ประวัติความเป็นมาของยาเสพติด (8)

ประวัติความเป็นมาของยาเสพติด (8)

๑๑. วิธีการแจ้งข่าวสารยาเสพติด
การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารยาเสพติด เพื่อปราบปรามแหล่งผลิต แหล่งค้า แหล่งจำหน่าย และแหล่งมั่วสุมยาเสพติด เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายนั้น นับเป็นการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทางราชการและประเทศชาติ แต่ขณะเดียวกัน การกระทำดังกล่าวควรปฏิบัติด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อมิให้ถูกคุกคามจากอิทธิพลของผู้ถูกจับกุมด้วย ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัย ผู้แจ้งข่าวสารสามารถเลือกปฏิบัติได้ ๒ วิธีคือ
๑. แจ้งข่าวสารโดยไม่เปิดเผยตนเอง กรณีนี้ ผู้แจ้งสามารถแจ้งข่าวสารต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุกสถานีทั่วประเทศ หรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ ปปส. โดยทำเป็นจดหมาย ไม่ต้องระบุชื่อผู้แจ้ง แต่ต้องให้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ในการสืบสวน ติดตาม กล่าวคือ ข้อมูลที่ให้ต้องครอบคลุมคำถามว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างชัดเจน
๒. แจ้งข่าวสารโดยแสดงตัวผู้แจ้ง โดยผู้แจ้งต้องมั่นใจได้ว่า ผู้รับแจ้งนั้นต้องสามารถเก็บความลับได้ และให้ความคุ้มครองแก่ผู้แจ้งได้ หากถูกคุกคามจากอิทธิพลของผู้ถูกจับกุม ทั้งนี้เพื่อขอความคุ้มครอง และแจ้งรายละเอียดของผู้ที่คุกคาม ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
๑๒. สถานที่รับแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับยาเสพติด
ผู้แจ้งข่าวสาร สามารถติดต่อแจ้งข่าวยาเสพติด ได้ที่หน่วยงานต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
๑๒.๑ ศูนย์รับแจ้งข่าวยาเสพติด โทร.สายด่วน ๐๒ – ๑๖๘๘
๑๒.๒ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. ๐ – ๒๒๕๑ – ๒๗๒๖ และ ๐ – ๒๒๕๒ – ๗๙๖๒
๑๒.๓ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถนนดินแดง เขตพญาไท กทม. ๑๐๔๐๐ โทร. ๐ – ๒๒๔๕ – ๙๔๑๔, ๐ – ๒๒๔๗๐๙๐๑ – ๑๙ ต่อ ๒๕๘ หรือโทรสาร ๐ – ๒๒๔๗ – ๗๒๑๗
๑๒.๔ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคกลาง ถนนดินแดง เขตพญาไท กทม. ๑๐๔๐๐ โทร. ๐ – ๒๒๔๕ – ๙๙๕๒, ๐ – ๒๒๔๕ – ๓๙๗๒ หรือ โทรสาร ๐ – ๒๒๔๕ – ๙๕๒
๑๒.๕ ตู้ ป.ณ.๑๒๓ สามเสนใน กทม. ๑๐๔๐๐
๑๒.๖ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาคเหนือ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา อำเภอเมือง ฯ จังหวัดเชียงใหม่ ๒๐๑๘๐ โทร. (๐๕๓) ๒๑๑๗๙๓, (๐๕๓) ๒๑๒๐๒๘ หรือ โทรสาร (๐๕๓) ๒๑๑๘๐๘ และ (๐๕๓) ๒๑๑๗๘๐
๑๒.๗ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคใต้ ๔๓๔ ถนนไทรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โทร. (๐๗๔) ๓๑๒๐๘๘, (๐๗๔) ๓๒๓๓๐๐ หรือ โทรสาร (๐๗๔) ๓๒๑๕๑๔
๑๒.๘ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบยาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงข้ามที่ทำการป่าไม้เขต ถนนหน้าศูนย์ราชการ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ๔๐๐๐๐ โทร. (๐๔๓) ๒๔๑๐๒๙, (๐๔๓) ๓๔๔๔๒๐ หรือ โทรสาร (๐๔๓) ๒๔๖ – ๗๙๐
1.
สถานการณ์ทั่วไป
จังหวัดฉะเชิงเทราแบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ 22 เทศบาล 93 ตำบล 878 หมู่บ้าน ประชากร 642,737 คน มีการจำแนกหมู่บ้าน / ชุมชน ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ตามระดับความรุนแรง (ป.ป.ส.) รวมทั้งสิ้น 878 หมู่บ้าน 84 ชุมชน แยกเป็นดังนี้
1) รุนแรง – หมู่บ้าน – ชุมชน
2) ปานกลาง – หมู่บ้าน – ชุมชน
3) เบาบาง 752 หมู่บ้าน 68 ชุมชน
4) ไม่มีการแพร่ 126 หมู่บ้าน 16 ชุมชน
2. ผลการดำเนินงาน
2.1 ด้านการป้องกัน (1 ก.พ. – 19 มิ.ย. 46)
2.1.1 การเร่งรัดดำเนินการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดให้ผ่านหลักเกณฑ์เพื่อประกาศเป็นจังหวัดเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ในช่วงที่ 1 ก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2546 จำแนกตามจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนที่ผ่านกระบวนการ 6 ขั้นตอน จากจำนวน ทั้งหมด 878 หมู่บ้าน 84 ชุมชน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 (การเตรียมองค์กร/บุคลากร) 0 หมู่บ้าน/ชุมชน
ขั้นตอนที่ 2 (เตรียมหมู่บ้าน/ชุมชน) 0 หมู่บ้าน/ชุมชน
ขั้นตอนที่ 3 (ประชุมประชาคม) 0 หมู่บ้าน/ชุมชน
ขั้นตอนที่ 4 (สำรวจข้อมูล) 0/0 หมู่บ้าน/ชุมชน
ขั้นตอนที่ 5 (หมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง) 752/68 หมู่บ้าน/ชุมชน
ขั้นตอนที่ 6 (หมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งแบบยั่งยืน) 54/4 หมู่บ้าน/ชุมชน
หมู่บ้าน/ชุมชนที่ไม่มีการแพร่ระบาดยาเสพติด 72/12 หมู่บ้าน/ชุมชน
2.1.2 จัดโครงการ/กิจกรรมเพื่อป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปใช้ยาเสพติด (Potential Demand) (1 ก.พ. – 19 มิ.ย. 2546)
– จำนวนประชากร (กลุ่มเสี่ยง) 201,070 คน
– โครงการ/กิจกรรมที่ดำเนินการแล้ว 603 กิจกรรม
– ผู้เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม 273,297 คน
2.1.3 จัดโครงการแข่งขันฟุตบอลต้านยาเสพติด จังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำปี 2546 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารรี ครั้งที่ 2 จำนวน 2 รุ่น (รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี จำนวน 14 ทีม นักกีฬา 280 คน และรุ่นประชาชนทั่วไป จำนวน 35 ทีม นักกีฬา 700 คน) ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ เดือนเมษายน – 26 มิถุนายน 2546 โดยกำหนดรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 26 มิถุนายน 2546 เวลา 14.00 น. ณ สนามกีฬาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
4. การจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก
ในวันที่ 26 มิถุนายน 2546 เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก จังหวัดฉะเชิงเทรา/ ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้จัดให้มีโครงการจัดกิจกรรมรณรงค์วันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิถุนายน) ประจำปี 2546 ขึ้น โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด คือ กิจกรรมการประกาศเจตนารมณ์ปฏิญาณตน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด , การจัดนิทรรศการ , การรับสมัครสมาชิก TO BE NUMBER ONE , การจัดกิจกรรม TO BE NUMBER ONE สาธิตการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ , การตอบปัญหาความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกระแสและพลังขับเคลื่อนทางสังคมให้เกิดการตื่นตัวและสำนึกต่อการร่วมมือ ร่วมใจ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างยั่งยืนและถาวรตามนโยบายของรัฐบาล
ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา
2.2.1 การจัดกิจกรรมการรณรงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดแก่นักเรียน/นักศึกษา
ดำเนินการจัดกิจกรรม ดังนี้
ลานกีฬาต้านยาเสพติด
เดินรณรงค์ในสัปดาห์ยาเสพติดโลก
กิจกรรม การวาดรูป ดนตรีไทย เรียงความ
การอบรมเข้าค่ายคุณธรรม จริยธรรม
การให้คำปรึกษาแก่นักเรียนกลุ่มเสี่ยง
การตรวจปัสสาวะ การสร้างภูมิคุ้มกัน โดยการคุมเข้มนักเรียน และให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันยาเสพติด
2. การให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียน/นักศึกษาที่ติดยาเสพติดให้เข้ารับการบำบัดรักษา
สถานศึกษาเมื่อพบนักเรียน/นักศึกษา ติดยาเสพติด ต้องทำการบำบัด โดยติดต่อประสานงานกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ผู้ปกครองนักเรียนและร่วมมือกันดำเนินการในการบำบัด
หาสาเหตุ และทำการช่วยเหลือในเบื้องต้น
ส่งสถานบำบัด
ถ้าติดน้อย สถานศึกษาจะดำเนินการบำบัดทางจิตใจเอง
3. การจัดและควบคุมสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาเพื่อมิให้เอื้ออำนวยและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
จัดสภาพแวดล้อมบริเวณสถานศึกษามิให้มีมุมอับ สามารถมองเห็นทะลุปลอดโปร่ง
จัดกิจกรรมในช่วงเวลาพัก เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
สร้างระบบการดูแลนักเรียน โดยการแบ่งนักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
สร้างระบบการประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะ
2.2.4 การระดมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันสังคมอื่น ๆ
สถานศึกษาทุกแห่งจัดตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อดำเนินการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ
จัดโครงการ “ ครอบครัวเข้มแข็ง – โรงเรียนอบอุ่น “
จัดโครงการประสานสัมพันธ์ บ้าน โรงเรียน ผู้นำชุมชน ร่วมต้านยาเสพติด
2.2.5 โครงการ To Be Number One ในสถานศึกษา
สถานศึกษา สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 43 แห่ง สมาชิกจำนวน 8,327 คน ดังนี้
1) สำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด จำนวน 21 แห่ง รวม 4,661 คน
2) สังกัดโรงเรียนเอกชน จำนวน 13 แห่ง รวม 2,192 คน
3) สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด จำนวน 3 แห่ง รวม 729 คน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *