ธุรกิจ ‘เติมหมึก’ บูม แฟรนไชส์ชิงแชร์ 5,000 ล.

ธุรกิจ ‘เติมหมึก’ บูม แฟรนไชส์ชิงแชร์ 5,000 ล.
ผู้จัดการรายสัปดาห์ (Th)

ชวกร พันธุ์ทรัพย์สกุล ผู้จัดการฝ่ายแฟรนไชส์ บริษัท ยูเทรค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องเติมหมึกอัจฉริยะอิงค์เก้ (INKE) จากประเทศสิงคโปร์ และได้ขยายธุรกิจสู่แฟรนไชส์ภายใต้ในชื่อ “Mr.Refill by UTREK” ปัจจุบันมีจำนวนสาขาของแฟรนไชส์ 30 สาขาใน เพาเวอร์บาย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โดยตั้งเป้าขยาย 300 สาขาเท่านั้น มุ่งทำเลไปยังย่านสถาบันการศึกษา อาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้า เช่น ซีคอนสแควร์ เพาเวอร์บายของเซ็นทรัล สยามพารากอนและเอ็มโพเรียม
ส่วนมูลค่าการเติมหมึกในไทยจากข้อมูลของ IDC สำรวจพบว่าตลาดเติมหมึกในไทยมีปริมาณที่สูงขึ้น จากการสำรวจการเติมหมึกในไทยพบว่าสูงถึง 67,450 ตลับต่อ 3 เดือน นับได้ว่าทุกๆ 1 นาทีจะมีการเติมหมึก 1 ตลับทำกับว่าภายใน 1 ปีตลาดมีการเติมหมึกกว่า 5,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการเติมหมึกออริจินอล 70% ส่วนอีก 30% เป็นหมึกเติมแบบรีฟิล
และการที่ผู้บริโภคนิยมเติมหมึกออริจินอลเนื่องจากกังวลเรื่องของมาตรฐาน คุณภาพ และเกรงว่าหมึกเติมแบบรีฟิลจะทำให้เกิดความเสียหายกับเครื่องพิมพ์ ซึ่งบริษัทแก้ไขด้วยการรับประกันความพึงพอใจให้กับลูกค้าหากไม่พอใจยินดีคืนเงินภายใน 14 วัน 100% หรือหากน้ำหมึกทำให้พริ้นเตอร์มีปัญหาบริษัทยินดีซื้อเครื่องใหม่ให้ทันที
“บริษัทเชื่อว่าตลาดเติมหมึกที่ไม่ใช่ออริจินอลยังไม่อิ่มตัวอย่างแน่นอนแม้ว่าในปีหน้าพริ้นเตอร์ที่เป็นเลเซอร์จะมีราคาถูกลง และราคาการจำหน่ายหมึกเติมของบริษัทแม่จะถูกลง 4-5% ก็ตาม สำหรับเทรนด์ของการหมึกเติมในปีหน้าจะเป็นเรื่องของเติมหมึกสีมากขึ้น”
อย่างไรก็ดี แม้ว่าในตลาดจะมีกลุ่มแฟรนไชส์อยู่หลายแบรนด์และบางแบรนด์ใช้เงินลงทุนที่ต่ำกว่าของบริษัท แต่สิ่งที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากแบรนด์อื่นคือคุณสมบัติของหมึกเติมที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงกว่าปกติถึง 200% หากเทียบกับหมึกเติมในตลาด ภาพลักษณ์ของสินค้าและร้านรวมทั้งการเป็น One Stop Service ที่ให้บริการเติมทุกอย่างทั้งเติมหมึก จำหน่ายเม็มโมรี่ บัตรเติมเงิน ให้บริการดาวน์โหลด จำหน่ายชุดชาร์จแบตเตอรี่และการบริการที่ดี
ด้าน กาญจนา อิศฤงคาร กรรมการและผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทยเว็บไซเบอร์ จำกัด ผู้ให้บริการ “ศูนย์เติมหมึกครบวงจรไซเบอร์อิ้งค์” กล่าวว่า แฟรนไชส์ไซเบอร์อิ้งค์เปิดดำเนินการมา 3 เดือนเศษมีสาขาแฟรนไชส์ 36 สาขาคาดว่าปีหน้าจะเปิดให้ได้ 100 สาขามองกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้ประกอบการรายใหม่หรือรายเก่าที่เคยทำธุรกิจเติมน้ำหมึกอยู่แล้วแต่ไม่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าว เพราะการลงทุนกับบริษัทจะคุ้มค่ากว่าการไปซื้อน้ำหมึกแล้วมาให้บริการเติม
เอง
โดยค่าแฟรนไชส์ในการเปิดศูนย์บริษัทกำหนดไว้ในราคา 29,000 บาท ในขณะที่ของแบรนด์อื่นอยู่ที่หลักแสนบาท เนื่องจากแบรนด์อื่นมีการลงทุนในเรื่องของดีสเพลย์ที่สูงจนเกินไป พื้นที่ในการเปิดกว้างเกินความจำเป็น และการสต๊อกสินค้าที่สูงมาก ในขณะที่ของบริษัทลงทุนน้อย คืนทุนได้เร็วและยังสามารถทำธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องควบคู่กันได้ทำให้ได้เปรียบแฟรนไชส์รายอื่น
“ถ้าพูดถึงแบรนด์ลีดเดอร์ที่เข้ามาในแฟรนไชส์เติมหมึกอาจจะมีหลายเจ้าแต่ไม่มากนัก แต่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่แสนบาทขึ้นพื้นที่ในการใช้จะอยู่ที่ 10 ตารางเมตรขึ้นไปในขณะที่ของเราพื้นที่สูงสุดไม่เกิน 3 ตารางเมตร เรามองภาพกว้างว่าการที่คนเราจะลงทุนธุรกิจเติมหมึกอย่างเดียวโดยใช้พื้นที่เยอะๆ หรือคีออสใหญ่เพื่อให้เป็นภาพลักษณ์ร้านเติมหมึกซึ่งต้องลงทุนเป็นแสนบาทจะต้องใช้เวลาคืนทุนอย่างเร็วสุดปีครึ่งแต่ถ้าเขาทำธุรกิจเติมน้ำหมึกขนาดไม่ใหญ่ลงทุนไม่สูงเขายังสามารถนำเงินที่เหลือไปลงทุนธุรกิจอื่นได้อีก 3-4 ธุรกิจ”
สำหรับโอกาสของธุรกิจเติมน้ำหมึกเป็นธุรกิจที่ยังเป็นที่ต้องการอยู่ เนื่องจากทุกคนที่ใช้งานเกี่ยวกับพริ้นเตอร์ก็ต้องการลดต้นทุนหรือต้องการได้สินค้าราคาถูกลงด้วยกันทั้งนั้นภายใต้คุณสมบัติดีเหมือนเดิม ปัจจุบันธุรกิจเติมน้ำหมึกในระบบแฟรนไชส์มีผู้ประกอบการไม่เกิน 5 ราย
“ตลาดธุรกิจเติมน้ำหมึกขณะนี้กำลังบูมมากๆ มีผู้ประกอบการและแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีคู่แข่งในการลงทุนระบบหมื่น จะมีก็เป็นคู่แข่งที่ลงทุนในระดับแสน”
ด้านแนวโน้มของตลาดในปี 2549 จะมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดมากขึ้น เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำตลาดในการลงทุนไม่สูง คาดจะมีคู่แข่งรายใหญ่เข้ามาเจาะตลาดเงินลงทุนที่ไม่สูงเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ ขณะเดียวกันอาจมีผู้ประกอบการที่ผลิตน้ำหมึกเพียงอย่างเดียวขยายธุรกิจสู่รูปแบบแฟรนไชส์ คาดจะเกิดรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 5 ราย
****************
ลงทุน ‘ไซเบอร์อิ้งค์’ 29,000 บาท
1.เงินลงทุน 29,000 บาท
2.บริษัทจะถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารการค้า การปฏิบัติการเชิงเทคนิค การเติมน้ำหมึกให้กับแฟรนไชซี
3.บริษัทมีเครื่องมือทางการตลาดและการจัดทำโปรโมชั่นให้กับแฟรนไชซี
4.ฝ่ายการตลาดของบริษัทจะออกไปตรวจเยี่ยมแฟรนไชซีในกรุงเทพฯ เดือนละ 1 ครั้ง ส่วนสาขาต่างจังหวัดไตรมาศละ 1 ครั้ง
5.ใช้พื้นที่ในการเปิดเพียง 2-3 ตารางเมตร
6.การันตีคืนทุนภายใน 3 เดือนภายใต้เงื่อนไขเติมน้ำหมึก 3 ตลับต่อวัน
7.บริการส่งสินค้าให้ฟรีหากสั่ง 2,000 บาทขึ้นไป
ลงทุน ‘อิงค์เก้’ 200,000 บาท
1.ค่าแฟรนไชส์ 50,000 บาท
2.ค่าอุปกรณ์ ตู้โชว์ และค่าสินค้า 150,000 บาท
3.ขึ้นปีที่ 2 เสียค่าบริการบำรุงรักษาเครื่องเติมหมึก พร้อมรับเครื่องเติมหมึกรุ่นใหม่ทุกปี 100,000 บาท
4.การสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทต้องไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อครั้ง
5.ต้องมียอดการสั่งซื้อเคลื่อนไหวทุกเดือน
6.ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตร และวิธีการเติมหมึกจากมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมจากสิงคโปร์
7.บริษัทจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจเช็ค และให้คำปรึกษาทุกสัปดาห์–จบ–

–ผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 28 พ.ย. – 4 ธ.ค. 2548–

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *