บันเทิง : บทวิพากย์เพลงกิมจิผ่าน ‘กังนัม สไตล์’

บันเทิง : บทวิพากย์เพลงกิมจิผ่าน ‘กังนัม สไตล์’

ประเด็นร้อนในวงการเพลงไทย เมื่อระลอกคลื่นของการวิพากษ์วิจารณ์ ‘เพลงแดนซ์จากเกาหลี’ ขยายตัวลุกลามกลายเป็นวิวาทะว่าด้วย ‘ดนตรีขยะ’

เป็นเพราะปฏิกิริยาจากกรณี ‘ซัมซุง’ แพ้คดีในศาลที่สหรัฐฯ หรือไม่ก็สุดจะคาดเดา แต่อย่างน้อยๆ การรุกของวัฒนธรรมเพลงเกาหลีสู่อเมริกาในห้วงเวลาใกล้ๆ กัน ดังสะท้อนผ่านชาร์ทเพลงยอดนิยม พร้อมกับจำนวนวิวของเพลง Gangnam Style ของศิลปิน พีเอสวาย (PSY) ที่พุ่งขึ้นถึงกว่า 100 ร้อยล้านวิวในเวลานี้ ! ย่อมบ่งบอกถึงพลังการขับเคลื่อนของทุนทางวัฒนธรรมข้ามแดนที่หนักหน่วงเอาการ แม้ผู้สันทัดกรณีหลายคนจะมองว่า มันเป็นแค่ ‘ปรากฏการณ์’ ชั่วครั้งชั่วคราวก็ตาม

ในบ้านเรา กระแสความนิยม และตื่นเต้นต่อ ‘กังนัม สไตล์’ ที่ว่านี้ ทั้งด้วยเสียงดนตรีในแบบอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ กับท่าเต้นที่นำเสนอผ่านเอ็มวี ซึ่งทั้งกวน ยียวน แลดูน่าขัน ได้สร้างความเกรียวกราวในหมู่คนฟังเพลงวงกว้าง ทั้งที่คลั่งไคล้และไม่เคยคลั่งไคล้กับเพลงเกาหลีมาก่อน ถึงขนาดดีเจตามคลื่นต่างๆ ออกโรงเทิดทูนบูชาว่า ‘นี่คือเพลงที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน’ พร้อมกับฟังกันสนั่นเมืองทุกชั่วโมง

ร้อนถึงนักวิจารณ์ดนตรี ดีเจซี๊ด – นรเศรษฐ หมัดคง สุดทนกับสภาพความเป็นไปดังกล่าว ถึงขั้นโพสต์ความเห็นของตนลงในพื้นที่สาธารณะ ‘เฟซบุ๊ค’ อย่างจริงใจและตรงไปตรงมาว่า นั่นคือ ดนตรีขยะ ดีๆ นี่เอง พร้อมระบุว่า

..แท้ที่จริงแล้ว ‘กังนัม สไตล์’ เป็นงานก็อปปี้ลอกเลียนแบบ เพราะเป็นการหยิบเอาดนตรีจากเพลงของวง LMFAO คือ “Sexy & I know It” กับ “Party Rock Anthem” มายำรวมกัน แล้วเขียนเนื้อเพลงเกาหลีขึ้นมาใหม่

ไม่เพียงเท่านั้น ดีเจซี๊ด โยนระเบิดเสียงดังว่า หากคนไทยยังเสพเพลงขยะแบบนี้ วงการเพลงไทยคงไปไม่ถึงไหน และต้องตามหลังเพื่อนบ้านแน่นอน พร้อมกันนั้น ยังเชื่อมโยงเรื่องนี้ไปถึงรสนิยมของคนฟัง ตลอดจนถึงคุณภาพของการเมืองไทยอีกด้วย

ความเห็นแบบ ‘เนื้อๆ’ ของ ดีเจซี๊ด ก่อให้เกิดปฏิกิริยาอย่างกว้างขวาง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนขยายออกจากพื้นที่เฟซบุ๊ค ไปยังเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง ‘ดราม่าแอดดิก’ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีบทวิจารณ์ซ้อนวิจารณ์ของ อธิป จิตตฤกษ์ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์อย่างประชาไท และ สนามอินเทลลิเจนซ์ สร้างความร้อนแรงเพิ่มเติมอีกด้วย จนอาจจะเรียกได้ว่า ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเกิดวิวาทะว่าด้วยการฟังเพลงและรสนิยมการฟังเพลงอย่างกว้างขวางเท่ากับในครั้งนี้

“ส่วนตัวผมเองก็รู้สึกว่ามันเป็นดนตรีขยะจริงๆ” วิภว์ บูรพาเดชะ บรรณาธิการนิตยสาร Happening นำเสนอความเห็น เมื่อถูกตั้งคำถามในเรื่องนี้ ก่อนเสริมต่อว่า “…. แต่มันตอบโจทย์ความสนุก ความบันเทิง หากมองในแง่ที่มันเป็นสินค้า ท่าแดนซ์ของมันให้ความแปลก ดูแล้วขำดี แต่มันไม่ตอบโจทย์เรื่องอื่นนะ มันไม่มีความลึกซึ้ง หรืออะไรมากมาย”

ในมุมมองของคนที่เป็นทั้งนักแต่งเพลง นักเขียน และนักวิจารณ์คนนี้ เขาสารภาพว่า จากปรากฏการณ์ของ ‘กังนัม สไตล์’ แม้จะไม่เห็นด้วย แต่เขาคงเลือกจะไม่พูดถึงมากกว่า พร้อมกับยอมรับบทบาทของ ดีเจซี๊ด ที่ออกมาแสดงจุดยืน ซึ่งด้วยลักษณะของการกล้าคิดกล้าพูด ถือเป็นไอดอลให้แก่ใครอีกหลายคนที่ออกมาทวนกระแสสังคม

ขณะที่นักวิจารณ์อย่าง พรเทพ เฮง บรรณาธิการบทความแห่งนิตยสาร Mars แสดงความเห็นใจ ดีเจซี๊ด ที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ด้วยท่าทีที่หนักหน่วง

“ผมมองด้วยใจเป็นธรรมนะ งานพาณิชย์ศิลป์ ไม่ว่าจะอิงกระแสหรือก็อปปี้ เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น เราต้องยอมรับความจริงว่า เพลงขยะมีอยู่ทั่วโลก เพราะมันเป็นตลาดของคนหมู่มาก กับผู้ผลิตที่มุ่งสร้างกำไรสูงสุด ดังนั้น เมื่อเทรนด์อะไรมา แฟชั่นอะไรมา ก็จะเกิดการสร้างงานตามๆ กัน ในกรณีของ พีเอสวาย ก็เช่นกัน หากมองในแง่บวก ก็เป็นการเอาสิ่งนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ สร้างอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ ที่นำมาแปลงใหม่ให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวแบบเกาหลี มันเป็นเรื่องธรรมดามาก และเอาเข้าจริงๆ ในเพลงจำพวกอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ ก็มีอะไรคล้ายๆ กันอยู่แล้ว”

พรเทพ วิเคราะห์ต่อไปว่า ปรากฏการณ์ ‘กังนัม สไตล์’ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น แต่ขยายไปยังส่วนต่างๆ ทั่วโลก และเป็นกรณีศึกษาถึงจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมเพลงในวันนี้ ซึ่งหลายๆ อย่างขึ้นกับ ‘ไวรัล มาร์เก็ตติ้ง’ และ ‘โซเชียล มีเดีย’

“เมื่อเดือนกรกฎาคม ยอดขายของพีเอสวาน (เจ้าของเพลง กังนัม สไตล์) เพียงไม่กี่หมื่น ขณะที่เปรียบเทียบกับ (วง) ซูเปอร์จูเนียร์ (เกาหลี) ที่สูงถึง 2 แสน แต่ด้วยจุดเปลี่ยนสำคัญจากเครื่องมือสื่อสาร เทคโนโลยีสมัยใหม่ ผนวกกับ space & time ที่พอดิบพอดีในตลาดเพลงอเมริกัน ทำให้พีเอสวาย กลายมาเป็นวงที่เรียกความสนใจได้จากมิวสิควิดีโอ ซึ่งจะว่าไปแล้วมันมีความแปลก มันเองก็ไม่ดี มันทุเรศด้วยซ้ำ แต่คนก็ยังอยากดู เพราะมันให้ความบันเทิงนั่นเอง”

จะว่าไปแล้ว ใช่ว่า พีเอสวาย เจ้าของงานเพลง ‘กังนัม สไตล์’ จะไม่เคยทำงานเพลงดีมาก่อน เพราะที่ผ่านมา ก็เคยสร้างผลงานมาอย่างหลากหลาย แม้กระทั่งเพลงที่สร้างขึ้นเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้นักกีฬาเกาหลีในการแข่งขันโอลิมปิค พีเอสวายก็เคยมีส่วนในการสร้างสรรค์มาแล้ว ข้อเท็จจริงนี้สอดรับกับมุมมองของวิภว์ ที่ว่าส่วนตัวเขาไม่เคยสนใจฟังเพลงเกาหลี เพราะฟังคำร้องไม่ออก แต่ก็ยอมรับว่า วงการเพลงเกาหลี ยังมีเพลงดีๆ ที่น่าค้นหาเหมือนกัน

“พอดี ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ติดต่อกับนิตยสารของเกาหลี ซึ่งเขาส่งตัวอย่างงานเพลงให้ดู ทำให้พบว่ายังมีเพลงอื่นๆ อีกมากมาย ที่ไม่ใช่แค่ บอยแบนด์ หรือ เกิร์ลกรุ๊ป แต่ยังมีเพลงอื่นๆ รวมถึงเพลงที่มีเนื้อหาการเมืองอีกด้วย ผมคิดว่าด้วยแนวคิดในการบริหารจัดการ ตลอดจนนโยบายของภาครัฐ ทำให้ทุกวันนี้เกาหลีมีวัฒนธรรมเพลงที่แข็งแรงมาก” วิภว์ กล่าว

ในฐานะอาจารย์ประจำคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คมธรรม ดำรงเจริญ ยืนยันว่า การสร้างสรรค์ผลงานดนตรีของเกาหลี เฉพาะในส่วนที่ไม่ใช่ดนตรีป๊อปนั้น มีความก้าวล้ำอย่างมาก มีความพยายามอย่างสูงที่จะสร้างสรรค์งานใหม่ๆ อยู่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ขณะที่ส่วนของดนตรีป๊อปเองก็มีการจัดตั้ง กำหนดนโยบายชัดเจนในการรุกสู่ตลาดอื่นๆ

“ผมไม่อยากเรียกว่าดนตรีขยะนะ อาจจะเปลี่ยนไปใช้ว่าเป็น ‘ดนตรีไม่ประณีต’ ดีกว่า คือในส่วนของป๊อป มีวิธีการพิจารณาที่แตกต่างจากดนตรีคลาสสิก ซึ่งเดิมมองในองค์ประกอบของ ทำนอง เสียงประสาน จังหวะ และสีสันทางดนตรี แต่ป๊อปจะมีส่วนของการมิกซิง และ มาสเตอริง เข้ามาพิจารณาด้วยว่าทำได้ดีมั้ย และเมื่อเป็นดนตรีไม่ประณีต ก็จะมองในเรื่องที่ว่า ให้ความบันเทิงคนฟังได้มั้ย สนุกสนานมั้ย อาจจะไม่เน้นรสนิยมการฟัง แต่เน้นรสนิยมเฮฮา เออดูแล้ว มุขตลกเข้าท่า…”

คมธรรม วิเคราะห์ด้วยว่า การรุกผ่านวัฒนธรรมดนตรี มิได้หมายถึงการใช้เสียงดนตรีบริสุทธิ์เสมอไป ดังกรณีของเกาหลีนั้น มันยังเป็นเรื่องของการสร้างกระแสขึ้นมา ด้วยแผนการตลาดอันแยบยล ไปจนถึงการทุ่มทุนสร้างอีกด้วย ดังกรณีนโยบายการซื้อข้าวสารแจกซีดี ในย่านคนเกาหลี (korean town) ในสหรัฐอเมริกา นับเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในเรื่องนี้ เพราะมีส่วนผลักดันให้เพลงเกาหลีติดอันดับชาร์ทเพลง และถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง

“ไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าเพลงเหล่านั้น จะเป็นเพลงดีหรือไม่ดี เพลงหยาบ หรือเพลงประณีต หากขึ้นชื่อว่าเป็นเพลงเกาหลี รัฐบาลของเขาจะผลักดันในการส่งออกทางวัฒนธรรมนี้อย่างเต็มที่”

มุมมองของ คมธรรม ตรงกับข้อเท็จจริงที่ว่า หลังจากพยายามรุกตลาดสหรัฐมาหลายครั้ง โดยเอกชนค่ายเพลงแต่ละราย ทุกวันนี้ ค่ายเพลงเหล่านี้รวมตัวกันใหม่ ในนามขององค์กร UAM (United Asia Management) ซึ่งมีพละกำลังในการรุกอย่างชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องนี้ พรเทพ ที่เกาะติดความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เสริมว่า

“ตอนนี้มีการโชว์ของวงต่างๆ จากเกาหลีกันถึงเมดิสันสแควร์ (ในนิวยอร์กซิตี) เลยทีเดียว มีการจัดอีเวนต์ต่างๆ เพื่อแนะนำศิลปินเกาหลีในสหรัฐ ไม่เพียงเท่านั้น ตลาดเพลงเกาหลีปัจจุบัน ยังอาศัยช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการฟังเพลง ด้วยการดาวน์โหลดผ่านสมาร์ทโฟนมาเป็นช่องทางในการสร้างสิ่งที่ผมอยากจะเรียกว่า เป็นอุปสงค์หมู่ อุปทานเทียมขึ้นมา”

‘กังนัม สไตล์’ ของ พีเอสวาย เป็นตัวอย่างของผลผลิต อันเกิดขึ้นจากความพยายามที่จะจัดตั้งกระแสเกาหลีฟีเวอร์ขึ้นมา ในการรุกทางวัฒนธรรมของเกาหลีสู่เวทีโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งเมืองไทย ที่สมาทาน ‘ลัทธิ’ นี้เข้าไปราวกับยาวิเศษ ถึงขั้นดีเจหลายคนหลับหูหลับตาเทิดทูนให้เป็น ‘เพลงที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน’ ไปแล้ว

ทั้งที่ในความเป็นจริง ตามคำบอกเล่าของ ปีเตอร์ กัน สมัยที่เป็นกรรมการผู้จัดการของ โซนี มิวสิค ประเทศไทย เมื่อ 20 ปีก่อน เขาเคยได้รับเชิญให้เป็นตัวแทนไปประชุมในหมู่คนทำเพลงของเกาหลี เพื่อให้คำปรึกษาว่า ไทยมีแนวทางในการทำธุรกิจดนตรีอย่างไร จึงสามารถสร้างยอดขายอัลบั้มได้เป็นจำนวนมากในเวลานั้น

“เกาหลีใช้เวลาเพียง 20 ปี เปลี่ยนจากผู้เริ่มต้นทำธุรกิจเพลง จากที่เคยศึกษาดูตัวอย่างของไทย มาเป็นผู้ก้าวนำหน้าไทยไปแล้วหลายขุม จนเป็นผู้สร้างเทรนด์ในเวทีโลก” ปีเตอร์ กล่าว

ประเด็นนี้กระมังที่ทำให้ นรเศรษฐ หมัดคง ต้องออกโรงว่า หากเรายังมีข้อจำกัดในการสร้างงาน เรายังบริโภคดนตรีแบบฉาบฉวย อีกไม่นาน ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 เราคงได้เห็น ลาว เขมร หรือ พม่า นำหน้าไทยไปอย่างแน่นอน

เพราะ… อย่าว่าแต่คนฟังหรือสื่อมวลชนเลย แม้กระทั่งรัฐไทยที่ดูแลนโยบายงานวัฒนธรรมระดับประเทศยังติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่ทัน แล้วจะคาดหวังให้ขยับไปผลักดันการสร้างงานดนตรีในกรอบของ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ได้อย่างไร

เรื่องนี้ คมธรรม เห็นว่าเป็นเรื่องยากเกินไป

“รัฐไทยไม่เข้าใจป๊อปคัลเจอร์” นักวิชาการคนเดียวกัน สรุปง่ายๆ แต่ตรงประเด็น.

ที่มา : กรุงเทพฯธุรกิจ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *