ผู้หญิงมีแฟนเด็ก กับการนอนน้อยลง

ผู้หญิงมีแฟนเด็ก กับการนอนน้อยลง
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550
หัวเรื่องสัปดาห์นี้ อาจจะดูโฉบเฉี่ยวไปหน่อยนะครับ แต่จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องสองเรื่องที่นำมาจากเนื้อหาจากหนังสือชื่อ Microtrends ของ Mark J. Penn ที่เขาศึกษาข้อมูล สถิติ และตัวเลข ต่างๆ เพื่อจับเทรนด์ แนวโน้ม หรือกระแสต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยกระแสเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ใหญ่โตอะไร แต่ก็เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจ และหลายประเด็นผมคิดว่า ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในต่างประเทศเท่านั้น แต่ในเมืองไทยก็เริ่มมีให้เห็นแล้วเช่นกันครับ
ที่น่าสนใจก็คือจากแนวโน้มหรือกระแสเหล่านี้ คนที่มองเห็นย่อมสามารถเกาะกุมโอกาสจากแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ ผมขอเริ่มที่พวกแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับประชากรก่อนนะครับ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เริ่มไว้ในเรื่องของเพศหญิงที่ต่อไปมีแนวโน้มที่จะอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น เรามาลองดูในประเด็นอื่นๆ ต่อนะครับ
แนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับประชากรและการดำรงชีวิตของเราประการต่อมา คือ จะพบว่าผู้หญิงเริ่มที่จะมีคู่ควงหรือคู่ครองที่เป็นเด็กมากขึ้น ซึ่งในอดีตดูจะเป็นเรื่องแปลกนะครับ ที่คุณสุภาพสตรีจะมีแฟนหรือคู่ชีวิตที่เด็กกว่ามากๆ เป็นสิบปี แต่ในปัจจุบันดูเหมือนว่า สังคมจะเริ่มให้การยอมรับมากขึ้น จากข้อมูลการสำรวจของอเมริกาพบว่า หนึ่งในสามของผู้หญิงอายุระหว่าง 40-60 จะมีแฟนหรือคู่ควงเป็นผู้ที่เด็กกว่า และหนึ่งในสี่ของกลุ่มนั้นจะมีคู่ควงเป็นผู้ที่มีอายุน้อยกว่าสิบปีขึ้นไป
ผมไม่แน่ใจว่า เคยมีการสำรวจในเมืองไทยหรือยัง แต่เราก็เริ่มเห็นแนวโน้มหรือกระแสดังกล่าวกันมากขึ้นนะครับ โดยเริ่มต้นจากวงการบันเทิงที่เดี๋ยวนี้จะมีดาราหญิงหันมาเคี้ยว “หญ้าอ่อน” กันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความเชื่อเดิมๆ ที่เรามักจะบอกว่า ผู้ชายมักจะชอบเคี้ยวหญ้าอ่อนนั้น เริ่มเปลี่ยนไปครับ
ลองหันมาดูแนวโน้มหรือกระแสสังคมอีกด้านหนึ่งนะครับ แต่คราวนี้ไม่เกี่ยวกับวัวแก่หรือหญ้าอ่อนแล้ว แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของเราครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมในการนอนครับ บางท่านอาจจะไม่สังเกตนะครับ แต่เราจะพบว่า เรานอนกันน้อยลงไปทุกทีนะครับ ท่านผู้อ่านลองสังเกตตัวท่านเองดูนะครับว่า โดยเฉลี่ยแล้ววันๆ หนึ่งท่านนอนวันละกี่ชั่วโมงครับ? เราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า การนอนเป็นสิ่งที่สำคัญ และบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายก็มักจะบอกว่า เราต้องการการพักผ่อนวันละ 7.5-8 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย
ผมเชื่อว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของท่านผู้อ่าน คงจะนอนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็น และไม่ใช่แค่ในประเทศไทยนะครับ ในอเมริกาเขามีการสำรวจแล้วพบว่า คนที่นอนน้อยกว่าเจ็ดชั่วโมงต่อวันเพิ่มมากขึ้นจากในอดีต โดยเฉพาะพวกที่นอนน้อยกว่าหกชั่วโมงนั้นเพิ่มจาก 12% ในปี 1998 เป็น 16% ในปี 2005 นอกจากนี้ ทาง AC Nielsen เขายังมีการสำรวจประชาชนในประเทศต่างๆ ถึงพฤติกรรมในการนอนพบว่า สิบประเทศที่ประชากรมักจะนอนต่อเมื่อ เลยเที่ยงคืนไปนั้น อยู่ในเอเชียถึงเจ็ดประเทศครับ ซึ่งมีไทยติดอยู่ด้วย ที่ร้อยละ 43 ของประชาชนไทยที่นอนเลยเที่ยงคืนไปแล้ว (ไม่รู้ควรภูมิใจหรือเปล่านะครับ)
สาเหตุของการนอนน้อยลงก็หนีไม่พ้นเรื่องของงาน พฤตินิสัย และสื่อต่างๆ ที่เป็น 24 ชั่วโมงมากขึ้น ในอดีตที่ยังไม่มีทีวีหรืออินเทอร์เน็ตทั้งวันทั้งคืนเหมือนในปัจจุบัน ผมจำได้ว่าพอสี่ทุ่มครึ่งก็ไม่มีรายการน่าสนใจแล้ว แต่ในปัจจุบันเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านจะต้องนอนดึกขึ้น เนื่องจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นรายการหนังดีๆ หรืออ่านสิ่งที่น่าสนใจทางเน็ต หรือดูรายการถ่ายทอดสดกีฬาจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ งานก็เป็นข้ออ้างที่สำคัญที่ทำให้เรานอนน้อยลงครับ แต่พอถึงเรื่องงานนั้น หลายคนกลับจะยกย่องเชิดชูพวกที่ต้องทำงานหนัก และนอนน้อยครับ เนื่องจากมองว่าเมื่อนอนน้อยลงก็จะมีเวลาทำงานมากขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ถึงขั้นมีการยกตัวอย่างคนดังระดับโลกอย่างอดีตนายกรัฐมนตรี Margaret Thatcher ของอังกฤษที่นอนเพียงแค่คืนละห้าชั่วโมง หรือ Madonna ที่นอนเพียงสี่ชั่วโมงต่อคืน หรือนักประดิษฐ์เอกของโลกอย่าง Thomas Edison ที่นอนน้อยกว่าห้าชั่วโมงต่อคืน
แม้กระทั่งมีการคำนวณด้วยนะครับว่า ถ้าเรานอนน้อยลงชั่วโมงครึ่งต่อวัน (แทนที่จะเป็น 7.5 ชั่วโมง แต่เป็น 6 ชั่วโมง) เราจะมีเวลาทำงานเพิ่มขึ้นถึง 10% ต่อวัน หรืออีก 8.2 ปี สำหรับพวกที่อายุยืนถึง 82 ปีเชียวครับ สำหรับพวกบ้างานทั้งหลายก็ดูแล้วน่าสนใจและเย้ายวนใจนะครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า การนอนน้อยนั้นเป็นบ่อเกิดของสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ตามมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ความเครียด หรือแม้กระทั่งรายได้ที่น้อยลง (มีการวิจัยและพบความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้ในการนอนกับปัจจัยทั้งสามประการครับ)
นอกจากนี้ อุบัติเหตุต่างๆ บนท้องถนน ก็มักจะมาจากสาเหตุของการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเป็นสำคัญครับ รวมถึงความผิดพลาดในการทำงานด้วย ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจอีกครับว่า คนที่นอนน้อยนั้นมักจะมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วน (แปลกมากเลยครับ) เนื่องจากพอเรานอนน้อย ก็จะไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้เราหิวและอยากกิน
ตอนนี้ในต่างประเทศเขาเริ่มตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของการนอนกันมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ พวกยานอนหลับแบบอ่อนๆ นั้นขายดีกันมาก ในมุมมองอีกด้าน เนื่องจากคนน้อยลง บรรดาเครื่องดื่มที่ทำให้คนต้องตื่นตัวตลอดทั้งวันก็ขายดีกันเป็นแถว สังเกตได้จากเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนทั้งหลายครับ หรือแม้กระทั่งในปัจจุบันที่เราเห็นร้านขายกาแฟผุดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง จนกลายเป็นนิสัยของหลายๆ คนไปแล้ว เพื่อให้คึกคักและตื่นตัวตลอดทั้งวัน เห็นไหมครับ ในทุกกระแสหรือแนวโน้ม ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดโอกาสได้ทั้งสิ้น

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *