ประวัติ Gillette ตอน 1

ประวัติ Gillette  ตอน 1 : วัยเด็ก

วัยเด็ก

คิง แคมป์ ยิลเลตต์ 

เกิดปี 1855  มีพี่น้องรวม 4 คน

บิดา      ประกอบธุรกิจขายเคหะภัณฑ์ และเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องตัดแผ่นไม้สำหรับมุงหลังคาชนิด
            ใหม่และเป็นนักประดิษฐ์  ซึ่งได้จดทะเบียนสิทธิบัตรไว้หลายชิ้น

มารดา   อาชีพแม่บ้าน และเคยเขียนตำราทำกับข้าวที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งด้วย

 

ปี 1871

เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองชิคาโก ทำให้ธุรกิจของพ่อของเขาต้องปิดกิจการลง  ยิลเลตต์ จึงถูกบังคับให้ออกจากโรงเรียนโดยปริยาย  ทำให้เขาต้องเริ่มต้นชีวิตการทำงานในตำแหน่ง พนักงานขายเคหะภัณฑ์ เมื่ออายุ 17 ปี

 

ก่อนการก่อตั้งธุรกิจ

ปี 1895

ยิตเลตต์มีอายุ 40 ปีพอดี และในตอนนั้นเขามีอาชีพเป็นพนักงานขายจุกไม้ที่ใช้สำหรับปิดปากขวดของบริษัท คราวน์ คอร์ก แอนด์ ซีล  ซึ่งปีนั้นเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพนักงานขายดาวรุ่งของบริษัท ทำให้ในตอนนั้นเขามีรายได้ปีละ $6,000

 

แรงบันดาลใจ

ในเช้าวันหนึ่งของปี 1895  ขณะที่เขาจะโกนหนวด เขาก็พบว่าที่โกนหนวดของเขาทื่อเกินกว่าจะใช้โกนเคราได้  ดังนั้นที่โกนหนวดจึงถูกส่งไปยังร้านตัดผม  เพื่อลับให้มันคมอย่างเก่า  ในขณะเดียวกันนั้น เขากำลังคิดว่า น่าจะมีวิธีการลับมีดโกนที่ดีกว่านี้ ใบมีดโกนกับด้ามมีดโกนน่าจะแยกจากกันได้ หรือมีดโกนน่าจะเปลี่ยนใบมีดได้  และต่อมาเขาได้เล่าว่าความคิดนี้เกิดขึ้นแบบปุ๊บปั๊บไม่ได้ผ่านการคิดอย่างมีเหตุผลเป็นขั้นตอนเลย

ส่วนรูปลักษณ์ของมีดโกนนั้น เขาเล่าว่าขณะที่เขากำลังจะโกนหนวดหน้ากระจก ความคิด
เกี่ยวกับลักษณะของที่โกนหนวดก็ผุดขึ้นมาจนเขาสามารถมองเห็นวิธีการถือที่โกนหนวดในมือ โดย
ใบมีดโกนทำด้วยแผ่นโลหะบางที่มีความคมทั้ง 2 ด้าน ตัวด้ามมีดโกนจึงต้องประดิษฐ์ใหม่ให้สามารถหนีบจับขอบใบมีดทั้ง 2 ด้านและสามารถใช้งานได้เหมือนๆกัน ทั้ง 2 ด้าน

            ในสมัยนั้น ใบมีดโกนจะไม่ได้ทำจากแผ่นเหล็ก เนื่องจากมันขึ้นสนิมได้ง่าย แต่การที่ ยิลเลตต์ เลือกที่จะทำใบมีดโกนจากแผ่นเหล็กนั้น ความคิดนี้ได้มาจาก วิลเลียม เพนเตอร์ ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของ 
ยิลเลตต์ ในตอนที่ ยิลเลตต์ พึ่งเข้ามาทำงานที่บริษัท คราว คอร์ก

วิลเลียม เพนเตอร์  นั้นเป็นนักประดิษฐ์ โดยเขาได้ประดิษฐ์ จุกปิดปากขวด ซึ่งเป็นตัวทำเงินให้กับบริษัทเขา วิลเลียม ได้เคยพูดตำหนิ ยิลเลตต์ว่า “ตัวเขาได้รับสิทธิบัตรในการประดิษฐ์ตั้งหลายชิ้น แต่ไม่มีสักชิ้นเดียวที่ทำเงินให้กับเขาได้เลย ดังนั้นเขาไม่ควรมาเสียเวลามาประดิษฐ์ในสิ่งที่ไม่สามารถนำมาทำเป็นการค้าได้”

            ด้วยเหตุผลที่จะทำให้ใบมีดโกนสามารถนำมาเป็นการค้าได้นี้เอง ยิลเลตต์จึงต้องทำใบมีดโกนที่ทำจากแผ่นเหล็ก เนื่องจากแผ่นเหล็กมีราคาถูก และเมื่อโกน 2-3 ครั้ง มันก็จะทื่อง่าย เมื่อมันทื่อคนก็จะโยนมันทิ้ง แล้วหาซื้อใบมีดอันใหม่มาเปลี่ยน เนื่องจากราคามันถูก ดังนั้นเขาก็จะสามารถขายใบมีดโกนได้ตลอดไป

 

ที่โกนหนวด Star

ในสมัยนั้น มีผู้อ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่โกนหนวดชนิดด้ามจับแนวนอน อยู่หลายรายด้วยกัน แต่ที่โกนชนิดด้ามจับแนวตั้งก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นผลงานประดิษฐ์ของ 2 พี่น้องตระกูล 
แคมป์เฟ่ ซึ่งจดทะเบียนสิทธิบัตรในปี 1876 ภายใต้ชื่อ Star ซึ่งเป็นที่โกนหนวดที่ชนิดที่มีความคมเพียงด้านเดียว แต่สามารถถอดเปลี่ยนใบมีดได้

แต่มีดโกน Star จะไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไร เนื่องจากใบมีดจะโผล่ออกมาตรงขอบด้ามจับ ซึ่งส่วนนี้เวลาโกนก็จะต้องระวังว่ามันจะไปบาดหน้า  หรือเวลาใบมีดทื่อเราก็จะเอามือดึงใบมีดออกมาเพื่อนำไปลับใหม่ให้คม ซึ่งตอนดึงก็จะโดนใบมีดบาดมือได้

 

เริ่มประดิษฐ์ที่โกนหนวด

ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบที่โกนหนวดในสมัยนั้น กับที่โกนหนวดที่ยิลเลตต์คิด  จึงเป็นที่โกนหนวดที่แตกต่างจากที่โกนหนวดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง  เมื่อเขาได้ความคิดเกี่ยวกับลักษณะของที่โกนหนวดในจินตนาการของเขาแล้ว เขาจึงรีบเดินทางไปที่ร้านขายเคหะภัณฑ์ที่เมืองบอสตันในวันเดียวกัน และทำการซื้อม้วนเหล็กบางสำหรับใช้ทำสปริงนาฬิกาและทองเหลืองบัดกรี สำหรับเชื่อมโลหะ และเขาก็กลับมาบ้านลงมือทำงานทันที และประดิษฐ์ที่โกนหนวดชนิดด้ามจับแนวตั้งแบบถอดเปลี่ยนใบมีดได้

แต่ก่อนที่เขาจะทำการนำมีดโกนชนิดไปขอจดสิทธิบัตรนั้น เขาจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงใบมีดโกนให้มันดีกว่าที่เป็นอยู่เสียก่อน โดยเขาต้องการให้ใบมีดโกนบางและแข็ง ซึ่งในตอนนั้นเขาไม่สามารถทำอย่างที่คิดได้ เนื่องจากเขาขาดความรู้ทางวิศวกรรม ดังนั้นเขาจึงต้องหาช่างบัดกรี หรือวิศวกรผู้ที่สามารถตัดใบมีดจากแผ่นเหล็กให้บางได้  และต้องสามารถทำให้ใบมีดบางๆนี้แข็งด้วย

            แต่ปัญหาที่จะทำให้ใบมีดโกน ที่ทำจากแผ่นเหล็กแข็งได้นั้น   แต่เมื่อยิลเลตต์นำเรื่องการสร้างมีดโกนของเขาไปเล่าให้เพื่อนๆที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการทำมีดโกนฟัง เขากลับถูกเพื่อนๆหัวเราะเยาะ
เยาะเย้ย   ยิลเลตต์ จึงต้องตามหาคนที่สามารถแก้ปัญหานี้จนทั่วนิวอิงแลนด์ และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา หรือแแม้แต่ผู้ชำนาญการด้านโลหะการของ MIT ก็ไม่สามารถทำให้แผ่นเหล็กบางๆ มีความแข็งได้  ซึ่งหากแผ่นเหล็กไม่แข็ง ก็จะไม่สามารถโกนหนวดได้

            ถึงแม้ว่ายิลเลตต์จะไม่สามารถหาคนมาแก้ปัญหาของเขาได้  แต่เขาก็ยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้ จนวันหนึ่งเขาได้มาพบ วิลเลียม อี นิคเกอสัน ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถประดิษฐ์มีดโกนได้ตามที่ยิลเลตต์ต้องการได้ในระยะเวลาภายใน 30 วัน ตามที่ตกลงกับยิลเลตต์ ดังนั้น วันที่ 3 ธันวาคม ปี 1901 
ยิลเลตต์  ก็สามารถจดทะเบียนสิทธิบัตรมีดโกนหนวดได้สำเร็จ

 

เกี่ยวกับนิคเกอสัน

            การมาพบกันของยิลเลตต์ กับ นิคเกอสัน เนื่องมาจากการแนะนำของ เฮนรี่ แซคส์ และ จาคอบ เฮลเบอร์น ซึ่งเป็นเพื่อนของยิลเลตต์   ซึ่งเดิมที แซคส์ เคยได้โชว์แบบจำลองมีดโกนหนวดของยิลเลตต์ให้นิคเกอสันชม ซึ่งแบบจำลองนี้ ยิลเลตต์ได้ลืมไว้ที่บ้านของแซคส์ แต่ครั้งนั้น นิกเกอสันไม่ได้สนใจที่โกนหนวดของยิลเลตต์เลย จนวันหนึ่ง นิคเกอสัน มีปัญหาเรื่องการเงิน เขาจึงสนใจที่จะประดิษฐ์ที่โกนหนวดให้ยิลเลตต์ และเขาก็ตกลงว่าจะประดิษฐ์ให้สำเร็จภายใน 30 วัน

นิคเกอสัน นั้นจบสาขาเคมี จาก MIT โดยเขามารู้จักกับ แซคส์ และ เฮลเบอร์น ได้เนื่องจากทั้ง 2 คนเป็นผู้ลงทุนให้นิคเกอสันประดิษฐ์หลอดไฟ ซึ่งใช้เทคโนโลยีอัดฉีดอากาศเข้าไปในหลอดไฟ เพื่อให้เป็นตัวนำไฟฟ้า แต่นิคเกอสันไม่สามารถได้สิทธิบัตรในสิ่งประดิษฐ์นี้เนื่องจากศาลพิจารณาว่าสิ่งประดิษฐ์นี้ เอดิสันได้ขอสิทธิบัตรมาก่อนหน้านี้แล้ว  แต่ทั้ง 3 คนก็ยังคงคบหาเป็นเพื่อนกันต่อ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *