พัฒนาความสัมพันธ์กับนายเพื่อยกระดับชีวิตงาน

พัฒนาความสัมพันธ์กับนายเพื่อยกระดับชีวิตงาน

ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับเจ้านายมักจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน ไม่ว่าจะในระดับใดขององค์กร ปีเตอร์ ดรักเกอร์ กูรูด้านการบริหารเคยกล่าวไว้ว่า “คุณไม่จำเป็นต้องชอบหรือชื่นชมเจ้านายของคุณ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกเกลียดหัวหน้าของคุณด้วย” แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ ต้องบริหารหัวหน้าของตัวเองให้เป็น เพื่อเกื้อหนุนให้คุณประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านการทำงานและเรื่องส่วนตัว เอพีเอ็ม กรุ๊ป ที่ปรึกษาและการพัฒนาชั้นนำ มีข้อแนะนำดีๆ มาฝาก …

ทำไมถึงต้องทำงานร่วมกับเจ้านายในลักษณะหุ้นส่วน
การ “บริหาร” หัวหน้าของคุณหมายความว่าอย่างไร… แม้ว่าประโยคดังกล่าวจะฟังดูเหมือนการบงการหรือการหลอกล่อ แต่แท้ที่จริงแล้วประโยคดังกล่าว หมายถึงการสร้างสัมพันธ์กับหัวหน้างานในลักษณะของหุ้นส่วน เพื่อประโยชน์ของทั้งตัวคุณ ทีม และองค์กรของคุณ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหาร พนักงาน เป็นความสัมพันธ์แบบ 2 ทาง กล่าวคือ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จของทั้ง 2 ฝ่าย
“ความสัมพันธ์ที่น่าพึงพอใจสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายนั้นเปรียบได้กับการเป็นหุ้นส่วนร่วมกันได้อย่างประสบความสำเร็จ คนเราร่วมมือกันในลักษณะหุ้นส่วน เพราะเชื่อว่าการผสมผสานความพยายามและการทำงานร่วมกัน จะทำให้ดำเนินงานได้อย่างบรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิผลสูงกว่าการทำงานตามลำพัง สำหรับชีวิตของการทำงาน การทำงานแบบฉายเดี่ยวนับว่าเป็นเส้นทางที่อันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เฉกเช่นในปัจจุบัน

6 ขั้นตอน ยกระดับการทำงานร่วมกับเจ้านาย

ขั้นที่ 1 : อัพเดตข้อมูลให้เจ้านายอยู่เสมอ
การแจ้งข้อมูลและความก้าวหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าของโครงการ การดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายหรือปัญหาต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นให้เจ้านายทราบอยู่เสมอ เป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณมีความรับผิดชอบ สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและใส่ใจในการทำงาน มองว่าปัญหาและความท้าทายต่างๆ คือโอกาสที่ทำให้คุณได้แสดงความสามารถและศักยภาพของตนเองออกมา คุณไม่ควรทำแค่รายงานปัญหาที่เกิดขึ้น หากแต่ต้องคิดหาหนทางแก้ปัญหา ซึ่งแม้อาจจะเป็นแนวทางที่ยังไม่สมบูรณ์ดี แต่ก็จะทำให้เจ้านายของคุณเล็งเห็นความเป็นมืออาชีพและศักยภาพของคุณ หากคุณสามารถคาดเดาและแก้ไขปัญหาได้ แน่นอนว่าเจ้านายของคุณต้องมองว่าคุณคือทรัพยากรที่มีค่ายิ่ง

ขั้นที่ 2 : ผลิตผลงานคุณภาพ
คุณภาพของงาน คือสัญลักษณ์ของความเป็นมืออาชีพ และเพื่อให้ได้ผลงานที่ดี คุณควรแสวงหาความรู้เกี่ยวกับงานที่ทำ องค์กรและธุรกิจที่ทำอยู่ กระตือรือร้นที่จะเสาะหาข้อมูลผ่านการสานสัมพันธ์กับผู้อื่น สร้างเครือข่ายคนรู้จัก ออกงานแสดงสินค้า และเข้ารับการฝึกอบรมต่างๆ และนำข้อมูลที่ได้มาแลกเปลี่ยนกับหัวหน้าของคุณ รวมทั้งตรวจสอบงานที่ทำเพื่อความถูกต้องและทำให้แน่ใจว่างานที่เสนอไปจะส่งผลสะท้อนที่ดีต่อตัวคุณ ทำงานให้สูงกว่ามาตรฐานและความคาดหวัง กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาตัวเอง ทั้งในแง่ชีวิตส่วนตัวและในเรื่องงาน สร้างเสริมทักษะการบริหารจัดการ รักษาคำพูดของตนเอง แสดงความมีคุณธรรมและความซื่อสัตย์

ขั้นที่ 3 : กล่าวชมเชย
ควรใช้โมเดล “P-R-A-I-S-E” เมื่อแสดงความชื่นชมเจ้านายหรือหัวหน้าของคุณ
Personally – แสดงออกในลักษณะที่เป็นส่วนตัว
Regularly – มีความสม่ำเสมอ
Assertively – มีการแสดงจุดยืนอย่างหนักแน่น
Immediately – แสดงออกในทันที
Sincerely – แสดงออกอย่างจริงใจ
Explicitly – และชัดเจน
คำชมถือเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพอย่างหนึ่งสำหรับการสร้างความเปลี่ยนแปลง สามารถทำให้บุคคลเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล มากกว่าการให้ข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ในเชิงลบ เมื่อคนเราได้รับคำชมก็จะรู้สึกดีและพยายามแสดงพฤติกรรมที่นำมาซึ่งคำชมนั้นอีกเรื่อยๆ ดังนั้นหากคุณต้องการให้เจ้านายประพฤติตนแบบใด ก็ควรเลือกกล่าวชมให้เหมาะสม

ขั้นที่ 4 : ช่วยให้เจ้านายประสบความสำเร็จ
ความสำเร็จของเจ้านาย คือเกณฑ์อย่างหนึ่งในการวัดความสำเร็จของคุณ คนอื่นมักเข้าใจไปว่าเจ้านายที่ดีนั้นแวดล้อมไปด้วยคนเก่งยอดฝีมือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากเจ้านายของคุณถูกมองในแง่ลบ คุณก็อาจจะพลอยได้รับผลเสียไปด้วย นอกจากนี้บริษัทยังจ้างคุณมาเพื่อให้ช่วยงานเจ้านายของคุณ ช่วยให้เขาทำงานประสบความสำเร็จ เมื่อตอนที่เจ้านายของคุณสัมภาษณ์คุณนั้น นอกจากเขาจะเชื่อมั่นว่าคุณสามารถทำงานในตำแหน่งนี้ที่จ้างมาได้แล้ว ยังมองว่าคุณจะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้แก่เขา แผนก และองค์กรด้วย

ขั้นที่ 5 : จัดการความขัดแย้งกับหัวหน้า
ความขัดแย้งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และแน่นอนว่าในการทำงานต้องมีความขัดแย้งระหว่างคุณและหัวหน้าเกิดขึ้นบ้าง ด้านล่างนี้ คือแนวทางที่เป็นประโยชน์
• การโต้แย้งที่เกิดขึ้นควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหลักการ ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว
• การโต้แย้งไม่ควรเอนเอียงมาเป็นเรื่องส่วนบุคคล เน้นไปที่เนื้อหาของการโต้แย้ง ไม่ใช่การเอาชนะหรือการโจมตีกันเป็นการส่วนตัว
• ฟังด้วยความตั้งใจ เมื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับมุมมองที่แตกต่าง หากคุณเริ่มด้วยการตั้งใจฟังคุณก็จะมีเวลาได้พูดแสดงความเห็นแน่นอน
• อย่าไปทำลาย “อัตตา” (ego) ของเจ้านาย ห้ามดูหมิ่นหรือทำให้เจ้านายขายหน้าต่อที่สาธารณะเด็ดขาด
• ดูสถานการณ์ให้ออก รู้ว่าเมื่อใดควรรุก และเมื่อใดควรนิ่ง
• ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปด้วยดีและความสัมพันธ์ราบรื่นดังเดิมหลังจากสิ้นสุดการโต้แย้ง ถึงแม้ว่าคุณและหัวหน้าจะมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่จำเป็นต้องแตกร้าวไปด้วย
ขั้นที่ 6 : ทบทวนผลการปฏิบัติงานของคุณร่วมกับเจ้านายอย่างสม่ำเสมอ
แม้ว่าองค์กรของคุณจะไม่ได้กำหนดให้มีการทบทวนผลการปฏิบัติงานประจำปี แต่คุณก็ควรขอข้อมูลป้อนกลับจากหัวหน้าของคุณอย่างสม่ำเสมอ การทบทวนผลการปฏิบัติงานเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณสามารถสังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและความคาดหวังที่หัวหน้ามีต่อเป้าหมายและผลการปฏิบัติงานของคุณได้ อย่าลืมว่าสิ่งที่คุณไม่รู้นั่นล่ะคือสิ่งที่อาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้
แม้ว่าการได้ยินคำวิจารณ์ในเชิงลบจะไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่การที่ไม่ทราบคำวิจารณ์ต่างหากที่กลับเป็นอันตรายต่อหน้าที่การงานของคุณอย่างแท้จริง และแม้ว่าคุณจะได้ทำการทบทวนผลการปฏิบัติงานร่วมกับหัวหน้าอยู่เป็นประจำทุกไตรมาส หัวหน้าของคุณก็จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับเนื้องานที่คุณทำจริงๆ เพียงแค่ประมาณ 20-30% ของงานทั้งหมดที่คุณทำจริง วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้หัวหน้าของคุณทราบว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ก็คือการส่งรายงานที่ใช้เวลาเขียนไม่เกิน 15 นาที และใช้เวลาอ่านไม่เกิน 5 นาที เป็นประจำทุกสิ้นสัปดาห์การทำงาน
เนื้อหาของรายงานอาจมีความยาวประมาณครึ่งหน้า และมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งต่อไปนี้
• คุณทำให้องค์กร แผนก เกิดรายได้ได้อย่างไร
• คุณช่วยองค์กร แผนก ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร
• ปัญหาที่คุณสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้
• ปัญหาที่เกิดขึ้นและคุณสามารถแก้ไขได้
• มีส่วนใดบ้างที่หัวหน้าสามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ เพื่อให้งานบางอย่างลุล่วง
ที่มา : http://jobmsn.jobjob.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *