พลิกตำราโลจิสติกส์ : โซ่อุปทานหนังสือ

พลิกตำราโลจิสติกส์ : โซ่อุปทานหนังสือ
Source: ผศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย

คราวที่แล้วได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมคลังกระจายสินค้าของธุรกิจหนังสือแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์กระจายหนังสือให้กับร้านหนังสือในเครือและนอกเครือทั่วประเทศ ตามปกติแล้วในการจัดการคลังหรือศูนย์กระจายสินค้าของอุตสาหกรรมใดๆ จะพิจารณา 2 ประเด็น
คือ 1) ความสามารถในการจัดการภายในคลัง ซึ่งรวมถึงการจัดการวัสดุคงคลัง และ 2) ความสามารถในการกระจายสินค้าที่เชื่อมโยงต่อกับการเติมสต๊อก (reorder point) ของร้านค้าปลีกที่เราจะกระจาย พอได้มีโอกาสมาดูการทำงานโลจิสติกส์ของการกระจายหนังสือของที่นี่แล้ว มีความรู้สึกว่าการจัดการโลจิสติกส์ในธุรกิจนี้เป็นการทำงานปราบเซียนแบบนอกตำราอย่างหนึ่งเหมือนกัน ที่บอกว่านอกตำรามิใช่ว่าการจัดการโลจิสติกส์ไม่มีระบบ แต่เป็นกรณีศึกษาที่ยากและค่อนข้างเฉพาะกรณี ไม่เหมือนการกระจายสินค้าของคลัง seven-eleven สู่ร้าน seven-eleven ทั่วประเทศ หรือจากคลัง Tesco lotus สู่สาขา Tesco lotus ทั่วประเทศ สาเหตุของความแตกต่างเป็นเพราะชนิดสินค้า สินค้าที่กระจายในธุรกิจประเภทนี้คือ “หนังสือ” ที่มีความหลากหลายสูงมาก มีจำนวน SKU เยอะมากๆ ซึ่งขณะนี้มีอยู่ในคลังประมาณ 8,900 SKU และในแต่ละวันมีเพิ่มขึ้นประมาณ 35 SKU ใหม่ทุกวันๆ ไม่เหมือนสินค้าอุปโภคบริโภคที่วางขายตามร้านขายปลีกทั่วไปที่สินค้ามีชนิดขนาดมาตรฐาน และความต้องการของผู้บริโภคค่อนข้างคาดเดาได้ แต่สินค้าประเภท “หนังสือ” นอกจากมีจำนวน SKU สูงแล้ว Product life cycle แต่ละชนิดก็ไม่เท่ากัน ไม่สามารถคาดเดาได้ ไม่เหมือน สบู่ อาหาร ยาสีฟัน ที่ขายบน shelf ตามร้าน
นอกจากนี้อัตราการหมุนเวียนสินค้าในคลังก็ไม่เท่ากัน ขึ้นกับ demand ของหนังสือแต่ละชนิด ซึ่ง demand นี้ก็คาดเดายากอีกเช่นกัน พลิกตำรา Forecasting ใด ก็คงจะมึนงงได้ เนื่องจากหนังสือแต่ละเล่มไม่ใช่ สินค้าบริโภค consumer behaviour ไม่ repeat หรือคาดการณ์พยากรณ์เป็นรายเล่มยากมาก สิ่งที่อาจจะทำได้มากที่สุดคือ การ group เป็น ABC แต่การแบ่ง Class ABC ก็ทำได้ยากอีก สินค้าใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นใน อัตราสูงเกิดทุกวันไม่สามารถแบ่งกลุ่มได้ทันว่าจะอยู่ใน A หรือ B หรือ C สิ่งที่อาจทำได้และเห็นแนวทางบ้างคือ ชนิดหนังสือ เช่น พจนานุกรม , dictionary รวมถึงแผนที่หรือหนังสือธรรมะ ที่อาจจะอยู่ใน A หรือ B ขายได้เรื่อยๆ ดังนั้น การ forecast นั้น ต้องพยายามใช้ข้อมูลที่ available อย่างสุดความสามารถ เช่น การใช้ข้อมูลหนังสือที่มีลักษณะใกล้เคียง ผู้เขียนคนเดิม ดังนั้น การจัดกลุ่มในการสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของ สต๊อกมีความสำคัญมาก ต้องมีทีมในการ monitor หนังสือแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด

ความยากต่อเนื่องกันมาอีกเมื่อ forecast ยากการคำนวณ reorder point สำหรับการเติมสต๊อกก็ไม่เป็นไปตามความทฤษฎีสินค้าคงคลัง มิใช่ว่ามี point of sale รู้ยอดขายแน่นอน ลดลงถึง reorder point แล้วสั่งเข้ามา ปริมาณ EOQ เนื่องจากอัตราการลดลงของสต๊อกและการเติมสต๊อกต้องขึ้นกับ life cycle ที่สั้นมาก ๆ ของหนังสือชนิดนั้นๆ ด้วย เพราะไม่ใช่สินค้าแบบน้ำดื่มหรือขนมขบเคี้ยวที่ขายได้เรื่อยๆ ตลอดเวลา การเติมสต๊อกจึงเป็นการเติมแบบ 1-2 เล่ม พร้อมสำรวจตลาดไปด้วยพร้อมๆ กัน

อีกประเด็นหนึ่ง HUB and Spoke จากคลังตามภูมิภาคก็นำมาใช้กับธุรกิจนี้คงไม่เหมาะ สืบเนื่องจากปริมาณสต๊อกหากมีคลังภูมิภาคคงไม่แน่นอน เพราะ demand ปรับเปลี่ยนตามสาขาทุกวันๆ หนังสือที่วางแต่ละสาขาก็เป็นหนังสือต่างประเภทกัน กลยุทธ์จึงเป็นเหมือนการจัดส่งหนังสือพิมพ์ให้ได้ทั่วประเทศทุกๆ วันมากกว่า นอกจากนี้กระบวนการ return เป็นอีกหนึ่งกระบวนการสำคัญในโซ่อุปทานนี้ ยอดส่งคืนและหนังสือค้างสต๊อกมีปริมาณสูง พอๆ กับปริมาณหนังสือใหม่ที่เกิดขึ้น ดังนั้นการจัดการโลจิสติกส์ย้อนกลับรวมไปถึงการจัดการกำจัดทำลายสินค้าส่งคืน ซึ่งน่าท้าทายมากสำหรับธุรกิจประเภทนี้

โดยสรุปแล้วผู้เขียนมีความรู้สึกว่า สำหรับธุรกิจประเภทนี้หลักการการจัดการวัสดุคงคลัง การกระจายสินค้า การพยากรณ์ คงใช้ตามทฤษฎีอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้มากนัก หากต้องยึดหลักการและประยุกต์ใช้ตามกรณี แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถเห็นได้ว่าต้องมีเพื่อบริหารจัดการโซ่อุปทานนี้ คือ การแลกเปลี่ยนและการไหลของข้อมูลอย่างละเอียด ทั้ง database ชนิดของ product , Supply และ demand อย่าง update อาจจะไม่ต้องถึงกับ real time เพื่อเติมสต๊อก แต่ update ให้สู่ demand ในแง่ของพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า รวมถึงการหมุนเวียนสินค้าเข้า-ออก จากคลังพร้อมกระตุ้นด้วย KPI ในแง่ของ Inventory turnover ผนวกกับ order fill rate เพื่อเติมเต็มลูกค้าพร้อมจัดการสต๊อกของเราได้อย่างสมดุล จึงเป็นอีกหนึ่งแง่คิดว่า การจัดการโลจิสติกส์นั้น ดิ้นไปตามธรรมชาติของสินค้า แต่สิ่งหนึ่งที่คงยึดถือได้คงจะเป็นเรื่องของการแชร์ข้อมูลและเชื่อมโยงภายในโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนั้นมากกว่า
ผศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย
ศูนย์การจัดการโลจิสติกส์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *