ภาพวาดที่ล้ำค่าที่สุดในโลก (2)

ภาพวาดที่ล้ำค่าที่สุดในโลก (2)
ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
ต่อจากคราวที่แล้ว ผมได้กล่าวถึงภาพวาดที่ล้ำค่าที่สุดในโลก ครั้งนี้เป็นภาพวาดที่ล้ำค่าที่สุดในโลกที่ผมจะกล่าวถึงครับ
6. ภาพวาดชื่อ Bal au moulin de la Galette, Montmartre (เมื่อปี 1876) โดยศิลปิน Pierre -Auguste Renoir เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงหญิงสาว 2 คน เต้นรำด้วยความสนุกสนานร่าเริง เป็นภาพวาดในช่วงต้นๆ แบบ Impressionism ของ Renoir ภาพนี้ได้จัดแสดงครั้งแรกในการแสดง Third Impressionist Exhibition ในปี 1877 ภาพนี้มี 2 เวอร์ชั่น ภาพใหญ่อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Mu?e ? Orsay ในกรุงปารีส ส่วนเวอร์ชั่นภาพเล็กถูกขายเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ปี 1990 ใน New York ให้กับ Ryoei Saito ราคา 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เมื่อปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้ว ภาพนี้น่าจะมีมูลค่าอย่างน้อย 123 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งก็เป็นภาพที่ Ryoei Saito ขู่ว่าจะเผาพร้อมกับศพของเขาเช่นกัน
7. ภาพวาดชื่อ Gar?on ? la pipe แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Boy with a pipe” (เมื่อปี 1905) โดยศิลปิน Pablo Picasso ในช่วง 24 ปีของ Rose Period ที่มีชื่อเสียง ซึ่งช่วงนั้น Picasso ชอบสีส้ม และสีชมพูที่ร่าเริง เป็นภาพสีน้ำมันบนผ้าใบที่แสดงถึงเด็กชาย Parisian ถือไปป์ในมือซ้าย ภาพวาดนี้ถูกขายที่ราคา 104.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งถ้าปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ น่าจะมีมูลค่าอย่างน้อย 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยถูกขายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ปี 2004 ให้กับ J.Paul ที่ Getty Museum ในกรุง Los Angeles
8. ภาพวาดชื่อ Irises (เมื่อปี 1889) โดยศิลปิน Vincent van Gogh ซึ่งเป็นภาพวาดที่วาดในขณะที่เขาลี้ภัยที่ Saint Paul de-Mausole ใน Saint -Rmy -de-Provence ในฝรั่งเศส ในปีสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 1890 ภาพวาดนี้ถูกขายเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 1987 ราคา 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งถ้าปรับตามอัตราเงินเฟ้อจะมีมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภาพวาดนี้ถูกขาย ให้กับ Alan Bond ซึ่งต่อมา Alan Bond ไม่มีเงินจ่ายจึงขายต่อให้กับ Getty Museum ในกรุง Los Angeles
9. ภาพวาดชื่อ Dora Maar au Chat แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Dora Maar with Cat” (เมื่อปี 1941) โดยศิลปิน Pablo Picasso ซึ่งเป็นภาพ ของ Dora Maar ผู้ซึ่งเป็นแฟนคนหนึ่ง (ในหลายๆ คน) ของ Picasso นั่งอยู่ บนเก้าอี้ โดยมีแมวตัวเล็กๆ อยู่บนไหล่ของเธอ ภาพนี้วาดในแบบ Cubist ที่มีชื่อเสียงของ Picasso ภาพนี้ขายครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีที่แล้ว ที่ราคา 95.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกินกว่าราคาประเมินในช่วงก่อนการประมูลที่ตั้งไว้ที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
10. ภาพวาดชื่อ Portrait de ?artiste sans barbe แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Self-portrait without beard” (เมื่อปี 1889) โดยศิลปิน Vincent van Gogh เป็นภาพวาดที่ van Gogh วาดให้กับแม่ของเขาก่อนที่จะเสียชีวิต เป็น 1 ในภาพสุดท้ายของเขา van Goghวาดภาพนี้ภายหลังจากที่เขาได้โกนหนวดโกนเครา จึงเป็นภาพวาดที่หาได้ยาก เพราะภาพวาดส่วนใหญ่ของเขาเองจะมีหนวดมีเครา ภาพนี้ถูกขายเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ปี 1998 ที่ราคา 71.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ถ้าคิดปรับเป็นเงินเฟ้อมูลค่าอย่างน้อย 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
11. ภาพวาดชื่อ Portrait of Adele Bloch-Bauer II (เมื่อปี 1912) โดยศิลปิน Gustav Klimt ภาพนี้ถูกขายเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว ที่ราคา 87.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
12. ภาพวาดชื่อ Massacre of the Innocents (เมื่อปี 1611) โดยศิลปิน Peter Paul Rubens ภาพนี้ถูกขายเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2002 ที่ราคา 49.5 ล้านปอนด์ (หรือถ้าปรับด้วยเงินเฟ้อมีค่าประมาณ 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
13. ภาพวาดชื่อ Les Noces de Pierrette แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Marriage of Pierrette” (เมื่อปี 1905) โดยศิลปิน Pablo Picasso ภาพนี้ถูกขายเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ปี 1989 ที่ราคา 300 ล้านฟรังก์ (ปรับเป็นมูลค่าปัจจุบันประมาณ 80.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
นอกจากนั้นยังมีภาพที่มีชื่อเสียง และมีมูลค่ามากมายเช่น
– ภาพ Le R?ve ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “the dream”
– ภาพ Nude in a Black Armchair
– ภาพ Femme assise dans un jardin แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Woman Seated in a Garden”
– ภาพ Yo, Picasso
ซึ่งทั้ง 4 ภาพ วาดโดย Pablo Picasso
และภาพ Rideau, Cruchon et Compotier แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Still Life with Curtain, Pitcher and Bowl of Fruit” ซึ่งวาดโดย Paul C?zanne ซึ่ง Paul C?zanne ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งภาพวาดสมัยใหม่ เป็นศิลปินชาวฝรั่งเศสในยุค Impressionist แต่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น Post-Impressionist เพราะสไตล์ที่ไม่เหมือนใครที่ผ่านมา และมีอิทธิพลต่อวงการศิลปะในยุคต่อๆ มา
ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ อยากให้ผู้อ่านสนใจในศิลปะ ช่วยกันส่งเสริมรักษา ตลอดจนลงทุนในงานศิลปะ ซึ่งสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ ในหลายๆ ประเทศมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อนำไปซื้อหรือลงทุนในงานศิลปะ นอกจากในประเทศยุโรป และสหรัฐอเมริกาแล้ว ปัจจุบันในประเทศอินเดีย และจีน ซึ่งมีงานศิลปะล้ำค่าก็กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากนักลงทุนทางเลือกที่นอกจากหุ้น พันธบัตร เงินตราต่างประเทศ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์แล้ว ก็หันมาลงทุนในศิลปะซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต
ผู้ที่สนใจหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับศิลปะภาพวาด สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ Paint with the Impressionists โดย Jonathan Stephenson, The History of Impressionism โดย John Rewald, Art in the Making: Impressionism โดย David Bomford และArtists on Art, from the 14th-20th centuries โดย Robert Goldwater
________________________________________

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *