พาณิชย์ดันแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หนุนสร้างสะพานไทย-พม่าแห่งที่ 2

พาณิชย์ดันแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หนุนสร้างสะพานไทย-พม่าแห่งที่ 2
Source: LogisticsDigest / มนัญญา อะทาโส

กระทรวงพาณิย์จุดประกายให้ อ.แม่สอด จ.ตากเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนคู่ขนานกับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเมียวดี พม่า พร้อมผลักดันแนวคิดสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 เตรียมผุดศูนย์โลจิสติกส์ครบวงจรรองรับ ยกระดับระบบโลจิสติกส์-การค้าไทยในเส้นทาง East-West Economic Corridor
การค้าชายแดนไทย-พม่าบริเวณจุดผ่านแดนถาวร อ. แม่สอด จ. ตาก นับว่ามีความสำคัญและมีมูลค่าการค้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจังหวัดตากเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญส่วนหนึ่งของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เชื่อมโยงพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม ในโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS (Greater Mekong Sub region) ดังนั้น การพัฒนาระบบการค้า ยกระดับศักยภาพระบบโลจิสติกส์ ผลักดันให้ จ. ตากเป็นเกตเวย์ที่สำคัญเชื่อมโยงระบบการค้าระหว่างประเทศจึงเป็นประเด็นสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทย
ด้วยเล็งเห็นบทบาทความสำคัญของระบบการค้าชายแดนไทย-พม่า คุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า จึงได้นำคณะฯ เดินทางไปรับฟังปัญหาอุปสรรคและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการภาคเอกชนชายแดนระหว่างไทย-พม่า ที่ อ. แม่สอด จ. ตาก รวมถึงที่ อ. เมียวดี ประเทศพม่า ตามโครงการโลจิสติกส์สัญจรครั้งที่ 3/2552 โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ
เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-พม่า ซึ่งจากสถิติระบุว่า การค้าชายแดนระหว่างไทย-พม่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 52 เพิ่มขึ้นจากปี 51 กว่า 8% และคาดว่า จากการเดินทางในครั้งนี้จะทำให้การค้าชายแดนไทย-พม่าในปี 52 มีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
ตรวจสอบความคืบหน้าของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ ในเส้นทาง East-West Economic Corridor ในโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS
เร่งผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ อ. แม่สอด จ. ตาก อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
ดันแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เร่งสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2

เพื่อเป็นการปรับยุทธศาสตร์ทางการค้าชายแดนระหว่างไทย-พม่า รวมถึงยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของประเทศไทยในเส้นทาง East-West Economic Corridor คุณอลงกรณ์ ได้เปิดเผยถึงแนวทางในการพัฒนาระบบการค้าชายแดนระหว่างไทยกับพม่าหลังจากได้ร่วมประชุมกับคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า รวมถึงภาคราชการ และภาคเอกชนใน จ. ตาก ว่า อ. แม่สอด จ. ตาก มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง โดยแต่ละปีมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-พม่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญในเส้นทางการค้า East-West Economic Corridor

ดังนั้นจึงมีแนวคิดผลักดันให้ อ. แม่สอด เป็นเมืองชายแดนเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเป็นเกตเวย์เชื่อมเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเสริมความเข้มแข็งด้านระบบโลจิสติกส์ การคมนาคม การค้า และการท่องเที่ยว โดยจะเร่งเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมในการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 และสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบการค้า และโลจิสติกส์ เช่น การสร้างศูนย์โลจิสติกส์พาร์ค เขตนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์ 1 Stop Service เป็นต้น

ทั้งนี้ คุณอลงกรณ์และคณะได้เดินทางไปดูพื้นที่เหมาะสมในการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 ข้ามแม่น้ำเมย บริเวณบ้านวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ. ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพสูง มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ สามารถพัฒนาเป็นเมืองนิคมอุตสาหกรรม ศูนย์โลจิสติกส์พาร์ค เขตปลอดอากร ศูนย์ 1 Stop Service และคลังสินค้า เป็นต้น โดยได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจรายละเอียดและนำเสนอโครงการเพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ในการประชุมหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กับภาคราชการ และเอกชน ใน จ. ตาก ได้มีนโยบายและข้อสรุปซึ่งคำนึงเกี่ยวกับการพิจารณาการแก้ไขปัญหาการค้าชายแดน และส่งเสริมพัฒนาจังหวัดตากให้เป็นจังหวัดยุทธศาสตร์การค้าในกรอบ GMS ดังนี้

1. ตั้งคณะกรรมการโลจิสติกส์ จ. ตาก โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีหน่วยงานภาคราชการและเอกชนเป็นคณะกรรมการร่วม เพื่อประสานการทำงานกับกระทรวงพาณิชย์ แก้ปัญหาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในพื้นที่
2. ปรับปรุงประสิทธิภาพสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 1 ที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างทำให้รับน้ำหนักรถบรรทุกได้น้อย จึงให้กรมทางหลวงนำเสนอของบประมาณปรับปรุง เพื่อให้สามารถรับน้ำหนักรถคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ได้ ช่วยให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทย-พม่ารวดเร็วขึ้น
3. สนับสนุนให้เส้นทางสายแม่สอด เมียวดี เมาะละแหม่ง (เมาะลำไย) ย่างกุ้ง เป็นเส้นทางการค้าใหม่ที่มีความสำคัญระดับต้น โดยจะสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงให้เส้นทางดังกล่าวสามารถเดินทางได้ทุกวัน ผลักดันให้ปริมาณการค้าเพิ่มขึ้น
4. พัฒนาถนนสายแม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง แม่สอด เป็นถนนสายยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก ส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน

“จุดผ่านแดนถาวรแม่สอดมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในระดับการค้าชายแดนไทย-พม่า และระดับ GMS โดยโครงการต่างๆ ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้คู่ขนานกับการพัฒนาเขตการค้าเมียวดี ประเทศพม่า ซึ่งประเทศไทยได้ใช้นโยบายเชิงรุกในการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในระบบการค้าชายแดน นอกจากนี้ พยายามผสานความร่วมมือระหว่างไทย พม่า และจีนด้วย เชื่อว่า ทำให้การขับเคลื่อนให้ อ. แม่สอดเป็นเมืองท่าหน้าด่าน และศูนย์กลางคมนาคมการค้าในภาคตะวันตกได้เร็วขึ้น” คุณอลงกรณ์ กล่าว
เยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเมียวดี ประเทศพม่า
นอกจากนี้ คุณอลงกรณ์และคณะจากประเทศไทยได้เดินทางเข้าพบคณะผู้นำทางเศรษฐกิจของพม่า ที่บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเมียวดี (Myawaddy Trade Zone) ประเทศพม่า ร่วมหารือ-แลกเปลี่ยนแนวทาง เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการค้า โดยมีข้อตกลงร่วมกันโดยสรุป ดังนี้
1. นำเสนอเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการร่วมการค้าชายแดนภาครัฐภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ มีหน้าที่ในการส่งเสริมการค้าชายแดน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และสานสัมพันธ์ระยะยาวต่อไป ซึ่งถือเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนให้การค้าชายแดนมีความสะดวกมากขึ้น
2. มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมการค้า ลงทุน การท่องเที่ยว โดยการสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี พร้อมกันนั้นเมียวดีก็พร้อมสนับสนุนในการสร้างกิจกรรมทางธุรกิจร่วมกัน โดยได้เร่งรัดการสร้างถนนสายเมียวดี เมาะละแหม่ง เป็นเส้นทางการค้าและท่องเที่ยวใหม่ และไทยได้ยืนยันการสนับสนุนเพื่อให้ อ. แม่สอดเป็นเกตเวย์เพิ่มการท่องเที่ยวและการค้า
3. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จะหารือกับกระทรวงพาณิชย์ ประเทศพม่า เกี่ยวกับการร่วมทำงานของหอการค้าทั้ง 2 ประเทศว่ามีความพร้อมสนับสนุนในการพัฒนาธุรกิจอย่างไรบ้าง
4. ประเทศไทยมีแผนสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพม่า ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับวิชาด้านพาณิชย์

นับเป็นการผลักดันระบบการค้าชายแดนไทย-พม่า เพิ่มขีดความสามารถทางการค้าในกรอบ GMS และเป็นหนึ่งแนวทางสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งก่อนยกระดับการค้าสู่กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ในอนาคตอีกด้วย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *