นางงามแฉพันโทเก๊หลอก

นางงามแฉพันโทเก๊หลอก

โดย บ้านเมืองออนไลน์
เมื่อเวลา 9:09:00 วันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2547
นางงามแฉผัวพันโทเก๊หลอกแต่งงาน
อดีตนางงามแจ้งจับผัวพันโทเก๊ หลอกเป็นทหารรักษาพระองค์ แต่งเต็มยศออกงานและอ้างจะขอพระราชทานน้ำสังข์ในวันแต่งงาน จนตายใจยอมอยู่กินฉันสามีภรรยามาปีเศษ สุดท้ายจับได้เป็นแค่หมอดูแม่นๆ ตกอับ มีรายได้พอเลี้ยงตัวไปวันๆ แถมพักหลังทำตัวเหินห่างและเอาปืนปลอมมาข่มขู่ โร่แจ้งตำรวจจับฐานต้มตุ๋นและเรียกค่าเสียหาย ขณะที่พันโทเก๊สารภาพสิ้น รับปากจะชดใช้ค่าเสียหาย 3 แสนภายใน 3 เดือน

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ม.ค.47 พ.ต.ต.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย สารวัตรเวร สภ.อ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุจากนางรมิดา สุวรรณเนตร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/210 หมู่ 10 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม อดีตนางงามสามพรานเมื่อสิบกว่าปีก่อน ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยมิดา ว่า ได้ถูกนายยุทธศักดิ์ สุวรรณวงศ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/2 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม หลอกลวงให้หลงเชื่อโดยอ้างเป็นนายทหารยศ พ.ท.สังกัดทหารรักษาพระองค์ แต่งเครื่องแบบและพาออกงานสังคม จนทำให้ตนเอง เพื่อนๆ และญาติพี่น้อง เข้าใจว่าเป็นนายทหารจริง จนล่าสุดได้อ้างว่ากำลังจะเลื่อนยศเป็น พ.อ.หลังจากเมื่อปีเศษเพิ่งมียศร้อยเอกเท่านั้น กระทั่งมาจับได้ว่านายยุทธศักดิ์เป็นนายทหารปลอม จึงได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวง และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายอีก 1 แสนบาท

นางรมิดา เปิดเผยว่า ได้รู้จักกับนายยุทธศักดิ์เมื่อประมาณเดือนตุลาคมปี 2545 โดยเพื่อนได้แนะนำว่านายยุทธศักดิ์เป็นนายทหาร รับดูดวงแม่นมาก ตนจึงได้ไปดูดวง และรู้จักคบหากันตลอดมา จนเวลาผ่านไป 2 เดือนนายยุทธศักดิ์ได้ขอแต่งงานอยู่กินกับตน ซึ่งตนก็เห็นว่าเป็นคนดี มีการงานทำที่มั่นคง และยังเป็นถึงนายทหาร จึงยอมตกลงอยู่กินด้วย โดยตกลงกันว่าจะแต่งงานกันในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา

นางรมิดา เล่าต่อว่า การแต่งชุดทหารยศพันโทของนายยุทธศักดิ์ ทำให้ตนเริ่มระแวงสงสัย จนน้องชายตนมาอยู่ด้วย นายยุทธศักดิ์ก็บอกว่าจะแต่งตั้งให้น้องชายตนเป็นจ่า ยิ่งทำให้ตนงงไปกันใหญ่ นอกจากนี้เมื่อก่อนจะถึงเดือนสิงหาคม 2546 นายยุทธศักดิ์ได้นำใบพระราชทานน้ำสังข์มาให้ดู บอกว่าในวันแต่งงานจะมีการพระราชทานน้ำสังข์ แต่จนกระทั่งป่านนี้ก็ยังไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้น จนเมื่อไม่นานนี้นายยุทธศักดิ์ได้หาเรื่องทะเลาะกับตน เอาปืนมาจ่อที่ศีรษะหลายครั้ง จนตนเกิดความหวาดกลัว แต่มาภายหลังได้ทราบว่าปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนปลอม และต่อมายังทำตัวเหินห่างขึ้นเรื่อยๆ อ้างว่าติดงาน ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยทำงานในสังกัดที่อ้างไว้เลย จนทำให้มีการทะเลาะกันแล้วหายไปหลายวัน และวันนี้ก็ยังไปข่มขู่ตนที่ร้านเสริมสวยว่าได้แจ้งความที่ตำรวจภาค 7 กล่าวหาว่าตนยักยอกทรัพย์ของเขา จึงได้รีบมา สภ.อ.เมืองนครปฐมเพื่อมาเคลียร์ปัญหาดังกล่าว ก็พบความจริงว่านายยุทธศักดิ์ไม่ได้มาแจ้งความตามที่ขู่มาแต่อย่างใด

ตนจึงตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับนายยุทธศักดิ์ ในข้อหาหลอกลวงตนให้หลงเชื่อ และจะขอหย่าขาดจากกัน พร้อมกับเรียกค่าเสียหายอีก 1 แสนบาท ฐานที่หลอกให้ตนหลงเชื่อ และต้องเสียทรัพย์สินในการดูแลเขาตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

ด้านนายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพหลักเป็นหมอดูและได้รู้จักกับนางรมิดาเมื่อประมาณ 1 ปีเศษ จากนั้นก็ได้ติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน ส่วนเรื่องการเป็นทหารยศพันโท ตำแหน่งส่วนการป้องกันรักษาความสงบภายในนั้น ยอมรับว่าไม่ได้เป็นแต่อย่างใด โดยได้เครื่องแบบมาจากคนที่รู้จักกันนำมาให้ ส่วนการที่ภรรยาต้องการหย่านั้น น่าจะเป็นจากเรื่องการที่เขาต้องการจะได้เงินจากการฟ้องหย่า 1 แสนบาท เพื่อไปใช้หนี้สิ้นที่มีมากมาย โดยตนก็รับดูดวงและนำเงินมาช่วยเหลือตลอด ทั้งที่มีรายได้จากการดูดวงวันละ 800-1,000 บาท แต่ก็ไม่ได้ทุกวัน ยิ่งช่วงหลังไม่ค่อยมีคนมาดูเพราะเศรษฐกิจไม่ดี จึงไม่ได้เรียกร้องค่าดู ใครจะให้เท่าไหร่ก็ได้ตามสะดวก

นายยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า การที่นางรมิดามาแจ้งความนั้น ตนไม่มีเงิน 1 แสนบาทให้ แต่ยอมรับตามข้อกล่าวหาที่แจ้ง ซึ่งก็อยู่ในกระบวนการของกฎหมาย และที่ผ่านมาตนก็ยังรักภรรยาคนนี้มาก แต่เขามักมีพฤติกรรมก้าวร้าวตนก็ทนมาโดยตลอด

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *