นมสร้างชาติ

นมสร้างชาติ
กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552
คนไทยดื่มนมน้อยอย่างน่าประหลาดใจ พอๆ กับการดื่มเหล้ามากอย่างน่าตกใจ ทั้งๆ ที่เราเป็นประเทศที่ผลิตน้ำนมดิบมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผมอยากให้คนไทยสนใจเรื่อง “นม” กันมากๆ เพราะหากไม่ดูแลกันดีๆ ภายในสิบปีข้างหน้า อาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคนมก็จะไม่มีหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ลูกหลานของเราก็ต้องกินนมผงละลายน้ำเหมือนกับในประเทศฟิลิปปินส์ (ที่นั่นกิจการโคนมล่มสลายไปแล้ว) สุขภาพของคนไทยจะได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น ทั้งขนาดรูปร่างและระดับสติปัญญา ซึ่งจะเป็นปัจจัยซ้ำเติมประเทศชาติหนักขึ้นไปอีก
ปัญหาที่เห็นๆ กันในกิจการโคนมไทย เวลานี้ อาทิ ปัญหาคุณภาพนมโรงเรียน ปัญหานมล้นตลาด หรือแม้กระทั่งนมแพง ล้วนมีรากฐานมีจากเรื่องเดียวกันคือ “การบริหารจัดการ”
“โคนม” น่าจะเป็นกิจการที่มีระบบการบริหารจัดการที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะ “น้ำนมวัว” เป็นสินค้าเกษตรหนึ่งในไม่กี่ประเภทในโลก ที่เกษตรกรไม่สามารถสต็อกได้ และหยุดการผลิตก็ไม่ได้ (สงกรานต์ หรือปิดเทอม แม่วัวไม่รับรู้นะครับว่าโรงงานงานแปรรูปปิด และน้ำนมจะเสียง่ายมากในระดับอุณหภูมิปกติ) เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงย่อมที่จะต้องเกิดการต่อสู้ดิ้นรนในการจัดการฝ่ายการผลิต (Supply Side) และฝ่ายบริโภค (Demand Side) ซึ่งต้องมีความสมดุลและมีประสิทธิภาพสูงกว่าสินค้าเกษตรประเภทอื่นมาก
ในโลกของกิจการโคนมยุคใหม่ การจัดการเรื่องการบริหารจัดการด้านดีมานด์-ซัพพลาย มีความยุ่งยากขึ้นไปอีก เพราะนมสดสามารถแปรรูปเป็นนมผงได้ ส่งผลให้ประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงอาทิ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สามารถส่งนมผงราคาถูกมากๆ เข้ามาตีตลาดนมสดได้ แม้จะมีกำแพงภาษีอยู่ก็ตาม
ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้ร่วมชะตากรรมในกิจการโคนมของประเทศต่างๆ จึงต้องคิดค้นองค์กรกลาง ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการกิจการโคนมขึ้นมา ซึ่งรู้จักกันในนาม “สภานม” (Milk Council, Milk Board) ซึ่งจะทำหน้าที่วางแผน กำหนดยุทธศาสตร์สร้างความสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภค รวมถึงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา กิจการโคนม ที่สำคัญคือมีที่มาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจริงๆ ไม่ใช่ผูกขาดแต่ฝ่ายราชการเป็นหลัก
ปรากฏว่าระบบ “สภานม”นี้ได้ผลดีในหลายประเทศร่วมร้อยปี ในสหรัฐฯ มลรัฐต่างๆ มีการจัดตั้งสภานม และครั้งหนึ่งมีสภานมระดับมลรัฐแห่งหนึ่งจัดรณรงค์บริโภคนม Got Milk เอา นำเสนอภาพดาราคนดัง ปากเปื้อนรอยนมสด ประสบความสำเร็จสูงจนกลายเป็นโครงการระดับชาติ
ส่วนในเมืองไทยเมื่อราวเกือบสี่สิบปีก่อน ประสบปัญหาน้ำนมล้นตลาดเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2513 ก็ได้เกิดข้อเสนอการจัดตั้งสภานม แต่ต้องรอมาถึงปี 2551 จึงเกิด พ.ร.บ.นมและผลิตภัณฑ์นม เป็นเสมือน “รัฐธรรมนูญ” กิจการโคนม ฉบับแรกของสยาม และ เป็นที่มาของคณะกรรมการนมและผลิตภัณฑ์นม หรือจะอ้อมแอ้มว่าเป็น “สภานม” แบบไทยๆ ก็ได้ แต่ผ่านไปหนึ่งปี ไม่เพียงแต่ ปัญหาเชิงโครงสร้างกิจการโคนมจะไม่ได้รับการสะสาง แต่กลับทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ก็แสดงว่าตัว “รัฐธรรมนูญนม” มีปัญหา
คนกลุ่มหนึ่งที่มีประสบการณ์ในทั้งภาครัฐและเอกชน ในเรื่องของกิจการโคนม เห็นว่าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ ลูกหลานไทยคงต้องกินนมผงละลายน้ำ ในขณะที่กิจการโคนมไทยเหลือแต่ความทรงจำในพิพิธภัณฑ์ พวกเขาจึงได้รวมตัวกันขึ้นมาในนาม “ชมรมนมสร้างชาติ” ซึ่งได้ไปศึกษาวิจัยปัญหากิจการโคนม และรัฐธรรมนูญโคนมมาทั้งระบบจนมีข้อสรุปออกมาแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย. 2552) จะนำเสนอในการงานเสวนา “สภานมไทย มองไกลครบวงจร” ที่ทางชมรมได้ร่วมจัดกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ห้องสุธรรมอารีกุลชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เวลา 13.00-16.30 น.
คนไทยดื่มนมน้อยอย่างน่าประหลาดใจ พอๆ กับการดื่มเหล้ามากอย่างน่าตกใจ ทั้งๆ ที่เราเป็นประเทศที่ผลิตน้ำนมดิบมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เรากลับดื่มนม 12-13 ลิตรต่อคนต่อปี ในขณะที่อัตราบริโภคเฉลี่ยของอาเซียนอยู่ที่ 40 ลิตร ในขณะคนไทยดื่มน้ำอัดลมเฉลี่ย 20 ลิตรต่อปีต่อคน ส่วนเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์คนไทยบริโภคถึง 40 ลิตรต่อปี คนไทยจึง “ดื่มเหล้า” มากกว่า “ดื่มนม”
สาเหตุที่คนไทยดื่มนมน้อยมีหลายสาเหตุ แต่เรื่องน่าเจ็บใจคือ ในอดีตการบริโภคนมที่น้อยเกิดจาก “ผู้ไม่รู้” คุณค่าของนม แต่ยุคปัจจุบันเกิดจาก “ผู้รู้” ที่มาคอยเหยียบย่ำ “คุณค่าของนม” โดยการสร้างมิจฉาทิฐิ เกี่ยวกับการดื่มนม เพื่อจะขายสินค้าหรือคอร์สสุขภาพแพงๆ ของตนก็มี ผลกรรมจึงตกกับคนไทยทั้งชาติ กล่าวคือ เยาวชนไทยเวลานี้มีขนาดความสูงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเยาวชนโลก เพราะดื่มนมน้อยกว่าและยังมีไอคิวที่ต่ำกว่าด้วย เพราะนมนั้นช่วยพัฒนาการทั้งสมองและโครงสร้างร่างกาย สำหรับสุภาพสตรีที่ไม่รับประทานนมเมื่อแก่ตัวลง ก็จะประสบภาวะโรคกระดูกพรุน
ในฐานะสมาชิกชมรมนมสร้างชาติ คนหนึ่งก็ขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมงานเสวนา และสามารถเข้าเว็บไซต์ชมรมฯ www.milkforthai.org เพื่อสมัครสมาชิก-เครือข่ายเพื่อให้ข้อมูล และร่วมเสนอข้อแก้ไขปัญหานมทั้งระบบผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าวอีกด้วย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *