ผู้นำผู้รู้ตื่น” Vigilant Leader

ผู้นำผู้รู้ตื่น” Vigilant Leader

ผู้นำตามสั่ง Leader A La Carte : รศ.ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2552

พูดกันมานานแล้วว่าบุคคลซึ่งอยู่ในตำแหน่งผู้นำ เช่น CEO ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมักมองไม่เห็นหรือมองข้าม มีความสามารถในการหยั่งรู้ (Intuition) ในสิ่งที่คนอื่นคิดไม่ถึง

และท้ายที่สุดซึ่งสำคัญยิ่งก็คือ เมื่อมองเห็น และรู้ได้กว้างไกลก่อนคนอื่น CEO ก็จะสามารถตัดสินใจริเริ่มโครงการหรือพัฒนากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อดำเนินธุรกิจให้รอดจากมรสุมหรือเจริญก้าวหน้าได้ก่อนคนอื่นๆ ที่ไม่มีวิสัยทัศน์และกลายเป็น “ผู้มาทีหลัง” ที่ตกม้าตายระหว่างการเดินทางไป

ฟังดูแล้วคุณสมบัติข้อนี้ของ CEO ทำให้ CEO ต้องมีความสามารถเหมือน “นอสตราดามุส” ผู้หยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าชาวฝรั่งเศสที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 16 และถ้าให้เปรียบเทียบแบบไทยๆ ก็คงคล้าย “พิเภก” โหรผู้เก่งกาจในวรรณคดีรามเกียรติ์

อย่างไรก็ตามทั้งนอสตราดามุสและพิเภกก็เป็นเพียงผู้มองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้วิเคราะห์เหตุการณ์และประมวลข้อมูลต่างๆ เพื่อตัดสินใจอย่างที่ CEO ทั้งหลายต้องทำกัน ในขณะเดียวกัน CEO หลายคนที่ทำหน้าที่ตัดสินในเรื่องต่างๆ อันเป็นกิจวัตรประจำวันของ CEO ก็มักจะขาดวิสัยทัศน์และขาดข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญยิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจ

ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถเพิ่มความสามารถของ CEO ในเรื่องการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและแม่นยำเที่ยงตรง (Accuracy of vision)

โปรเฟสเซอร์ จอร์จ เอส. เดย์ และ พอล เจ.เอช. ชูว์เมคเกอร์ อาจารย์ภาควิชาการตลาดแห่งวิทยาลัยวาร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (Wharton School of the University of Pennsylvania) ได้ร่วมกันทำการสำรวจความคิดเห็นผู้จัดการระดับสูงจากบริษัทระดับโลกาภิวัตน์ (Global companies) จำนวน 119 แห่ง เรื่องความต้องการและความสามารถเรื่องวิสัยทัศน์นอกสายตา (Peripheral vision) อันเป็นคุณสมบัติสำคัญของ CEO ยุคนี้ที่ต้องพบเจอกับ ‘เซอร์ไพรส์’ ร้ายๆ อยู่ทั้งปี

ทั้งนี้ขอขยายความคำว่า ‘Peripheral vision’ สักหน่อย โดยคำว่า ‘Peripheral’ หมายถึงสิ่งซึ่งอยู่ข้างนอกจากที่สายตาจะมองเห็น ดังนั้นดิฉันจึงขอแปลว่า หมายถึงวิสัยทัศน์ที่อยู่นอกความสามารถของสายตาธรรมดาที่จะ (สนใจ) มองเห็น แปลสั้นๆ ว่า “มีวิสัยทัศน์มองเห็นในสิ่งที่คนอื่น (มัก) มองไม่เห็น” ก็แล้วกัน

ทั้งนี้โปรเฟสเซอร์ เดย์ และ ชูว์เมคเกอร์ สนใจเรื่องการพัฒนาผู้นำให้เป็น “Vigilant leader” อีกเช่นกันที่ดิฉันขอแปลคำนี้โดยใช้สำนวนของตัวเองคือ “ผู้นำผู้รู้ตื่น” เพราะคำว่า vigilant แปลว่า ระแวดระวัง ตื่นตัว ครั้นจะแปลว่าผู้นำผู้ระแวดระวัง หรือผู้นำผู้ตื่นตัว ก็ฟังดูตื่นตูมหรือระวังภัยเหมือน รปภ.มากไป จึงขอแปลว่า เป็นผู้นำผู้รู้ตื่น รู้ตื่น คือ ไม่หลับใหล เปิดหู เปิดตา และที่สำคัญคือ เปิดใจ (ที่เคยแคบ) ให้มองดู รับฟังข้อมูลและความคิดของผู้อื่น

คิดว่าการแปลของดิฉันน่าจะใกล้เคียงกับแนวคิดเรื่อง Vigilant leader ที่เดย์ และ ชูว์เมคเกอร์ได้ เพราะเดย์และชูว์เมคเกอร์ได้สรุปคุณสมบัติของผู้นำผู้รู้ตื่นไว้ดังนี้

-ให้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก (องค์กร) และเปิดตา เปิดหู เปิดใจรับฟังมุมมองแนวคิดที่แตกต่าง

-ประยุกต์หลักการมองการณ์ไกลเชิงกลยุทธ์ (Strategic foresight) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล แนวคิด มุมมองต่างๆ ว่า “อาจจะ” มีผลกระทบอะไรบ้าง

-กระตุ้นส่งเสริมให้ผู้อื่น เช่น ผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาทำการค้นคว้าข้อมูล และวิเคราะห์ต่อยอดไปอีก ถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมของการค้นคว้าให้เกิดในองค์กร

ตัวอย่างที่ดีของ CEO ผู้เป็นแบบอย่างของ Vigilant leader คือ แอนดี้ โกรฟ อดีต CEO ของ Intel และแจ๊ค เวลช์ อดีต CEO ของ GE ซึ่ง CEO 2 ท่านนี้เป็นผู้ที่มีความตื่นตัว สนใจเรียนรู้และรับรู้ข่าวสารต่างๆ ตลอดเวลา และสามารถ “จับ” (Detect) ได้ว่าเหตุการณ์ใดๆ หรือข้อมูลใดๆเป็น “สัญญาณบอกเหตุ” ที่สำคัญในอนาคต

ทั้งนี้มีเพียง CEO ทำตัวเป็น Vigilant leader คงไม่เพียงพอ ผู้นำที่เก่งกาจและมองการณ์ไกลจึงต้องทำการฝึกฝนพัฒนาผู้บริหารในระดับรองลงมาให้มี Peripheral vision ด้วยโดยต้องสร้างวัฒนธรรมในการใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา และต้องใฝ่รู้ในเรื่องที่อยู่นอกงาน นอกองค์กรของตนเองด้วยเพื่อเปิดโลกทัศน์และวิสัยทัศน์ให้กว้างออกไป

จากนั้นตัวผู้นำก็ต้องคอยพูดคุยสอบถาม แลกเปลี่ยนทัศนะกับลูกน้องบ่อยๆ เป็นการกระตุ้นให้ลูกน้องต้องทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ ฝึกสมองลองปัญญากันอย่างนี้เป็นประจำ มิช้ามินานพนักงานในองค์กรก็จะมี Peripheral vision สามารถคาดการณ์อนาคตธุรกิจได้ดีและแม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องให้คนอื่นมาฟันธงหรือคอนเฟิร์มให้แน่นอน…

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *