ปรับกลยุทธ์ค้าปลีก ดึงลูกค้าในชุมชน

ปรับกลยุทธ์ค้าปลีก ดึงลูกค้าในชุมชน
การขยายตัวของห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ รวมทั้งซูเปอร์สโตร์ ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งผมยังอดสงสัยไม่ได้เลยว่า ทำไมถนนสุขุมวิท จากสถานีรถไฟฟ้าสยาม ถึงพร้อมพงษ์ มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 12 แห่ง ปรากฏการณ์นี้เกิดตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในอังกฤษเช่นเดียวกัน

คำถามที่พวกเรากังวลคือ ร้านค้าย่อยแบบโชห่วย ร้านขายขนมปัง ฯลฯ จะสามารถแข่งขันกับห้างใหญ่ๆ ที่รายล้อมอยู่ได้อย่างไร และงานออกแบบส่วนใดที่สามารถมีส่วนช่วยผลักดันให้ร้านค้าเหล่านี้เอาตัวรอดได้

คำถามเหล่านี้อาจไม่ใหม่นักสำหรับร้านค้าในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แต่ถ้าคุณมีร้านค้าที่อยู่นอกเหนือจากรัศมีนี้ก็อย่าเพิ่งวางใจนะครับ เพราะร้านค้าขนาดใหญ่อย่างซูเปอร์มาร์เก็ตก็กำลังปรับรูปแบบของร้านให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด เช่น เทสโก้ ที่ปรับร้านค้าให้เป็นร้านค้าขนาดย่อมใช้ชื่อ “เทสโก้ เอ็กซ์เพรส” ไปตั้งอยู่ตามสถานที่ทำงาน

แม้กระทั้ง ท็อปส์ กำลังเปิดตัวและกลยุทธ์ในเชิงรุกในการเปิดร้านค้ารูปแบบลักษณะเดียวกันภายใต้ Sub-Brand มี่ชื่อว่า “ท็อปส์ เดลี่” ที่คาดว่าจะมาวาดสวดลายในกรุงเทพฯ เร็วๆ นี้

ผมขออนุญาตนำไอเดียจากต่างประเทศมาช่วยจุดประกายหาทางออกสำหรับร้านค้าขนาดย่อมสักนิดนะครับ

เริ่มจาก ราฟล์ อาร์ดิล ผู้ก่อตั้ง The Brand Experience Consultancy ได้เสนอไอเดียว่า ร้านค้าขนาดย่อมจะต้องปรับตัวให้เป็นร้านค้าที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าขณะเลือกซื้อสินค้าได้ดี และต้องเป็นร้านค้าที่ผู้ซื้อสามารถสนทนาเรื่องราวต่างๆ ได้มากกว่าการขายของเพียงอย่างเดียวเพื่อทำให้เกิด End-to-End Experience ตั้งแต่เปิดร้านจนถึงปิดร้าน

ไอเดียนี้สอดคล้องกับ รีเบคคา บัทแมน เคยกล่าวว่า สินค้า งานบริการ และประสบการณ์ระหว่างการซื้อของในร้านค้าขนาดย่อมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณจะต้องสามารถหาสินค้าที่ร้านค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถตอบสนองลูกค้าของชุมชนนั้นๆ ให้ได้

ร้านค้าควรเปลี่ยนรูปแบบเป็น “ร้านค้าเพื่อชุมชน” แบบ Community Serve การเลือกซื้อสินค้าเพื่อขายในร้านจะตามใจตัวไม่ได้แล้ว แต่คุณจะต้องศึกษาถึงความต้องการของลูกค้าในชุมชนที่อยู่ในรัศมีที่เดินมาถึงร้านได้

ดังนั้นการสร้าง “ความสัมพันธ์” กับลูกค้าจึงถือเป็นปัจจัยหลักสำคัญของการถามไถ่ความต้องการ พร้อมสามารถสร้างความผูกพันระหว่างร้านค้าของคุณกับลูกค้าด้วย

งานออกแบบร้านค้าตั้งแต่การวางรูปแบบของพื้นที่ไปจนถึงถุงพลาสติกใส่สินค้า พร้อมการเลือกสรรสินค้าให้สอดคล้องกับชุมชนจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการผลักดันให้ร้านค้ามีเอกลักษณ์โดดเด่นต่อชุมชนนั้นๆ

สรุปได้ว่า คุณจะขายสินค้าแบบไปวันๆ ไม่ได้อีกแล้ว เพราะความต้องการของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง จากที่เคยเก็บเงินซื้อข้าวสารเป็นการซื้อโทรศัพท์มือถือ และบัตรเติมเงิน หรือจากการที่แคะกระปุกไปซื้อขนมมาเป็นการแคะกระปุกเข้าร้านเล่นเกม

การมัดใจลูกค้าจะต้องมีการปรับตัวเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยู่ในบริเวณชุมชนนั้น โดยอาศัยงานออกแบบในการสร้างสรรค์ร้านค้าของคุณให้มีเอกลักษณ์ และสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้ ท้ายที่สุดก็เหมือนกับการปรับโฉมหรือแบรนด์เนมของคุณให้สอดคล้องกับชุมชนของคุณครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *