ปรับภาพลักษณ์การขนส่งใหม่ ชูมาตรฐานเดิมแต่เร็วกว่า 3 เท่าตัว

ปรับภาพลักษณ์การขนส่งใหม่ ชูมาตรฐานเดิมแต่เร็วกว่า 3 เท่าตัว
Source: มนัญญา อะทาโส

พัสดุภัณฑ์ไทย เร่งวางระบบไอทีช่วยบริหารการจัดส่ง เมษายนนี้ลูกค้าตรวจสอบสถานะสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้ พร้อมมุ่งทำการตลาดแข่งขนส่งทางอากาศ

หลังจากองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) ปิดดำเนินการไปช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดช่องว่างด้านการรับ-ส่งสินค้าภายในประเทศ จึงเป็นโอกาสของผู้ให้บริการรับ-ส่งสินค้าหลายรายได้เข้ามารองรับกลุ่มลูกค้าเดิมของ ร.ส.พ. หนึ่งในนั้นมีบริษัท พัสดุภัณฑ์ไทย จำกัด (Thaiparcels Co., Ltd.) ที่เพิ่งเปิดตัวอาสาให้บริการรับส่งสินค้าแบบ Door to Door โดยยึดระบบมาตรฐานเดิมของ ร.ส.พ. และได้เพิ่มระบบบาร์โค้ดในการตรวจรับและส่งมอบสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับฐานลูกค้าเดิม แต่จะปรับภาพลักษณ์การขนส่งใหม่โดยนำระบบไอทีทันสมัยมาบริหารการจัดส่ง แก้ปัญหาเรื่องความล่าช้าในการจัดส่งสินค้า ซึ่งเดิม ร.ส.พ. กำหนดไว้ที่ภายใน 72 ชั่วโมง แต่บริษัท พัสดุภัณฑ์ไทย สามารถส่งสินค้าถึงมือผู้รับได้ภายใน 24 ชั่วโมง หรือหากลูกค้าต้องการสินค้าเร่งด่วน สามารถส่งได้ภายใน 8-12 ชั่วโมง
นอกจากนี้บริษัทฯ ได้วางแผนทำการตลาดแข่งขันกับการขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่แม้มีจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า แต่ราคาขนส่งค่อนข้างสูง และไม่ได้ให้บริการ 24 ชั่วโมง ผู้ใช้บริการต้องมารับสินค้าด้วยตนเอง ขณะที่บริษัท พัสดุภัณฑ์ไทย ให้บริการรับ-ส่ง สินค้าถึงมือผู้รับ หากลูกค้าต้องการสินค้าเร่งด่วนสามารถรับสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีราคาขนส่งต่ำกว่าการขนส่งทางอากาศประมาณ 50% และต่ำกว่าผู้ให้บริการต่างชาติประมาณ 20-30%

ทั้งนี้เมื่อมองภาพรวมตลาดรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ในประเทศ พบว่าผู้กุมส่วนแบ่งการตลาดรายใหญ่เป็นผู้ให้บริการข้ามชาติ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% อีก 70% ที่เหลือกระจายในกลุ่มผู้ให้บริการคนไทย
ขณะที่เดิม ร.ส.พ กุมส่วนแบ่งการตลาดในส่วนผู้ให้บริการไทยประมาณ 60%

“ผู้กุมส่วนแบ่งตลาดรายใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ เพราะได้เปรียบด้านเครือข่าย และระบบไอที ซอฟแวร์ ซึ่งเราเองก็พยายามพัฒนาเรื่องระบบไอทีเหมือนกัน แต่คงไม่ตั้งเป้าแข่งกับบริษัทต่างชาติโดยตรง เพราะคงยากที่จะเข้าไปเจาะตรงนั้นได้” คุณอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานบริษัท พัสดุภัณฑ์ไทย จำกัด กล่าว

โดยขณะนี้ทางบริษัทกำลังเร่งวางระบบไอทีเพื่อการรับ-ส่งสินค้า เช่น ซอฟแวร์ในการบริหารรอบรถ มีระบบให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.thaiparcels.com) ใช้ระบบบาร์โค้ดในการตรวจรับส่งมอบสินค้าทุกขั้นตอน รวมถึงติดระบบติดตามยานพาหนะในรถขนส่งทุกคัน

ทั้งนี้เดิมคุณอภิชาติเคยเป็นหนึ่งในทีมผู้ให้บริการรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ให้กับ ร.ส.พ. ในชื่อ บริษัทไดมอนด์ อินทินิตี้ รับ-ส่งสินค้าภายในประเทศ และต่างประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เวียดนาม และมาเลเซีย ก่อนหน้าที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนและเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท พัสดุภัณฑ์ไทย เพราะเป็นชื่อที่เรียกง่ายและน่าจะติดหูลูกค้ามากกว่า
6 เดือนแรกตั้งเป้าดึงลูกค้าเดิม ร.ส.พ.
นับจากเปิดตัวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีกลุ่มลูกค้าเดิมของ ร.ส.พ. กว่า 40% มาใช้บริการ และอยู่ระหว่างติดต่อลูกค้าส่วนที่เหลือให้มาทดสอบใช้ระบบขนส่งของบริษัทฯ โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.) บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรรัฐวิสาหกิจเป็นหลัก สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และขยายเครือข่ายการให้บริการให้กว้างครอบคลุมทั่วประเทศ

จากนั้นช่วง 6 เดือนหลังของปี ทางบริษัทจะเริ่มรุกตลาดเอกชนอย่างเต็มที่ รวมถึงต่างประเทศที่ทางบริษัทมีตลาดขนส่งอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันสามารถเข้าไปรับ-ส่งสินค้าภายในเขตประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเวียดนามได้ โดยใช้หนังสือเดินทางสำหรับผู้ขับรถบรรทุก ที่กรมการขนส่งทางบกไทยจัดทำขึ้น ขณะที่การดำเนินการรับ-ส่งสินค้าในมาเลเซีย ยังเป็นปัญหาและเป็นข้อเสียเปรียบของผู้ประกอบการไทย เพราะทางมาเลเซียไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการนำรถบรรทุกข้ามแดนประเทศ ทั้งที่รถบรรทุกมาเลเซียสามารถข้ามเข้ามาในประเทศไทยได้ จึงเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องควรเข้ามาจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้ในอนาคต บริษัทฯ มีโครงการร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อ หรือสถานีบริการน้ำมัน ให้เป็นจุดรับสินค้า อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นด้วย ซึ่งในช่วงปีแรกที่เปิดให้บริการนี้ ทางบริษัทฯได้ตั้งเป้าทางการตลาดในปี 2549 ไว้ที่ 100 ล้านบาท
ชูไอทีช่วยบริหาร สอบกลับ ติดตามสินค้าได้ตลอดกระบวนการ
เพื่อให้ระบบการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วตามเวลาที่กำหนดไว้ ทันตามความต้องการของลูกค้า จึงต้องมีระบบบริหารการจัดส่งที่ดี เป็นขั้นตอนชัดเจน สามารถสอบกลับ ติดตามสถานะสินค้าได้ตลอดเวลา บริษัทฯจึงใช้บาร์โค้ดในการตรวจรับ-ส่งมอบสินค้าทุกขั้นตอน นับจากรับสินค้าจากลูกค้า จัดการนำสินค้าขึ้นรถ และเมื่อสินค้าถึงสถานีปลายทาง ซึ่งกระบวนการต่างๆ ที่ใช้ระบบบาร์โค้ดนี้ ทำให้สามารถตรวจสอบว่าเกิดปัญหา ณ จุดใดหากเกิดกรณีสินค้าตกหล่น ไม่ทันตามกำหนดเวลา

โดยระบบทำงานเริ่มจากแผนกรับออเดอร์ลูกค้า (Call Center) รับออเดอร์จากลูกค้า แล้วแจ้งไปยังหน่วยรับสินค้า โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ ลูกค้านำสินค้ามาส่งที่จุดรับสินค้าเอง และลูกค้าต้องการให้บริษัทฯไปรับสินค้าโดยตรง ซึ่งพนักงานจะติดต่อกลับลูกค้าภายใน 1 ชั่วโมง และจัดหน่วยรับสินค้าไปรับสินค้า ในกรณีที่ลูกค้าต้องการให้บรรจุหีบห่อให้ด้วย ก็จะนำสินค้ามาบรรจุหีบห่อใหม่ จากนั้นติดบาร์โค้ดลงทะเบียนสินค้าว่ารับสินค้าประเภทใด จากใคร แล้วทำการสแกนบาร์โค้ดอีกครั้งเมื่อจัดการนำสินค้าขึ้นรถ เพื่อแจ้งสถานะสินค้าว่าสินค้าออกจากจุดรับสินค้าแล้ว และสินค้าอยู่ที่รถหมายเลขอะไร มีปลายทางที่ไหน ซึ่งการจัดการสินค้าขึ้นรถแต่ละคันขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่รับสินค้าจากลูกค้า แบ่งตามรอบรถ 2 ช่วงเวลา คือ ก่อนเที่ยง และหลังเที่ยง เมื่อสินค้าถึงสถานีปลายทางแล้ว จะตรวจรับสินค้าโดยตรวจอ่านรหัสบาร์โค้ด เพื่อยืนยันการรับสินค้า ก่อนกระจายสินค้าถึงมือผู้รับ โดยปกติสินค้าจะส่งถึงสถานีปลายทางภายใน 8.00 น. ของทุกวัน และกระจายถึงมือผู้รับภายใน 5 โมงเย็นของวันนั้น

ปัจจุบันพัสดุภัณฑ์ไทยมีรถขนส่งทั้งหมด 75 คัน เป็นรถที่บริษัทบริหารเองทั้งหมดซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในขณะนี้ แต่ถ้ามีกรณีรถขนส่งสินค้าไม่เพียงพอ บริษัทฯ ยังมีเครือข่ายสมาคมขนส่ง 8 แห่ง และชมรมขนส่งอีก 3 แห่ง ร่วมเป็นพันธมิตรมารองรับการขนส่งได้ทันที

โดยบริษัทฯ มีจุดพักสินค้า 70 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ กระจายสินค้าแบบ Cross docking (กระจายทันทีที่รับสินค้า) ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการสต็อคสินค้า

สำหรับสินค้าที่บริษัทฯ รับบริการต้องมีขนาดตั้งแต่ 20-1,000 กิโลกรัม หากเกินกว่า 1,000 กิโลกรัม ลูกค้าต้องแจ้งล่วงหน้าเนื่องจากต้องใช้เครื่องมือในการยกขน ส่วนอัตราค่าขนส่งคิดตามระยะทางตั้งแต่กิโลเมตรละ 1.80-3.00 บาท ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับ ร.ส.พ. โดยจะตรึงราคานี้ไปอีก 5 ปี และในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทฯ ได้ลดค่าขนส่งลง 10% เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าทดลองใช้บริการเพิ่มขึ้นด้วย

ทุกวันนี้ผู้ใช้บริการบ้านเรานิยม Outsource (จ้างผู้อื่นทำ) ด้านรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์พอสมควร ขณะที่ผู้ให้บริการต่างสนองความต้องการและมีให้เลือกหลากหลาย อยู่ที่ผู้ใช้บริการว่าจะตัดสินใจเลือกใครมาเป็นตัวช่วย เพราะแน่นอนที่สุดผู้ให้บริการที่บริหารจัดการเยี่ยม คุณภาพดี รวดเร็ว ย่อมมีส่วนช่วยเรื่องต้นทุนส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *