ประเมินตัวเอง

ประเมินตัวเอง
Post Today – ช่วงนี้เหมาะที่เราจะประเมินตัวเอง ในวัฒนธรรมไทย เราไม่นิยมให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แบบสร้างสรรค์ เราไม่อยากพูดอะไรที่ทำให้คนอื่นเสียความรู้สึก ก็เลยทำให้คนเขาปรับปรุงตัวเองไม่ได้ การบอกสิ่งที่ควรปรับปรุงนั้นจำเป็น และเป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในระยายาว …
สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ

ไม่มีใครสมบูรณ์ เราทุกคนมีเรื่องต้องปรับปรุง หากเรารู้และแก้ไขก็จะดี
ใจกว้าง ยอมรับจุดอ่อนของตน
ซื่อสัตย์ อย่าคิดเข้าข้างตัว
สังเกตว่าคนอื่นเขาเปรียบเปรย แซว หรือพูดกระเซ้าเราว่าอะไร มองหา แบบแผน จากคนรอบตัว หัวหน้า คนในครอบครัว ลูกน้อง เพื่อนๆ
ผู้นำ

ปีที่ผ่านมาท่านทำอะไรดี พลาดอะไรบ้าง เรียนรู้อะไรจากสิ่งเหล่านั้น
ปีหน้าความท้าทายคืออะไร
เราเตรียมความพร้อมให้ทีม องค์กร ตัวเรา อย่างไรบ้าง
ใครคือคนที่จะมาแทนเราในอนาคต
เราเตรียมความพร้อมไว้อย่างไรให้เขาบ้าง
ลองสังเกตข้ออื่นจากเรื่องของคนต่อไป

ผู้จัดการ

ในปีที่ผ่านมา เราต้องการให้พนักงานมองเราอย่างไร
เมื่อครบปีแล้ว เขามองเราว่าเป็นอย่างไร
หากไม่ตรงกับที่เราต้องการ เป็นเพราะอะไร จะปรับเปลี่ยนอย่างไรในปีหน้า
หน่วยงานเรามีผลงานเป็นอย่างไร เพราะอะไร
มีอะไรที่ดี เพราะอะไร เราควรรักษาไว้ หรือปรับเปลี่ยนอะไร
มีอะไรที่ควรปรับปรุง จะปรับเปลี่ยนอย่างไรดี
ปีนี้เราได้เรียนรู้อะไร เราจะนำไปแนะนำคนอื่นได้ย่างไร
ปีหน้าความท้าทายคืออะไร
เราจะเตรียมความพร้อมให้ทีม และตัวเราอย่างไรบ้าง

Knowledge worker เป็นคำศัพท์ที่ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ นักปราชญ์การจัดการ ที่ยิ่งใหญ่ของโลกบัญญัติขึ้นในปี 1959 คือบุคคลที่พัฒนาความรู้หรือใช้ความรู้ในการทำงาน

ถามตัวเองว่า

ท่านมีผลงานเป็นอย่างไรในปีนี้
หากนายเราตรงไปตรงมากับเราจริงๆ เขาจะบอกว่าอะไร
สิ่งที่ทำได้ดี
สิ่งที่ควรปรับปรุง
ปีหน้าเราจำต้องมีทักษะและความรู้อะไรเพื่อรับความท้าทายที่กำลังมาถึง
ความรู้และทักษะที่เรามี เพียงพอหรือไม่
ความรู้และทักษะอะไรที่อาจจะใช้ไม่ได้ในอนาคตอันใกล้นี้
เราต้องเตรียมตัวอะไรอีกบ้าง
ใครจะช่วยเราได้บ้าง
เราจะสอนหรือแนะนำสิ่งที่เรามีกับใครได้บ้าง อย่าลืมว่ายิ่งเราสอนสิ่งใด เราก็ยิ่งจะมีความเข้าใจในสิ่งที่เราสอนมากขึ้น
สำหรับคนที่ได้รับการประเมินผลงานออกมาต่ำ
ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหากเราได้รับการประเมินผลงานว่าต่ำ ชีวิตคือการเรียนรู้ หากเรารู้ว่า เราพลาดอะไร และจะทำอย่างไรกับมัน ที่จริงแล้วเป็นสัญญาณที่ดีเสมือนไฟเหลือง
คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าองค์กรหรือหัวหน้าไม่ยุติธรรม เมื่อผลการประเมินออกมาไม่ดี เป็นเรื่องปกติของกลไกป้องกันตัวเอง หยุดคิดแบบนั้น เพราะว่าเราจะไม่ยอมปรับปรุงตัวเอง

ถามคำถามเหล่านี้

อะไรคือต้นตอที่แท้จริงทำให้ผลงานเราต่ำ ขาดความรู้ ขาดทักษะ หรือวิธีคิด และทัศนคติของเรามีปัญหา หรือเราไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เอาเลยจริงๆ
วัฒนธรรมองค์กรกับค่านิยมเราไปด้วยกันได้ไหม
หากเราซื่อสัตย์กับตัวเองจริง เราต้องปรับเปลี่ยนอะไรในตัวเองบ้าง เพื่อให้การประเมินครั้งหน้าดีขึ้น
เราเหมาะกับบทบาทนี้ไหม หรือเราควรลาออกไปทำอย่างอื่นที่เหมาะกว่า
สำหรับคนกำลังหางาน

เรามีจุดเด่นอะไร ทักษะ ความรู้ พรสวรรค์
เรามีความใฝ่ฝันมุ่งมั่นกับเรื่องใดเป็นพิเศษ
เรามองหาบทบาทใดเป็นพิเศษหรือไม่
เราทำงานได้ในองค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบไหน สมานฉันท์ สบายๆ แข่งขัน หรือเน้นที่ผลงาน
หากกำลังเตรียมตัวสัมภาษณ์
รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับองค์กร
ทำไมอยากทำงานที่นี่
ทำไมเขาต้องรับเรา
งานนี้มันสอดคล้องกับแผนงานชีวิตของตัวเองอย่างไร
เราจะทำอะไรให้องค์กรได้บ้าง
เราเตรียมตัวจะอยู่อย่างน้อย 3 ปีได้ไหม ปีแรกเรียนรู้ พอถึงปีที่สอง ทำงานตอบแทน ปีที่สามพัฒนาตนเองให้เก่งเพื่อพร้อมก้าวไปขั้นต่อไป
เมื่อจบการสัมภาษณ์ ถามผู้สัมภาษณ์ว่า
เรามีจุดเด่นอะไร
เราต้องปรับอะไร
เขาจะแนะนำอะไรเราได้บ้างเพื่อให้การสัมภาษณ์เราดีขึ้นในอนาคต
หลังการสัมภาษณ์ ทบทวนตัวเองว่า
ทำอะไรได้ดี
ต้องปรับปรุงอะไร
เราได้เรียนรู้อะไร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *