจัดน่าจะเลิก หรือเลื่อนไปแล้ว เพราะเวลาไม่ถึง 7 วัน ไม่น่าจะทำอะไรให้ดีไปกว่านี้ ที่สุดงานนี้ก็ไม่มีการเลิก หรือเลื่อนครับ เนื่องจากภรรยาของ ดรักเกอร์ ได้ขอร้อง กูรู ระดับโลกอีกท่านหนึ่ง ได้ช่วยทำหน้าที่ในการถ่ายทอดกระบวนทัศน์ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกให้กับคนไทย ซึ่งท่านก็ได้ตอบตกลงทันที
“อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์” ผู้แต่งหนังสือ Future Shock และ The third wave
ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์ เพราะคนระดับนี้ต้องดีลกันไม่ต่ำกว่าครึ่งปี ส่วนดรักเกอร์เมื่อทราบว่าอัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ มีน้ำใจ ก็ได้เขียนข้อความนี้มาถึงคนไทย
Alwin Toffler would be wonderful , if he could do it. I can not do any anymore.
ถ้าใครมาถามผมว่า ไฮไลต์แบบหนึ่งเดียวของโพรเพสเซอร์ทอฟฟ์เลอร์ คืออะไร คำตอบก็คือ Globalization หรือโลกาภิวัตน์ หรือโลกไร้พรมแดน ที่ท่านสถาปนาขึ้น
ใครจะไปเชื่อว่า แค่แนวคิดเดียว หรือคำๆ เดียว จะเปลี่ยนโลกและชีวิตของเราได้เพียงนี้ ทั้งชีวิต และธุรกิจของคนไทย กลายเป็นทั้งวิกฤติ และโอกาส
ในหนังสือ และ The third wave ทอฟฟ์เลอร์ อธิบายว่า คลื่นลูกที่สาม หรือสังคมแห่งเทคโนโลยีจะเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วสู่สังคมต่างๆ ทั่วโลกยุค ที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร โทรคมนาคม ฯลฯ อย่างรวดเร็ว
ข่าวสารข้อมูลต่างๆ สามารถส่งต่อกันได้สะดวกและรวดเร็ว ผู้คน สินค้า บริการ เงินตรา สามารถถ่ายเทได้ในเวลาสั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ เรียกยุคที่ไร้พรมแดน ในยุคข่าวสารข้อมูลนี้ว่า Globalization หรือยุคโลกาภิวัตน์
คลื่นลูกที่สาม และ Globalization ส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของโลก และก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงทุกระดับ นับตั้งแต่ระดับโลกระดับกลุ่มประเทศ ระดับประเทศ ย่อยลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงระดับครอบครัว
ทอฟฟ์เลอร์ วิเคราะห์ว่า ที่สุดแล้วจะมีความเคลื่อนไหวเพื่อเชื่อมโยงกันเป็น “โลกเดียว” ของนานาประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นกระแสที่ก่อตัวสูงขึ้นตามสภาพพัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารและความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสาร
การคาดการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่คำทำนายที่รอกาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ หากแต่ได้จุดประกายแก่ผู้นำทั้งภาคการเมือง เศรษฐกิจ และปัญญาชนทั้งหลาย จนก่อตัวเป็นกระแสสังคมโลก ที่พากันเรียกร้องในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ เพื่อก้าวไปให้ทันสู่ยุค “โลกไร้พรมแดน” ใน ค.ศ. 2000
กว่า 4 ทศวรรษแล้วที่อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ คือนักคิด นักเขียนชั้นนำของโลก ที่ทรงอิทธิพลด้วยมุมมองที่ลึกซึ้ง จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในโลกธุรกิจ ปัญญาชน นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์และนักการทหาร ผลกระทบของทอฟฟ์เลอร์ต่อโลกไม่ได้มาจากการพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า แต่มาจากการรวมกลุ่มความคิดอย่างมีเหตุผลทรงภูมิปัญญา ทำให้ทั้งผู้นำในทุกวงการได้รับเครื่องมือที่ทรงพลังในการคิดวางแผน และจัดการเกี่ยวกับอนาคต
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1960 ทอฟฟ์เลอร์ได้กล่าวถึงหลายสิ่งหลายอย่างไว้เป็นการล่วงหน้า : เขากล่าวถึงการเกิดขึ้นของคอมพิวเตอร์ เขาเขียนและบรรยายเกี่ยวกับเครื่องพีซี ความจริงเสมือน และเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะปรากฏขึ้นในตลาดการค้า
เขาบอกกับโลกเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตในยุคที่มีผู้ริเริ่มบุกเบิกทางเพียง 700 คน และทอฟฟ์เลอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น
เขากล่าวถึง เคเบิลทีวี ในขณะที่มันยังคงได้รับการประเมินอย่างกว้างขวาง ว่า คงไม่มีโฆษณารองรับเคเบิล เทด เทอร์เนอร์ ได้ให้เครดิตแก่ทอฟฟ์เลอร์ต่อสาธารณชน ในการเป็นผู้จุดประกายให้เขาเปิดตัวสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เขาบรรยายเกี่ยวกับตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือนิชมาร์เก็ต niche markets มานานก่อนที่จะมีการบัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมา
นั่นคือ บางส่วนของอัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ ซึ่งจะมาพบกับคนไทยในเช้าวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคมนี้ ที่ปีเตอร์ ดรักเกอร์ เรียกว่า ความมหัศจรรย์ ซึ่งผมก็เห็นว่า มาจากตัวของดรักเกอร์ด้วย
มีคราวหนึ่ง ดรักเกอร์ ได้สนทนากับผู้บริหารชาวญี่ปุ่น โดยยกตัวอย่าง ปฏิมากรชาวกรีกท่านหนึ่งที่แกะสลักรูปปั้นได้อย่างงดงาม แต่พอไปขอเบิกค่าแรงจากรัฐกลับได้รับการปฏิเสธ เพราะดันเอารูปปั้นไปวางไว้ที่สูง จนคนไม่เห็นความงามปฏิมากร
“คนเราต้องรู้จักทำในสิ่งที่พระเจ้าเห็นบ้าง ถึงแม้มนุษย์จะไม่เห็น” คือคำตอบของปฏิมากรกรีกที่ดรักเกอร์ประทับใจ และกล่าวกับผู้สนทนาต่อว่า “คุณรู้มั้ย ผมนี่ทำเรื่องที่พระเจ้าเห็น แต่มนุษย์ไม่เห็นไว้หลายเรื่องเลย”
ผู้เขียนคิดว่า พระเจ้าคงจะไปกระซิบบอก อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ ครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *