บ้านที่มีคุณลักษณะเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน

 

บ้านที่มีคุณลักษณะเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน
 โดย ศุภวิศวร์ ปัญญาสกุลวงศ์

การสร้างบ้านให้มีคุณลักษณะเป็นบ้านที่เย็นสบายและประหยัดพลังงานนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบหลัก 3 ประการด้วยกัน
1. รูปแบบของบ้าน
2. ทิศทางของบ้าน
3. ฉนวนกันความร้อน

บ้านที่ดีควรได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด มีการถ่ายเทอากาศที่ดี อาศัยพลังงานธรรมชาติในเรื่องทิศทางลมในการระบายความร้อนภายในบ้าน การออกแบบควนให้มีหน้าต่างหรือช่องลมในทิศเหนือและใต้ เนื่องจากเป็นทิศที่ลมไหลผ่าน โดยในฤดูร้อนลมจะพัดมาในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้จากอ่าวไทย ส่วนในหน้าหนาวลมจะพัดมาจากแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือมาจากประเทศจีน

นอกเหนือจากการออกแบบที่ดี ซึ่งต้องคำนึงถึงทิศทางลมธรรมชาติควบคู่กับการกำหนดหน้าต่าง-ช่องลมในการระบายความร้อนภายในบ้าน สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ละเลยไม่ได้ก็คือ ฉนวนกันความร้อน ต้องเลือกติดตั้งให้ถูกที่ ถูกชนิดและถูกประเภท

จากการที่วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติกันความร้อนได้ถูกวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายในการออกแบบและเลือกใช้วัสดุต่างๆ เพื่อให้บ้านสามารถประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่าย การเลือกฉนวนให้ ถูกที่ ถูกชนิดและถูกประเภทนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่า ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ทางใดบ้าง

ความร้อนไหลเข้าสู่ตัวบ้านได้ 3 ทาง คือ หลังคา ผนังกำแพง และทางพื้นดิน ด้วยเหตุนี้แนวทางการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านสามารถกระทำได้ดังนี้

แนวทางป้องกันความร้อนจากด้านหลังคา
1. ติดตั้งระบบพ่นฝอยละอองน้ำหลังคา ระบบนี้จะมีอุปกรณ์พ่นฝอยละอองน้ำอยู่เหนือหลังคา เมื่อแดดร้อนสามารถเปิดระบบให้พ่นฝอยละอองน้ำ ซึ่งการระเหยของน้ำจะช่วยดูดความร้อนจากแผ่นมุงหลังคาให้เย็นลงได้ ทำให้บ้านเย็น ซึ่งมีผู้วิจัยพบว่าจะช่วยลดอุณหภูมิหลังคาจาก 60-65 องศาเซลเชียสได้ถึง 23 องศา
เซลเซียส
2. ติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา
3. กำหนดให้มีช่องระบายอากาศใต้หลังคา หรือเลือกใช้ระบบฝ้าไม้ระแนง
4. เลือกสีหลังคา ควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่มีสีอ่อน เพราะจะช่วยสะท้อนความร้อนได้มากกว่าสีดำหรือสีเข้มถึง 30-80% อาจพิจารณาทาสีเคลือบหลังคาด้วยสีซีรามิก เพื่อช่วยสะท้อนความร้อน การใช้สีซีรามิกทาหลังคานั้นมีข้อจำกัดที่จะต้องทำความสะอาดฝุ่นบนหลังคาเสมอเพื่อคงปริสิทธิภาพการสะท้อนความร้อน ในกรณีที่ได้เลือกใช้กระเบื้องโมเนีย เป็นวัสดุมุงหลังคาแล้ว เจ้าของบ้านไม่ควรทาสีซีรามิกอีก

แนวทางป้องกันความร้อนจากผนังกำแพง
ควรเลือกใช้วัสดุหรือระบบกำแพงที่มีคุณสมบัติกันความร้อนในการทำผนังด้านที่สัมผัสแดดหรือความร้อน เช่น ผนัง Steelcon ที่มีการออกแบบให้มีฉนวนตรงกลางระหว่างชั้นคอนกรีตเสริมเหล็กภายนอก
2 ชั้น มีประสิทธิภาพดีกว่าผนังอิฐมอญ 10 เท่า ดีกว่าอิฐมวลเบา 3 เท่า และยังแข็งแรง
กว่า 2-3 เท่า เพราะเป็นผนังชนิดเดียวที่เสริมเหล็ก แต่เนื่องจากระบบผนัง Steelcon มีราคาแพงและมีข้อยุงยากในการติดตั้ง หากมีข้อจำกัดในด้านงบประมาณ เจ้าของบ้านอาจพิจารณาเลือกใช้อิฐมวลเบา หรือการก่อกำแพงอิฐมอญ 2 ชั้น ซึ่งราคาประหยัดกว่า ไม่ควรใช้ผนังอิฐมอญชั้นเดียว เพราะอิฐมอญมีคุณสมบัติเป็นตัวนำความร้อน จะทำให้บ้านร้อน การกำแพงอิฐมอญ 2 ชั้นจะเย็นกว่าการใช้อิฐมวลเบา

แนวทางป้องกันความร้อนจากด้านพื้น
พื้นมักจะเป็นส่วนที่เรามักจะมองข้าม ความร้อนสามารถไหลเข้าสู่ภายในบ้านผ่านใต้ถุนบ้านและการสะท้อนจากพื้นรอบๆ บ้าน โดยเฉพาะบ้านที่บริเวณรอบบ้านเป็นพื้นคสล.(คอนกรีตเสริมเหล็ก) บริเวณรอบบ้านนั้นจึงควรจัดให้มีต้นไม้เพื่อลดความร้อนจากแสงแดดที่ตกกระทบพื้นดิน
นอกจากนี้ ในบ้านที่มีหลายห้อง ซึ่งบางห้องได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เช่น ห้องนอนชั้นบน ถ้าพื้นห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศไม่มีฉนวน ความเย็นจากห้องที่ปรับอากาศก็จะหนีหายไป ทำให้ห้องไม่เย็นหรือเปลืองค่าไฟฟ้า ดังนั้น ควรเลือกใช้พื้นเป็นคอนกรีต ที่มีโพรงอากาศอยู่ภายใน เพราะอากาศในที่ปิดล้อมจะมีคุณสมบัติขึ้นเป็นฉนวนที่ดี จึงป้องกันความร้อนผ่านทางพื้นได้ดีกว่าบ้านอื่นทั่วไป หรือปูใต้พื้นด้วยฉนวนก็จะช่วยได้มาก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *