พวกเราคือมาร์แชล (We Are Marshall)

พวกเราคือมาร์แชล (We Are Marshall)
Post Today – เรื่องจริงของทีมอเมริกันฟุตบอลวิทยาลัยมาร์แชล ในเมืองฮันทิงตัน เวสต์เวอร์จิเนีย ในวันที่ 14 พ.ย. 1970 ขณะที่ทีมเดินทางกลับจากการแข่งขัน เกิดพายุและเครื่องบินตก ทำให้ทีมและคณะที่เดินทางไปเสียชีวิตทั้งหมด …
วิทยาลัยต้องสร้างทีมใหม่เกือบทั้งหมด รวมทั้งหัวหน้าโค้ชด้วย เป็นหนังดรามาที่มีแง่คิดในเรื่องการต่อสู้และการโค้ชที่ดีมากเรื่องหนึ่ง หากคุณซื้อดีวีดีลิขสิทธิ์ คุณจะได้ชมสารคดี 36 นาที ที่ผู้กำกับไปสัมภาษณ์สุดยอดโค้ชในวงการกีฬาของอเมริกามา มาฟังแง่คิดในการโค้ชของเขาแต่ละคนกัน

แจ๊ค เล็งเยล (Jack Lengyel) เป็นโค้ชตัวจริงที่หนังเรื่องนี้นำมาสร้าง เขาแนะนำว่า “คุณต้องตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ แล้วพยายามค้นหาหนทางเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นโดยการทำงานเป็นทีม ที่สำคัญ ต้องทำให้ทุกคนเชื่อให้ได้ด้วยหัวใจว่า เป้าหมายนั้นเป็นไปได้ ที่มาร์แชลเรามีสิ่งที่เราแชร์ร่วมกันก็คือ ความหวัง ความมุ่งมั่น ความขยัน ความภักดี และความรักในทีมของเรา จนกระทั่งมันเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมที่ทำให้ทีมเราสู้ฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน”

บ๊อบบี้ บาวเด็น (Bobby Bowden) หัวหน้าโค้ชอเมริกันฟุตบอลวิทยาลัยฟลอริดา บอกว่า “เรามีผู้เล่น 85 คน บางคนขยันซ้อมอย่างหนัก บางคนขยันบ้าง บางคนไม่ซ้อมเลย บางคนไม่รู้วิธีเล่น บางคนรู้อย่างดี ผู้เล่นแต่ละคนไม่เหมือนกัน”

บ๊อบบี้เห็นคุณค่าของการเผชิญอุปสรรค และเขายังรักผู้เล่นของเขาเหมือนลูกๆ ทุกคน “ในกีฬามีแพ้มีชนะ เราต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับความรู้สึกเมื่อแพ้หรือเผชิญอุปสรรค หากเราไม่เคยพบความยากลำบากเลย ชีวิตก็ปราศจากคุณค่าแต่อย่างใด เราจะไม่ได้เรียนรู้เลยหากไม่เจอปัญหา อุปสรรคทำให้เราแกร่ง และพิสูจน์ว่าเรามีดุลยพินิจในการจัดการกับปัญหาอย่างไร”

“เด็กที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง และไม่เคยเจอปัญหาเลยนั้น ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะเติบโตมาได้ดีอย่างไร”

แพท ซัมมิท (Pat Summitt) โค้ชทีมบาสเกตบอลสตรีวิทยาลัยเทนเนสซี บอกว่า “ดิฉันรักในสิ่งที่ทำ ชอบการแข่งขันและการเอาชนะ ฉันรักเด็กมาก แต่ฉันต้องการให้เขาทุ่มถึงที่สุด โค้ชต้องพร้อมจะบอกพวกเขาว่า มันไม่ง่ายหากต้องการเป็นผู้ชนะระดับชาติ ต้องทุ่มเทแบบสุดตัวสุดใจ ต้องฝึกฝนหนักด้วยตัวเอง”

“เด็กสมัยนี้อยากสนุกอยากสบาย แต่มันเป็นไปไม่ได้ คุณต้องฝึกอย่างหนักเท่านั้น”

“การได้ไปโค้ชในการแข่งขันโอลิมปิกทำให้รู้ว่าต้องทุ่มสุดตัว ฉันไม่กลัวการแข่งขัน ฉันไม่กลัวแพ้ ฉันกล้าสู้ มุ่งที่เป้าหมายเท่านั้น”

“ฉันรักและสนุกกับการสอนและการโค้ชสุดๆ เลยค่ะ”

ลุท โอลเส็น (Lute Olsen) จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา “หน้าที่โค้ชคือทำให้ผู้เล่นเล่นได้เก่งกว่าที่เขาคิด มันยาก เพราะต้องผลักดันกันแบบสุดๆ คนสมัยนี้อยากได้อะไรเร็วๆ แต่ไม่อยากฝึก พวกเขาบอกว่าไม่มีเวลา มันไม่ง่ายอย่างนั้นซิครับ”

“ทุ่มเท ฝึกหนัก พื้นฐานให้แน่น และมีสมาธิกับการซ้อมและการเล่น บาสเกตบอลต้องเล่นเป็นทีม เราต้องคอยช่วยกันและกัน”

“มีช่วงหนึ่งทีมเจอปัญหาและภรรยาผมเสียชีวิตกะทันหัน ผมแทบไม่อยากกลับมาทำหน้าที่โค้ชเลยในตอนนั้น แต่ในฐานะผู้นำคุณต้องเป็นแบบอย่างให้ทีมเห็น โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต”

จอร์จ ฮอร์ตัน (George Horton) จากวิทยาลัยแคลสเตท ฟูลเลอร์ตัน “ผมยึดหลัก 3P คือ Present Positive Process หรือ อยู่กับปัจจุบัน มีทัศนคติเชิงบวก และเน้นที่กระบวนการ คือทำทีละเรื่อง ไปทีละขั้น”

“เบสบอลเป็นกีฬาที่ต้องเผชิญกับความล้มเหลว เราตีเสียเจ็ดในสิบครั้ง วิธีที่เราเผชิญกับความล้มเหลว (จากการตีไม่โดน) จะทำให้คนคนนั้นเป็นผู้ใหญ่ หากยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เขายังเป็นเด็ก ผมให้เครื่องมือกับพวกเขาในการจัดการกับอารมณ์ของตนเองเมื่อพ่ายแพ้ พวกเขาจะแกร่งขึ้น และเขาจะได้ทักษะชีวิตติดตัวออกไป ไม่ใช่เก่งกีฬาเพียงอย่างเดียว”

จอห์น วูดเด้น จากยูซีแอลเอ “โค้ชก็เหมือนครู ผมมี 2 คำสำคัญ ความรัก และการรักษาสมดุล เราต้องรักษาบาลานซ์ระหว่าง ร่างกาย จิตใจ และอารมณ์”

“ก่อนเริ่มฤดูการแข่งขัน ผมบอกกับพวกเขาว่า ครูจะไม่ชอบพวกเธอเท่ากันทุกคน พวกเธอก็จะไม่ชอบหน้าครูเท่ากันทุกคน และพวกเธอก็จะไม่ชอบหน้ากันเองเท่ากันทุกคน แต่ว่าครูจะรักเธอเท่ากันทุกคน”

“ครูคงทำผิดมากบ้างน้อยบ้าง อย่าห่วง หากครูทำผิดเยอะ เขาก็มาไล่ครูออกเอง พวกเธอห่วงตัวเองดีกว่า”

“เชื่อมช่องว่าง” กับ เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย Executive Coach ภายใต้แบรนด์ The Coach คุณสามารถติดต่อเขาได้ที่ coachkriengsak@yahoo.com หรืออ่านงานเขียนที่เคยตีพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์ ที่ www.thaicoach.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *