ผู้นำจะสร้างความไว้วางใจได้อย่างไร?

ผู้นำจะสร้างความไว้วางใจได้อย่างไร?
มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
คุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งของผู้นำที่เรามักจะไม่ค่อยนึกถึง คือเรื่องของการสร้าง ความไว้วางใจ (Trust) ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไว้วางใจของลูกน้อง และบุคลากรในองค์กรที่จะมีต่อผู้นำในองค์กร
ความไว้วางใจในที่นี้หมายถึง ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เรามีต่อบุคคลอื่นว่า เขาจะปฏิบัติต่อเราด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต สามารถพึ่งพิงได้ รวมถึงการไม่เอารัดเอาเปรียบเรา
ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับว่า ถ้าผู้นำจะบริหาร และนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร ถ้าบุคลากรในองค์กรขาดความไว้วางใจในตัวผู้นำ ทั้งนี้ เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาขาดความไว้วางใจในตัวผู้นำแล้ว ผู้นำย่อมจะไม่ได้รับความร่วมมือ ความจริงใจ ความทุ่มเท ในการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้น เราอาจจะกล่าวได้นะครับว่า ความซื่อสัตย์ จริงใจ และความสามารถในการสร้างความไว้วางใจ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่ผู้นำทุกคนจะต้องมี
ในปัจจุบันที่สถานการณ์และบริบทในการดำเนินงานมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เราจะพบว่า การที่จะนำองค์กรให้ผ่านช่วงของการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ทั้งตัวผู้นำและผู้ตามจะต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การที่จะสามารถนำหลักของการทำงานเป็นทีม หรือเรื่องของ Empowerment มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ก็จะต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้นำและผู้ตาม
ท่านผู้อ่านลองนึกภาพดูนะครับว่า ถ้าเราขาดความไว้วางใจและเชื่อถือในตัวผู้นำเราแล้ว คงยากนะครับที่จะทำใจให้ทำงานและทุ่มเทเต็มที่ เพื่อผู้นำและองค์กรเคยเจอกรณีหลายครั้งเหมือนกันครับที่บุคคลในองค์กรจับได้ว่า ผู้นำของตนเองโกหกหรือแสดงสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้วางใจออกมา ซึ่งส่งผลให้ความภักดีและทุ่มเทของพนักงานในองค์กรลดต่ำลงด้วย
ทีนี้เรามาลองดูนะครับว่า ถ้าท่านผู้อ่านอยากจะให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านไว้ใจและเชื่อถือต่อท่านแล้ว จะมีแนวทางอย่างไรบ้าง
ประการแรก ก็คงจะต้องเริ่มต้นจากการเปิดเผยครับ การเปิดเผยในที่นี้รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่พนักงานควรรู้ให้พนักงานได้ทราบด้วย บุคลากรในองค์กรควรที่จะได้รับข้อมูลที่สำคัญ และจำเป็นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของผลการดำเนินงาน หรือข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสินใจที่สำคัญ (ปัจจุบันมีแนวคิดทางการจัดการอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า open-book management ที่เขาสนับสนุนให้เปิดเผยข้อมูลทางด้านการเงินให้พนักงานในองค์กรรับทราบครับ) การเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญให้กับพนักงานนั้น เป็นการแสดงให้พนักงานเห็นว่า ผู้บริหารไว้วางใจและให้ความสำคัญต่อพนักงานในองค์กรมากน้อยเพียงใด และทำให้ผู้บริหารย่อมได้รับความไว้วางใจกลับมา
ประการที่สอง ก็จะต้องมีความยุติธรรม ทั้งในเรื่องของการตัดสินใจและการกระทำต่างๆ รวมถึงเมื่อพนักงานทำดีก็ควรจะได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรมเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ผู้บริหารในไทยยังมีปัญหากันอยู่มากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจแบบครอบครัว ที่การตัดสินใจของผู้บริหารในหลายๆ ครั้ง ยังขาดหลักในเรื่องของความยุติธรรมอยู่
ประการที่สาม ก็คือการแสดงความรู้สึกออกมาบ้าง ไม่ใช่ว่าจะนำเสนอแต่ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงออกมาให้พนักงานรับทราบเท่านั้น แต่จะอาจจะต้องสื่อสารอารมณ์ หรือความรู้สึกของผู้บริหารออกมาให้พนักงานรับทราบบ้างเป็นระยะๆ ทั้งนี้ เมื่อผู้นำแสดงอารมณ์และความรู้สึกออกมา ก็เปรียบเสมือนกับท่านแสดงให้พนักงานได้เห็นว่าจริงๆ แล้ว ผู้นำของเขาก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เหมือนๆ กับเขา ไม่ได้อยู่สูงหรือไกลเกินเอื้อมเกินไป และเมื่อพนักงานรู้สึกว่าเจ้านายของเขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งแล้ว เราก็พร้อมที่จะมอบความไว้วางใจได้มากขึ้น
ประการที่สี่ ก็คือจะต้องบอกความจริงให้กับพนักงานอยู่ตลอดเวลาครับ ข้อสำคัญคือห้ามโกหกเด็ดขาด เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่ผู้นำโกหกและภายหลังถูกจับได้แล้ว ความน่าเชื่อถือที่เพียรสร้างมาทั้งหมดจะหายไปทันทีครับ
และการที่จะสร้างความน่าเชื่อถือ หรือการยอมรับขึ้นมาใหม่จะเป็นไปได้ยาก หลายๆ ครั้ง การบอกความจริงเป็นสิ่งที่เราคิดว่า พนักงานจะทำใจและยอมรับได้ลำบาก แต่ถ้าเทียบกันแล้ว เชื่อว่าการรับทราบความจริงที่ทำใจยอมรับได้ลำบากยังดีกว่ามาจับได้ภายหลังว่าถูกหลอกลวง โดยผู้นำของตัวเอง
ประการที่ห้า ก็คือจะต้องทำตามที่รับปากไว้ครับ นั้นคือเมื่อผู้บริหารไปสัญญาหรือรับปากในสิ่งใดกับบุคลากของท่านแล้ว ก็จงปฏิบัติตามที่สัญญาไว้ด้วยนะครับ การทำตามสิ่งที่ตนเองสัญญาเป็นการแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของผู้นำ เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้แล้วว่าการทำตามสัญญาเป็นสิ่งที่สำคัญ ผู้นำเองก็จะต้องคำนึงไว้อย่างหนึ่งนะครับนั้นคือไม่ไปรับปากหรือสัญญาในสิ่งใดไว้โดยขาดการคิด และไตร่ตรองก่อนว่าตัวเองจะทำตามที่พูดได้หรือไม่
ประการที่หก ก็คือจะต้องเก็บความลับให้อยู่นะครับ เนื่องจากพนักงานในองค์กรจะมองผู้บริหารว่า เป็นผู้ที่มีความไว้ใจและน่าเชื่อถือ
ดังนั้น ในหลายครั้งและหลายโอกาส พนักงานก็จะมาเล่าหรือปรึกษาปัญหาให้ฟัง ซึ่งในหลายๆ ครั้ง ที่สิ่งที่นำมาปรึกษาหรือเล่าให้ฟังนั้น เราไม่ต้องการให้คนอื่นนอกจากตัวผู้นำรู้ แต่เมื่อใดก็ตาม ที่เราพบว่าผู้นำของเราไม่สามารถเก็บความลับของเราได้แล้ว ความเชื่อถือและไว้วางใจก็จะพลอยหายไปด้วย
จะสังเกตว่า การสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนะครับ แล้วจริงๆ หลักการก็ไม่ต่างจากการสร้างความไว้วางใจ ระหว่างบุคคลสองบุคคลหรอกครับ แต่ในหลายๆ ครั้ง ที่ผู้นำมักจะมองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไป

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *