ปรัมปรา…วิชาจอมยุทธ์

ปรัมปรา…วิชาจอมยุทธ์
ศิษย์ : “อาจารย์…ศิษย์มาลา ศิษย์ได้ศึกษาวิชาจากอาจารย์ บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ศิษย์จะได้นำความรู้กลับไปทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ”

อาจารย์: “ดีแล้ว…ดีแล้ว กลับไปแล้วเจ้าจงตั้งใจทำงานและให้ยึดมั่นคำสอนสำคัญ 3 ข้อที่ข้าให้ไว้นะ”

ศิษย์: “ครับ อาจารย์ ข้าลาล่ะ”

จอมยุทธ์หวังออกเดินทางจากเขาเหลียงซาน ระหว่างทางต้องพบพานอุปสรรคนานาจากภูมิอากาศและสัตว์ร้าย ที่กลางดงจอมยุทธ์หวังพบเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังต่อสู้กับงูเห่าตัวใหญ่ จอมยุทธ์หวังไม่รอช้าเข้าช่วยเหลือโดยการร่ายมนต์น้ำแข็งสกัดชีพจร เป็นผลให้งูเห่าสลบไป เด็กหนุ่มแสนจะดีใจรีบเข้ามาขอบคุณพร้อมแนะนำตัว

“ขอบคุณท่านจอมยุทธ์เป็นอย่างสูง ข้าชื่อ ไฮ่ เป็นพลทหารต่อสู้กับข้าศึกแล้วพลัดหลงมาจากกองทัพใหญ่ กำลังจะเดินทางเข้าเมือง ไม่ทราบท่านจอมยุทธ์กำลังมุ่งหน้าไปที่ใด” จอมยุทธ์ระบุที่หมาย เด็กหนุ่มไฮ่จึงขอติดตามไปด้วยเพื่อคอยช่วยรับใช้เป็นการทดแทนคุณ เสียงท่านอาจารย์ดังก้องในใจจอมยุทธ์หวัง

“ข้อที่หนึ่ง เจ้าจงตั้งใจทำประโยชน์ โดยไม่จำเป็นต้องหวังผลตอบแทน แล้ววันหนึ่งเจ้าจะได้รับสิ่งดีๆ กลับคืนมาสู่ตัวเจ้าเอง อย่างน้อยก็เป็นความรู้สึกอิ่มใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น” จอมยุทธ์คิดในใจ … เป็นเช่นนี้เองท่านอาจารย์

ฝ่ายเด็กหนุ่มไฮ่เห็นงูเห่านอนสลบไสลจึงคิดจะนำไปขายในเมือง แต่เพราะไม่ต้องการฝืนคำสั่งจอมยุทธ์หวังที่ให้ปล่อยงูเห่าทิ้งไว้ เด็กหนุ่มจึงแอบนำงูใส่ถุงมัดไว้ด้านหลัง ขณะเดินทางเจ้างูเห่าได้รับความอบอุ่นจึงฟื้นตัวจากมนต์น้ำแข็ง แล้วค่อยเลื้อยดันตัวออกจากถุงจนเป็นอิสระ ขณะจอมยุทธ์หวังหันกลับมาชวนเด็กหนุ่มพักทานอาหาร จึงพบเจ้างูเห่ากำลังชูคอหราพร้อมฉกหลังเด็กหนุ่ม จอมยุทธ์พุ่งมีดสั้นออกไปจบชีวิตงูเห่าได้ในมีดเดียว

“เจ้าไฮ่ ข้าบอกแล้วใช่ไหมให้ปล่อยงูเห่าทิ้งไว้ อย่าได้นำติดตัวมา” “เอ่อ…อ่า ท่านจอมยุทธ์ ข้าเห็นมันนอนสลบไสล เกรงจะถูกพญาอินทรีจับไป จึงตั้งใจนำไปปล่อยที่ชายป่า” เด็กหนุ่มปด

“ความตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่นนับเป็นสิ่งดี แต่เจ้าต้องรู้จักพิจารณานิสัยใจคอของเขาด้วย บุคคลบางประเภทเมื่อได้รับความช่วยเหลือก็มีความกตัญญูคิดจะทดแทนคุณ ดังที่เจ้าตั้งใจจะติดตามรับใช้ข้าไปตลอดทางเข้าเมือง หากแต่คนบางกลุ่มเหมาะแค่เพียงการให้อภัยทาน เช่นที่ข้าไว้ชีวิตงูเห่าตอนต้น แต่จงอย่าได้คบหาเป็นสหายใกล้ตัว เพราะวันหนึ่งเมื่อเขาแข็งแรงพอ จะสามารถแว้งกัดเจ้าได้ทุกเวลา “เจ้าหนุ่มไฮ่ซึ้งใจในคำสอน ปวารณาตัวขอเป็นศิษย์จอมยุทธ์หวัง

จอมยุทธ์กับเด็กหนุ่มออกเดินทางต่อไปอีก 3 วัน 3 คืน ระหว่างทางจอมยุทธ์ได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่เด็กหนุ่มตามกำลังและเวลาที่เอื้ออำนวย จนทั้งสองมาถึงริมฝั่งลำธารใหญ่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวกราก ได้พบชายหลังค่อมหน้าตามอมแมมนอนอยู่ริมน้ำ จอมยุทธ์หวังออกปากให้เด็กหนุ่มเข้าไปดูอาการ เด็กหนุ่มว่า“เจ้าคนป่ามันคงนอนเล่นพักผ่อน ไม่มีอะไรหรอกท่าน” จอมยุทธ์ยังยืนยันพร้อมสอนว่า อย่าเชื่อเพียงจากสิ่งที่เห็น ในใจคิดหากเจ้าคนป่านอนเล่นอยู่จริงก็น่าจะได้ยินเสียงพูดคุยและตื่นขึ้นมาได้แล้ว

เมื่อเข้าใกล้จอมยุทธ์กับเด็กหนุ่มจึงได้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่สีข้างของชายหลังค่อม จอมยุทธ์สั่งการให้เด็กหนุ่มไปเก็บพืชป่ามาผสมเป็นยาวิเศษเข้าถูสีข้าง ชั่วอึดใจชายหลังค่อมก็ฟื้นขึ้นและได้เล่าเรื่องราวที่ตนถูกทำร้ายโดยพญาเสือ วิ่งหนีซมซานมาหมดสติอยู่ริมลำธาร

ชายค่อมเล่าว่าตนพยายามเข้าไปกระตุกหนวดเสือเพื่อพิสูจน์ให้คนอื่นในหมู่บ้านได้เห็นว่าตนมีความสามารถ จอมยุทธ์หวังได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยถามไปว่า ชายหลังค่อมทำอะไรได้อีกบ้าง “ข้าว่ายน้ำได้เก่งกว่าใคร หลังค่อมของข้าเป็นประโยชน์พาเด็กๆ ข้ามลำน้ำใหญ่ ช่วยขนถ่ายข้าวของให้แก่ชาวบ้าน” จอมยุทธ์จึงเอ่ยขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ของข้าสอนไว้ว่า จงรู้จักประเมินศักยภาพของตัวเองและพัฒนาให้เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยม สร้างความภูมิใจแก่ตัวดีกว่าการมุ่งหมายทำในสิ่งเกินตัวเพียงเพื่อให้คนอื่นชื่นชม” บัดนี้จอมยุทธ์หวังเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคำสอนข้อที่สองของท่านอาจารย์

ชายค่อมมีความซาบซึ้งในบทเรียนที่ได้รับ ขันอาสาจะนำจอมยุทธ์กับเด็กหนุ่มขึ้นหลังว่ายข้ามลำธารเชี่ยว ก่อนจากชายค่อมเอ่ยถามถึงสูตรยาวิเศษที่ช่วยสมานแผลสีข้างให้หายได้ในชั่วพริบตา เด็กหนุ่มไฮ่นึกหวงความรู้จึงกระซิบกับจอมยุทธ์หวังว่า ชายค่อมเป็นคนป่า ได้รู้สูตรยาวิเศษไปก็ไร้ค่า น่าจะเก็บไว้ผ่องถ่ายแก่ผู้มีความรู้คู่ควร จอมยุทธ์หวังย้อนถามตัวเอง ความรู้ในการผลิตตัวยาได้รับการค้นคว้ามาร่วมพันปี ควรหรือที่จะให้หลุดออกไปสู่คนนอก? หากแต่คำสอนท่านอาจารย์ข้อที่สามดังก้องขึ้น “เจ้าจงจำไว้ ทานความรู้นั้นมีคุณยิ่งใหญ่ เจ้าจงให้ความรู้แก่ผู้คนตามที่โอกาสอำนวย จงอย่าได้เลือกชั้นวรรณะ เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน”

ชายค่อมนำบุรุษทั้งสองข้ามลำธารได้ตลอดรอดฝั่ง พร้อมกลับไปด้วยวิชาผสมยาที่ได้รับการถ่ายทอดจากจอมยุทธ์หวัง ภายหลังได้ใช้วิชานี้รักษาผู้คนมากมายพร้อมคิดค้นสูตรยาใหม่ๆ ถ่ายทอดแก่ผู้อื่นจนได้รับการยอมรับไปทั้งยุทธจักร ชายค่อมตั้งชื่อสูตรยาว่า ชวนป๋วยปี่แป่กอ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้รำลึกในความกตัญญูกตเวทิตา

ฝ่ายจอมยุทธ์หวังเมื่อเข้าเมืองแล้วได้สอบบรรจุเข้าเป็นจอหงวน เลื่อนชั้นการงานขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความรู้ความสามารถ หากแต่ท่านไม่เคยหยุดนิ่ง ท่านยึดแบบอย่างการดำเนินชีวิตเฉกเช่นท่านอาจารย์ ทุกๆ ปี ท่านจะออกเดินทางไปในที่ต่างๆ เพื่อได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ข้างเจ้าหนุ่มไฮ่ ยึดมั่นคำสอนของจอมยุทธ์ในการให้ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ให้ประโยชน์ตัวเองโดยมุ่งพัฒนาศักยภาพตนและให้ความรู้เป็นทานบารมี เจ้าหนุ่มไฮ่ที่ถึงพร้อมด้วยการ “ให้” บัดนี้เติบใหญ่เป็นจอมยุทธ์อนาคตไกล สร้างประโยชน์เป็นวงกว้างต่อไปแก่สังคม

นิทานเรื่องนี้เป็นผลของแรงบันดาลใจจากคำสอนของ ศ. ศักดา ศิริพันธุ์ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ในระหว่างที่ดิฉันมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปทำวิจัยในต่างประเทศ ศิษย์ขอคารวะในการ “ให้” ของท่านอาจารย์มา ณ ที่นี้

เรื่อง : ดร. กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *