ปัญหาเกี่ยวกับตัวแทนบริษัทรับประกันชีวิต (5)

ปัญหาเกี่ยวกับตัวแทนบริษัทรับประกันชีวิต (5)

เกี่ยวกับข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันชีวิตมีข้อควรสังเกตดังนี้

1.ที่กฎหมายกำหนดเวลาไว้ 1 ปี นั้น เฉพาะกรณีผู้เอาประกันชีวิตฆ่าตัวเองตายเท่านั้น สำหรับกรณีที่ผู้รับประโยชน์เป็นคนฆ่าไม่มีระยะเวลากำหนดไว้

2. ถ้าผู้เอาประกันชีวิตฆ่าตัวเองตายใน 1 ปี ย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินตามสัญญาโดยไม่ต้องคำนึงว่าการกระทำอัตวินิบาตนั้นกระทำโดยต้องการให้ทายาทได้รับเงินตามสัญญาหรือไม่

3. มีปัญหาว่าหากผู้เอาประกันชีวิตลงมือกระทำอัตวินิบาตภายใน 1 ปี แต่การมรณะเกิดขึ้นภายหลัง 1 ปี ดังนี้ ทายาทจะยังมีสิทธิได้รับชดใช้หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 895 ตอนต้นบัญญัติว่า “ เมื่อใดจะต้องใช้จำนวนเงินในเหตุมรณะ” แสดงว่าเหตุมรณะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณาว่าผู้รับประกันจะรับผิดใช้เงินตามสัญญาหรือไม่การพิจารณาข้อยกเว้นความรับผิดก็เช่นเดียวกันต้องนำเหตุมรณะมาพิจารณาด้วย ดังนั้นถ้าปรากฏว่าผู้ทำอัตวินิบาตมิได้มรณะภายใน 1 ปี นับแต่วันทำสัญญาจึงถือไม่ได้ว่าการมรณะนั้นอยู่ในหลักเกณฑ์ยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัย ผู้รับประกันภัยจึงควรต้องใช้เงินให้แก่ทายาทตามสัญญา

4. กรณีผู้เอาประกันหรือถูกเอาประกัน ถกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนาน่าจะหมายความว่า ผู้รับประโยชน์ต้องมีเจตนาฆ่าและผู้เอาประกันหรือถูกเอาประกันถึงแก่ความตายสมตามเจตนานั้นด้วย ผู้รับประกันจึงจะไม่ต้องรับผิดใช้เงิน หากพฤติการณ์ฟังได้เพียงว่า ผู้รับประโยชน์มีเจตนาทำร้ายเท่านั้น ตาการทำร้ายนั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย ดังนี้น่าจะไม่เข้าข้อยกเว้นที่ทำให้ผู้รับประกันภัยหลุดพ้นความรับผิด

5. ควรสังเกตด้วยว่า หากผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันหรือผู้เอาประกันตายโดยเจตนาไม่ว่ากระทำโดยหวังเงินประกันหรือไม่ก็ตาม ผู้รับประโยชน์ไม่มีสิทธิได้รับเงินใดๆจากผู้รับประกันเลย ผู้รับประกันต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกัน หรือทายาทของผู้นั้น

9. การเรียกค่าสินไหมทดแทนกรณีมรณภัยเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลภายนอก
มาตรา 896 บัญญัติว่า “ ถ้ามรณภัยเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลภายนอก ผู้รับประกันภัยหาอาจจะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกนั้นได้ไม่ แต่สิทธิของฝ่ายทายาทแห่งผู้มรณะในอันจะได้ค่าสินไหมทดแทนจากบุคคลภายนอกนั้นหาสูญสิ้นไปด้วยไม่ แม้ทั้งจำนวนเงินอันจะพึงใช้ตามสัญญาประกันชีวิตนั้นจะหวนกลับมาได้แก่ตนด้วย”
ข้อสังเกต
1. กฎหมายให้หลักว่า ในการประกันชีวิต ทายาทของผู้เอาประกันชีวิตมีสิทธิเรียกร้องเอาได้ทั้งสองทาง คือ จากผู้ทำละเมิดทางหนึ่งและจากผู้รับประกันชีวิตอีกทางหนึ่ง

2. ผู้รับประกันชีวิตเมื่อได้ใช้เงินให้กับทายาทของผู้เอาประกันซึ่งมรณะหรือใช้เงินให้กับผู้รับประโยชน์แล้วไม่มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิของทายาทของผู้ตายไปไล่เบี้ยเอากับผู้ทำละเมิด หลักการข้อนี้แตกต่างกับการประกันวินาศภัยซึ่งกฎหมายให้ผู้รับประกันภัยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ไปไล่เบี้ยเอากับบุคคลภายนอกได้ตามมาตรา 880

3. ทายาทของผู้มรณะจะเรียกร้องเอากับผู้รับประกันภัย หรือผู้ทำละเมิดก่อนหรือหลังก็ได้ หากเรียกร้องกับผู้รับประกันภัยก่อนและได้รับชดใช้เงินตามสัญญาประกันภัยแล้ว ผู้ละเมิดจะอ้างว่าทายาทไม่มีความเสียหายเพราะได้มีการทดแทนโดยการใช้เงินจากผู้รับประกันชีวิตแล้วไม่ได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 2572 / 2525 สัญญาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลนั้น เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิตเป็นสัญญาประกันชีวิตอย่างหนึ่ง เพราะอาศัยความมรณะของบุคคลเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามความหมายในมาตรา 889 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามบทบัญญัติว่าด้วยประกันชีวิตไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้รับประกันภัยที่จะเข้ารับช่วงสิทธิเข้าแทนกันได้เหมือนอย่างการประกันวินาศภัย โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ได้จ่ายเงินชดเชยการเสียชีวิตของ อ. ผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวแก่ครอบครัวของ อ. ตามกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องไล่เบี้ยเอาค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยผู้ต้องรับผิดในกรณีละเมิดของผู้ขับรถชนรถที่ อ. ขับเป็นเหตุให้ อ. ถึงแก่ความตาย
คำพิพากษาฎีกาที่ 172 / 2522 จำเลยขับรถยนต์โดยประมาททำให้คนตาย โจทก์เป็นทายาทฟ้องเรียกค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายเช่าซื้อมาและต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าซื้อได้ โจทก์ได้รับเงินประกันชีวิตผู้ตายแล้ว ไม่หมดสิทธิที่จะเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นค่าเสียหายอีกด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 2361 / 2515 (ประชุมใหญ่) แม้สามีและบุตรผู้เยาว์ของผู้ตายจะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยแล้ว ก็หาเป็นการตัดสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนที่ยังขาดอยู่จากผู้ทำละเมิดอีกไม่
ฎ. 1150/2546 กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์มีข้อสัญญาเกี่ยวกับความรับผิดของผู้รับประกันภัยต่อความบาดเจ็บหรือมรณะของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการเสี่ยงภัยถึงชีวิต เป็นสัญญาประกันชีวิตเพราะอาศัยความมรณะเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามมาตรา 889 ซึ่งกฎหมายไม่ได้ให้สิทธิผู้รับประกันภัยที่จะเข้ารับช่วงสิทธิแทนกันได้เหมือนอย่างการประกันวินาศภัย แต่เงินส่วนที่โจทก์จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย และค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์ตกลงคุ้มครองหาใช่เป็นสัญญาประกันชีวิตไม่
10 สัญญาประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันมิได้เจาะจงตัวผู้รับประโยชน์ไว้

มาตรา 897 วรรคแรก บัญญัติว่า “ ถ้าผู้เอาประกันภัยได้เอาประกันภัยไว้โดยกำหนดว่าเมื่อตนถึงซึ่งมรณะให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตนโดยมิได้เจาะจงระบุชื่อผู้หนึ่งผู้ใดไว้ไซร้ จำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้น ท่านให้ฟังเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเจ้าหนี้จะเอาใช้หนี้ได้”

โดยปกติถ้าผู้เอาประกันภัยไม่ได้ระบุตัวผู้รับประโยชน์ไว้ ก็หมายความว่าผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญานั้นเองในฐานะคู่สัญญา หากผู้เอาประกันภัยตาย ทายาทย่อมเป็นผู้รับเงินนั้นในฐานะผู้รับมรดก และหากมีทายาทหลายคนเงินนั้นย่อมรวมเป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกเพื่อแบ่งปันแก่ทายาททั้งหลายผู้มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมายมรดกต่อไป และถ้าหากผู้เอาประกันมีเจ้าหนี้อยู่ขณะตาย เจ้าหนี้นั้นย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของกองมรดกมีสิทธิเรียกชำระหนี้จากกองมรดกได้
มีข้อสังเกตว่า กรณีจะเป็นอย่างที่กล่าวข้างต้นได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่ผู้เอาประกันได้ทำสัญญาประกันชีวิตตนเองเท่านั้น หากเป็นเรื่องผู้เอาประกันทำสัญญาประกันชีวิตผู้อื่น ผู้มรณะก็จะเป็นผู้ถูกเอาประกันชีวิต และผู้เอาประกันเป็นผู้รับเงินตามสัญญาไม่มีเหตุที่จะฟังว่าจำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งของกองมรดกได้เพราะผู้เอาประกันยังมีชีวิตอยู่

หมายความว่ามาตรา 897 นี้ใช้บังคับเฉพาะกรณีเอาประกันชีวิตตนเองเท่านั้น หากเป็นกรณีเอาประกันชีวิตผู้อื่นไม่อยู่ในบังคับของมาตรานี้

ตัวอย่างที่ 1 ดำทำสัญญาเอาประกันชีวิตตนเองไว้กับบริษัทประกันภัยบริษัทหนึ่ง โดยไม่ได้ระบุว่าให้ผู้ใดเป็นผู้รับประโยชน์ ดังน้าหกดำถึงแก่ความตายตามเงื่อนไขของสัญญาเงินที่ผู้รับประกันจะต้องชดใช้ตามสัญญานั้นจะตกเข้าสู่กองมรดกของดำ ซึ่งเจ้าหนี้ของดำมีสิทธิเรียกชำระหนี้เอาได้ เหลือจากนั้นจึงแบ่งปันให้แก่ทายาทของดำต่อไป

ตัวอย่างที่ 2 ดำทำสัญญาประกันชีวิตแดงไว้กับบริษัทรับประกันภัย โดยไม่ได้ระบุให้ผู้ใดเป็นผู้รับประโยชน์ ดังนี้หากแดงถึงแก่ความตายตามเงื่อนไขของสัญญา ผู้รับประกันต้องชดใช้เงินตามสัญญาให้กับดำผู้เอาประกัน มิใช่ตกเข้าสู่กองมรดกของแดง ฉะนั้นเจ้าหนี้ของแดงจะอ้างว่าตนเป็นเจ้าหนี้ของกองมรดกของแดงแล้วขอชำระหนี้เอาจากเงินประกันที่ผู้รับประกันจะต้องชดใช้ไม่ได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *