บริหารอย่างไร ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 1

บริหารอย่างไร ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ตอนที่ 1
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าทรัพยากรสำคัญในทุกองค์กร ได้เปลี่ยนไปจากทรัพยากรแบบที่เรารู้จัก และคุ้นเคย เป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในด้านนวัตกรรมมากขึ้น
เนื่องจากปัจจัยด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่กลายเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การได้เปรียบทางการแข่งขัน และการประสบความสำเร็จขององค์กร ผมเชื่อว่าผู้อ่านคงจะเห็นพ้องถึงความสำคัญของนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์
แต่คำถามที่มีอยู่ในใจก็คือ จะบริหารองค์กรเพื่อก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร โดยเฉพาะการบริหารองค์กรให้บรรลุประสิทธิผล ทำงานมีประสิทธิภาพ ผลิตภาพ ในขณะเดียวกันก็มีการกระตุ้น และจูงใจให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ภายในองค์กร
นักวิชาการส่วนใหญ่พยายามศึกษาถึงสาเหตุ และแรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการใช้แรงจูงใจต่างๆ เป็นระบบในการขับเคลื่อน หรือการสร้างบริบท และสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ต่อการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ หรือความพร้อมขององค์กรในการที่จะเปิดรับความรู้จากภายนอกองค์กร เพื่อเป็นแหล่งกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของคนในองค์กร
มีแนวคิดที่น่าสนใจ และใช้ได้ผลมาแล้วที่บริษัท SAS Institute ซึ่งเป็นบริษัทผลิต และขายซอฟต์แวร์ชื่อดังระดับโลก บริษัทแห่งนี้มีชื่อมากในการรักษาบุคลากรให้อยู่กับองค์กรนานๆ รวมทั้งเป็นบริษัทที่มีบุคลากรมีแรงจูงใจในการทำงานที่ดี รวมทั้งมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ใหม่ๆ
เรามาลองดูแนวคิดหรือวิธีการดูว่า ทาง SAS มีแนวทางอย่างไรในการส่งเสริม และสนับสนุนให้บุคลากรมีความคิดสร้างสรรค์ โดยเนื้อหาในส่วนนี้ผมเรียบเรียงมาจากข้อเขียนของ Richard Florida (อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย George Mason) และ Jim Goodnight (ผู้บริหารสูงสุดของ SAS) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือน ก.ค. 2548
เป็นที่ทราบกันว่า บุคลากรที่เก่งในด้านของความคิดสร้างสรรค์จะชอบงานที่ท้าทาย คนกลุ่มนี้จะมีความรู้สึกภูมิใจ หรือดีใจที่สามารถแก้ไขปัญหา หรือทำงานที่ยาก และท้าทายให้ประสบความสำเร็จได้ บุคลากรเหล่านี้จะไม่ชอบงานที่เป็นลักษณะ มีขั้นตอน ลำดับขั้นที่มาก และล่าช้า แล้วยังมองว่าขั้นตอนต่างๆ ที่มากมายเป็นอุปสรรคสำคัญของงานสร้างสรรค์ และท้าทาย
หน้าที่สำคัญของผู้บริหารก็คือ การทำให้คนกลุ่มนี้ได้มีโอกาสทำงานที่ท้าทายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขจัดปัญหา หรืออุปสรรคที่ทำให้การทำงานล่าช้า หรือยุ่งยาก ที่ SAS ผู้บริหารตระหนักถึงความสำคัญข้างต้น ดังนั้นที่ SAS จะไม่จูงใจบุคลากรด้วยหุ้นหรือเงินรางวัลใดๆ (SAS ไม่มีโปรแกรมในลักษณะของ Stock Options) แต่จะขอบคุณพนักงานด้วยการมอบหมายงานที่ท้าทายยิ่งขึ้น
ผู้อ่านลองนึกดูว่า ถ้านำแนวคิดนี้มาใช้ที่หน่วยงานของท่าน จะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด แต่ต้องตระหนักไว้เสมอนะครับว่า แนวทางในการจูงใจบุคลากรด้วยลักษณะนี้เหมาะกับกลุ่มคนที่เรียกว่าเป็น Creative People นะครับ
จริงๆ แล้วสิ่งที่ทาง SAS ทำก็ไม่ใช่สิ่งใหม่ ทฤษฎีทางด้านการจูงใจของนักวิชาการชื่อดังอย่าง Frederick Herzberg ก็ระบุไว้เลยว่า โอกาสในการเรียนรู้และความท้าทาย เป็นปัจจัยสำคัญในการจูงใจบุคลากรมากยิ่งกว่าความหวาดกลัวต่อเจ้านายที่ดุ และเข้มงวด
การสำรวจของวารสาร Information Week ที่สอบถามไปยังบุคลากรด้าน IT จำนวนนับพันๆ คนระบุว่า ความท้าทายในงานที่ทำเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการจูงใจมากกว่าการจูงใจด้วยปัจจัยทางด้านการเงิน
ผู้อ่านอาจจะนึกว่า การจูงใจด้วยงานที่ท้าทายนั้น เหมาะกับพนักงานเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่จริงๆ แล้วผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ม ีอยู่ในบุคลากรทุกฝ่าย ในกรณีของ SAS นั้น แม้กระทั่งฝ่ายขายก็ถูกจูงใจ ด้วยความท้าทายของงาน นอกจากนี้ที่ SAS ยังสนับสนุนให้พนักงานได้เขียนเอกสารทางวิชาการ และสนับสนุนให้มีการตีพิมพ์ และเผยแพร่ให้พนักงานคนอื่นๆ ได้ทราบ ทั้งนี้เพื่อทำให้เป็นเวทีสำหรับพนักงานในการแสดงความรู้ ความสามารถ
SAS ยังพยายามหาทางลดขั้นตอน และข้อจำกัดสำหรับพนักงานให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของเวลา ที่ SAS จะมีการทำแบบสอบถามทุกๆ ปีถึงสิ่งที่บุคลากรต้องการ หลังจากนั้นทางผู้บริหารก็จะพิจารณาว่า สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการของพนักงานได้หรือไม่
โดยแทนที่จะคิดในแง่ของความคุ้มค่าในการลงทุน จะพิจารณาว่าถ้าดำเนินการตามข้อเสนอแนะแล้ว จะช่วยประหยัดเวลาสำหรับพนักงานหรือไม่ ถ้าสิ่งที่จะทำสามารถช่วยประหยัดเวลาให้พนักงานได้ SAS ก็จะทำโดยทันที ตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น สถานดูแลสุขภาพ และพยาบาลในบริเวณสำนักงานใหญ่ (เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางออกไปพบแพทย์) หรือสถานดูแลเด็กเล็กในบริเวณสำนักงาน (ประหยัดเวลาการรับส่งลูก) การอนุญาตให้สามารถนำเด็กๆ เข้ามาในบริเวณร้านอาหารของบริษัทได้ (เพื่อที่ครอบครัวจะได้มีโอกาสทานข้าวพร้อมหน้ากัน)
ในสำนักงานใหญ่ของ SAS ก็จะมีสถานที่ออกกำลังกายครบครัน (เพื่อให้พนักงานสามารถเลือกเวลา ในการออกกำลังกายได้สะดวก) หรือมีหน่วยงานที่ช่วยในการเลือก และหาสถานศึกษาที่เหมาะสม สำหรับบุตรหลานของพนักงาน บริการนวด ซักแห้ง ตัดผม ล้วนแล้วแต่มีให้บริการในบริเวณของบริษัท ด้วยราคาที่ถูกกว่าการออกไปภายนอก
ผู้อ่านคงจะเห็นถึงความพยายามและสิ่งที่ SAS ตั้งใจทำให้พนักงานแล้ว คงจะเห็นภาพว่าสิ่งที่ SAS มุ่งเน้นคือ การทำให้พนักงานมีความสะดวกสบายที่สุดในการทำงาน เป็นการลดอุปสรรคในเรื่องของเวลา เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ภายในองค์กร สัปดาห์หน้าเรามาดูเนื้อหาในเรื่องนี้กันต่อครับ
________________________________________

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *