พหุปัญญา ความฉลาด 8 อย่าง (Multiple Intelligence) (2)

พหุปัญญา ความฉลาด 8 อย่าง (Multiple Intelligence) (2)

สมองมีความฉลาด 8 อย่าง (Multiple Intelligence)

โดยพญ. โสภา เกริกไกรกุล ; (Neurologist)
เด็กๆ จะมีความฉลาดหลายด้านไม่ใช่เฉพาะรู้หนังสืออย่างเดียวเพื่อให้ครู พ่อ แม่ เด็ก เพื่อน ผู้ร่วมงาน รู้ว่าเด็กมีความสามารถอื่นๆ ได้อีก ได้แก่
word smart (เก่งทางคำพูด ภาษา) เป็นความสามารถในการใช้คำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเขียน การพูด การชักจูง ความจำ การอธิบาย เล่านิทาน เล่าโจ๊ก ความรู้สึก โต้เถียง การให้เหตุผล การเขียนสรุป รายงาน ชักชวน
สามารถพบได้จาก นักแต่งบทกวี นักเขียนบทละคร นักปกครอง นักพูด นักการเมือง บรรณาธิการ นักเขียนสุนทรพจน์ คนเล่านิทาน
มักจะมีบุคลิกภาพดังนี้ มีความสารถในการจัดระเบียบแบบแผน เป็นคนมีระเบียบ ระบบ สามารถให้เหตุผล เป็นนักฟัง นักอ่าน นักเขียน สามารถสะกดคำได้ง่าย ชอบเล่นเกมต่อคำ ช่างจำเรื่องเล็กๆน้อยๆ อาจจะเป็นนักพูดในที่สาธารณะ อาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ทางด้านการเขียนหรือการพูด
การฝึกฝน หัดเล่าเรื่องต่างๆเล่นเกมที่เกี่ยวกับชื่อสถานที่ หัดอ่านเขียนเรื่องราวต่างๆ หรือเรื่องขบขัน เล่นเกมทำท่าเลียนแบบคำศัพท์ หัดเขียนบทความลงในวารสาร สัมภาษณ์ เล่นเกมปริศนา หรือเกมสะกดคำ หัดฝึกทำกิจกรรมที่ผสมผสานระหว่าง การเขียนและการอ่าน ในหัวข้อต่างๆหัดเป็นบรรณาธิการหรือเป็นที่ปรึกษา และผลิตวารสารในชั้นเรียน หัดโต้วาที วิจารณ์เรื่องราวต่างๆ หรือหัดเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ
logical/mathematical (ทางด้านคณิตศาสตร์และตรรกวิทยา) การเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อมีการแก้ปัญหา การทำงานกับตัวเลข การทดลอง การสังเคราะห์ความคิด สำรวจ การคำนวณ เรียงลำดับเวลา ลำดับเหตุการณ์ การใช้เหตุผล เปรียบเทียบ ลำดับความคิด การตั้งสมมติฐาน ได้แก่ พวกนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ วิศวกร นักสะกดรอยตามสัตว์ ตำรวจนักสืบ นักกฎหมาย นักบัญชี ฯลฯ
มักจะมีบุคลิกภาพดังนี้ ชอบคิดในเรื่องนามธรรม ชอบวิจารณ์ ชอบสนุกสนานในการนับของ ชอบทำงานเป็นระบบ สนุกสนานกับการใช้คอมพิวเตอร์ สนุกสนานกับการแก้ไขปัญหา
การฝึกฝนให้มีลักษณะทางด้านนี้ กระตุ้นให้หัดแก้ไขปัญหา ให้เล่นเกมคณิตศาสตร์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ หัดแปลและวิเคราะห์ข้อมูล หัดให้เหตุผล กระตุ้นตนเองให้มีความกล้า กระตุ้นให้หัดทำการทดลอง หัดคาดคะเน หัดให้ทำงานผสมผสานระหว่างคณิตศาสตร์กับการจัดระบบในหัวข้อต่างๆ หัดจัดสถานที่ หัดทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หัดคิดโดยการนำข้อมูลต่างๆมารวบรวมก่อน สรุปผล หัดใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการคำนวณ การทำตารางต่างๆ
Spatial ทางด้านการมองภาพรวม (มิติสัมพันธ์) สามารถพบได้จาก สถาปนิก ช่างทาสี ช่างปั้น นักเล่นหมากรุก นักนิยมไพร นักฟิสิกส์ ผู้วางยุทธศาสตร์การรบ นักบริหาร
มักจะมีบุคลิกภาพดังนี้ สามารถจินตนาการและความรู้สึกออกมาเป็นการแสดง รูปภาพ หรือภาพพจน์ได้ มักใช้คำอุปมาอุปไมย ชอบงานศิลปะ วาดภาพ ระบายสี ปั้นหรือแกะสลัก มีทัษะในการอ่านแผนที่ แผนภูมิ จำเรื่องราวต่างๆเป็นภาพได้ มีทักษะในการใช้สี
วิธีการที่จะฝึกฝนให้มีลักษณะทางด้านนี้ ใช้การเรียนด้วยภาพ หัดให้สร้างสัญลักษณ์หรือภาพ หัดให้วาดแผนที่ แผนภูมิ หัดให้ทำงานผสมผสาน ระหว่างงานทางศิลปะกับวิชาต่างๆ หัดวาดแผนที่ในใจ หัดทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเห็น ทัศนศึกษาหรือสร้างภาพด้วยตนเอง หัดการเรียนรู้โดยใช้การกระตุ้นจากสิ่งรอบข้าง หัดเล่นละครที่ใช้ท่าทาง มีการเปลี่ยนแปลง จัดห้องใหม่ๆ เพื่อให้มีการฝึกความรับรู้แบบต่างๆ หัดให้ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการจัดระบบหรือสร้างแผนภูมิ หัดจัดกลุ่มต่างๆ ระบายสีเพื่อเน้นข้อความ หัดใช้คอมพิวเตอร์ในการวาดภาพ
Music เก่งทางดนตรี การเขียนบทเพลง การร้องเพลง สร้างการฟังจังหวะเพลง ความสามารถในการรับรู้และแสดงออกของดนตรี
มักพบได้จาก นักแต่งเพลง นักแสดง ผู้ควบคุมวงดนตรี ช่างปรับระดับเปียโน
มีบุคลิกภาพดังนี้ มีทักษะในเรื่องของจังหวะ ระดับเสียง มีทักษะพิเศษในการรับรู้ถึงพลัง ความซับซ้อน และระดับของเสียงดนตรี เป็นผู้ที่รับรู้สิ่งลึกลับได้
วิธีการที่จะฝึกให้มีทักษะทางด้านนี้ หัดให้เล่นดนตรี ใช้การร้องเพลงเข้ามาประกอบในบทเรียน หรืออาจจะเป็นคอนเสริต์ก็ได้ ทำงานเกี่ยวกับดนตรี ร่วมร้องเพลงในที่ต่างๆ หัดแต่งเพลง ผสมผสานการเรียนโดยใช้ดนตรีกับวิชาอื่นๆ จินตนาการหรือวาดภาพโดยการใช้เสียงดนตรี การอ่านบทกวีโดยใช้จังหวะเสียงดนตรีต่างๆกัน แต่งเพลงด้วยคอมพิวเตอร์
Kinesthetic เก่งและเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว การเต้นรำ การกีฬา การแสดงบทบาทต้างๆ การทัศนศึกษา ความสามารถในการแสดงออกต่างๆ ฟังความคิด ความรู้สึก กิริยาอาการ เช่น นักกีฬา นักเต้นรำ นักแสดง นักกีฬา นักประดิษฐ์ ช่างกล คนจัดเวลา
มีลักษณะพิเศษดังนี้ สามารถควบคุมร่างกายได้ โดยเฉพาะอวัยวะที่คนอื่นทำไม่ได้ เช่นใบหู มีลักษณะในการเรียนรู้การเคลื่อนไหวร่างกายและตอบโต้ได้ดี ชอบเล่นกีฬา มีทักษะในงานฝีมือ ชอบแสดง ชอบทำงานหัตถกรรมต่างๆ ชอบเรียนรู้โดยการมีส่วนร่วมในงานนั้นๆ จำเรื่องราวต่างๆได้ดี โดยการร่วมในกิจกรรมมากกว่าจากการบอกเล่า หรือแค่สังเกต มีความรู้สึกไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
Interpersonal ทางด้านปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นหรือทางด้านสังคม เก่งทางมนุษยสัมพันธ์ เรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อมีการทำงานร่วมกับคนอื่น การสัมภาษณ์ การถกเถียงกันในกลุ่ม การวางแผน สำรวจการให้วิจารณ์ การสอน การระดมสมอง การวิเคราะห์ตนเอง ความสามารถในการสังเกต ความแตกต่างของแต่ละบุคคล เช่น อารมณ์ ความสนใจ เข้าในอารมณ์ของผู้อื่นได้ดี มีเพื่อนมาก ชอบกิจกรรมกลุ่ม
มักพบได้จาก นักรัฐศาสตร์ ครู ผู้นำทางศาสนา ผู้นำทางการเมือง ที่ปรึกษา คนขายของ ผู้จัดการ นักสังคม
มักจะมีบุคลิกภาพดังนี้ มีความคิดริเริ่มดี เข้ากับผู้อื่นได้ดี สามารถอ่านความนึกคิดของผู้อื่นได้ สนุกสนานกับการได้อยู่กับบุคคลอื่น มีเพื่อนมาก สื่อสารและปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย สนุกสนานกับการทำกิจกรรมกลุ่ม ชอบทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการโต้วาที ชอบทำงานร่วมกับผู้อื่น เรียนรู้สังคมได้เก่ง
วิธีที่จะทำให้มีลักษณะทางด้านนี้ หัดทำให้กิจกรรมกลุ่มสันทนาการ แบ่งปันกัน ฝึกทักษะด้านการติดต่อและการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น สนทนากัน หัดให้จัดงานรื่นเริงเพื่อฉลองการเรียน หัดสำรวจผู้อื่น โดยใช้กิจกรรมทางสังคม กับบทเรียนในวิชาต่างๆ พูดคุยกันเพื่อตอบคำถามที่ตั้งไว้ เรียนรู้โดยการให้การบริการผู้อื่น หัดให้แนะนำสั่งสอนผู้อื่น หัดให้ใช้เหตุผล
Intra personal ทางด้านรู้จักตนเอง เรียนรู้เมื่อมีการวิจัย เขียนบันทึกประจำวัน ความสามารถแก้ปัญหาด้วยตนเอง ค้นหาคำตอบภายในตนเอง ความสามารถเข้าใจความรู้สึก และพฤติกรรมของตน
มีบุคลิกภาพดังนี้ รู้จักตนเอง รู้จักคุณค่าของตน รับรู้ความรู้สึกผู้อื่นได้ดี มีเป้าหมายของชีวิต มีการพัฒนารับรู้ตนเองได้ดี รู้จักกระตือรือร้น รู้ถึงจุดอ่อน และจุดแข็งของตนเอง ชอบสันโดษ ต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเอง
มักพบได้จาก นักเขียนนวนิยาย ที่ปรึกษา ผู้สูงอายุที่มีความฉลาด นักปรัชญา บุคคลที่สามารถรับรู้ความรู้สึกตนเองได้ดี นักจิตวิทยา ผู้นำศาสนา
วิธีที่จะฝึกฝนให้มีลักษณะทางด้านนี้ ฝึกให้พูดจากความรู้สึกในใจของตนเอง สำรวจตนเองทั้งความรู้สึก อารมณ์ และความคิด ทำกิจกรรมที่จะพัฒนาตนเอง หัดทำบันทึกย่อๆ เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ แลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ฝึกให้ฟังและคิด ใช้เวลาเพื่อแสดงความรู้สึกตนเอง วิจารณ์หรือเขียนแสดงถึงประสบการณ์ และความรู้สึกของตนเอง เรียนรู้ที่จะควบคุมตนเอง สอนให้เชื่อมั่นในตนเอง สอนให้หัดตั้งคำถาม
Naturalist (สิ่งแวดล้อมทั้งคน และธรรมชาติ) เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ สังเกตความแตกต่าง ได้แก่ นักชีววิทยา นักสิ่งแวดล้อม
เพราะฉะนั้น เด็กไม่จำเป็นจะต้องเก่งแต่เลข หรือภาษา แต่จะเป็นทางกีฬา ดนตรี ฯลฯ ซึ่งเราสามารถส่งเสริมเขาได้ตามความถนัดและความสนใจของเด็ก ไม่จำเป็นที่จะต้องเคี่ยวเข็ญ ในสิ่งที่เขาไม่ชอบหรือทำไม่ได้ อย่าบังคับเคี่ยวเข็ญมากเกินไปในสิ่งที่เด็กไม่อยากทำเด็ดขาด เพราะจะเป็นการผลักดันให้เด็กฆ่าตัวตาย หรือเป็นโรคประสาท หรือหันเข้าหายาเสพติดมากขึ้น เพราะมีผู้ใหญ่ไม่เข้าใจในตัวเด็ก ต้องคุยและฟังกันด้วยเหตุผล มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้วบ่อยๆครั้ง ท่านลองสังเกตหรือติตามข่าวดู ซึ่งจากการวิจัยพบว่า เด็กวัยรุ่นฆ่าตัวตายอันดับสองรองจากวัยทำงาน และหันเข้าหายาเสพติดมากขึ้น สาเหตุมากสุดคือ จากคำพูดจาที่ทำลายกำลังใจเด็ก ทั้งจากพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และคนใกล้ชิด โดยที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ตัว
นักทำนายอนาคต (Futurist) จึงได้กล่าวไว้ว่า ปัจจุบันข้อมูลต่างๆ มีมากมายและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การเรียนรู้ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนการสอนคือ การสอนวิธีการแสวงหาความรู้ที่เด็กสนใจมาได้ และคิดเป็น (Learning how best to learn and how to think) เด็กทุกคนจะรู้ว่าตนเองต้องการสนใจสิ่งใดในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของชีวิต และสามารถที่จะค้นคว้าหาความรู้ที่ตนสนใจนั้นได้
Albert Einstein แนะนำว่า จินตนาการสำคัญมากกว่าความฉลาด (Imagination is more important than intelligence)

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *