ธุรกิจแฟรนไชส์

ธุรกิจแฟรนไชส์

กรมสรรพากรได้สร้างองค์ความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่สรรพากร เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ โดยมีหนังสือเวียนไปให้เจ้าหน้าที่ทราบทั่วประเทศ ซึ่งรวบรวมและจัดทำโดยนางพรทิพย์ มากดำ นักวิชาการภาษี 6ว. กลุ่มมาตรฐานระบบงานกำกับดูแลผู้เสียภาษี สำนักมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี ซึ่งไขปัญหาภาษีเห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อในรูปแบบของปุจฉา-วิสัชนา ดังนี้

“ธุรกิจค้าปลีกมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจค้าปลีกของต่างประเทศ ที่มีการลงทุนในประเทศไทยเป็นตัวผลักดันให้นักธุรกิจไทยต้องปรับตัวให้เหมาะสม กับสถานการณ์อย่างมืออาชีพ การปรับรูปแบบการค้าปลีกให้มีความหลากหลาย มีความซับซ้อนมากขึ้น และมีการขยายงานในรูปแบบสาขา เพื่อสร้างความพอใจ และการยอมรับให้กับผู้บริโภค โดยสร้างจุดเด่นและการยอมรับในตราสินค้าร้านค้าอย่างเป็นกระบวนการ ก่อให้เกิดกลยุทธ์ที่เห็นความสำคัญของการกระจายสาขา คือ ระบบแฟรนไชส์ ซึ่งจะได้รับการยอมรับจากนักธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่เป็นธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศ เนื่องจากระบบแฟรนไชส์ สามารถลดข้อจำกัดทางการเงินและเวลาในการบริหารจัดการสาขาของตนเองได้

แฟรนไชส์ เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจหรือตลาดในการกระจายสินค้าหรือบริการสู่ผู้บริโภค โดยหน่วยธุรกิจ ซึ่งประสบความสำเร็จ และต้องการขยายการจำหน่ายสินค้า หรือบริการของตน (บริษัทแม่) โดยผ่านหน่วยค้าปลีก (บริษัทสมาชิก) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการอิสระ และทั้งสองฝ่ายได้นำสัญญาหรือข้อตกลงร่วมกันภายใต้เครื่องหมายการค้า หรือบริการเทคนิคการตลาด และอำนาจของบริษัทแม่ ในการควบคุมหน่วยธุรกิจนั้น เพื่อแลกกับการได้รับชำระค่าธรรมเนียม และค่ารอยัลตี้ จากบริษัทสมาชิกดังกล่าว โดยบริษัทแม่จะมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจการ (บริษัทสมาชิก) ซึ่งสิทธิพิเศษนี้จะครอบคลุมระบบเกือบทั้งหมด เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจการ (บริษัทสมาชิก) สามารถทำธุรกิจได้ แม้จะไม่มีประสบการณ์มาเลย

ธุรกิจแฟรนไชส์ จึงเป็นวิธีการหนึ่งในการขยายตลาด และช่องทางการจัดจำหน่ายของธุรกิจ บริษัทที่ให้สิทธิเครื่องหมายการค้า จะต้องเป็นเจ้าของสิทธิ โดยต้องไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ถ้าไม่มีเครื่องหมายการค้า จะไม่สามารถขายแฟรนไชส์ รวมทั้งต้องมีความเชี่ยวชาญหรือ Know How ซึ่งอาจจะเป็นวิธีการในการทำธุรกิจที่จะถ่ายทอดให้ผู้ประกอบการอิสระที่รับสิทธิ ซึ่งเรียกว่า แฟรนไชซี ในรูปแบบของการทำงานทั้งหมด เช่น ระบบการผลิต ระบบการขาย ระบบการบริหารการตลาด เพื่อให้รูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจในทุกๆ สาขาอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

โดยทั่วไป ธุรกิจแฟรนไชส์ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการหลัก

1. มีผู้ซื้อและผู้ขายแฟรนไชส์ เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่าย คือ แฟรนไชซอร์ และแฟรนไชซี ซึ่งมีการตกลงในการทำธุรกิจร่วมกัน ทั้งมีสัญญา และไม่มีสัญญา แต่ในอนาคตรูปแบบข้อตกลงจะปรับไปสู่ระบบการสร้างสัญญาทั้งหมด เพื่อให้ทั้งระบบแฟรนไชส์ที่มีอยู่ในตลาดถูกต้องตามระบบ เพราะไม่เช่นนั้น แฟรนไชซอร์ที่ไม่ดีจะทำลายระบบด้วย

2. มีเครื่องหมายการค้าสินค้าหรือบริการ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบธุรกิจ และใช้เครื่องหมายการค้าเดียวกัน ระบบการจัดการธุรกิจอาจเป็นเครื่องมือหรือสูตรที่คิดค้นขึ้นมาเอง ในการผลิตสินค้าหรือบริการ โดยมีมาตรฐานที่อยู่ในตราสินค้าเดียวกัน

3. มีการจ่ายค่าตอบแทนอย่างน้อย 2 อย่าง คือ ค่าแรกเข้าในการใช้เครื่องหมายการค้า (Franchise Fee) และค่าตอบแทนผลการดำเนินงาน (Royalty Fees)

แฟรนไชซิง (Franchising) หมายถึง การที่เจ้าของสิทธิ (Franchisor) ตกลงอนุญาตให้ผู้รับสิทธิ (Franchisee) ดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อการค้า การบริหาร และระบบธุรกิจของเจ้าของสิทธิ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาขึ้น ผู้รับสิทธิจะต้องดำเนินธุรกิจตามรูปแบบและระบบของเจ้าของสิทธิ และจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าของสิทธิ

แฟรนไชซอร์ (Franchisor) หมายถึง เจ้าของสิทธิซึ่งเป็นผู้คิดค้นวิธีการทำธุรกิจ จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ และเป็นผู้ขายสิทธิในการดำเนินกิจการภายใต้ชื่อการค้า และเครื่องหมายการค้าของตนเองให้แก่ผู้อื่น เช่น เชสเตอร์กริลล์ เป็นผู้คิดค้นร้านอาหารประเภทไก่ย่าง และสูตรอาหาร มีรูปแบบการจัดร้านการจัดการเฉพาะตัว จนกระทั่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแล้ว ขายระบบทั้งหมดให้ผู้อื่น เชสเตอร์กริลล์จึงอยู่ในฐานะเป็นเจ้าของสิทธิ และเป็นผู้ขายแฟรนไชส์ ให้ผู้อื่น เรียกว่าแฟรนไชซอร์ หรือกรณี 7-อีเลฟเว่น บริษัทซีพี ซื้อแฟรนไชส์มาจากต่างประเทศแล้วมาพัฒนาขายแฟรนไชส์ให้แก่รายย่อยอีกต่อหนึ่ง บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จึงมีฐานะเป็นแฟรนไชซอร์ คือเป็นผู้ขายแฟรนไชส์นั่นเอง

แฟรนไชซี (Franchisee) หมายถึง ผู้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจตามระบบที่เจ้าของสิทธิ ได้จัดเตรียมไว้ รวมทั้งได้ใช้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้าเดียวกัน โดยต้องจ่ายค่าตอบแทนในการใช้สิทธิอันนั้น รวมทั้งจ่ายค่าตอบแทนตามผลประกอบการด้วย

แฟรนไชฟี (Franchise Fees) หมายถึง ค่าตอบแทนที่เป็นจำนวนเงินที่แน่นอน จะจ่ายก่อนเริ่มดำเนินงาน หรือเรียกว่า ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ซึ่งถือว่าเป็นการจ่ายค่าสิทธิต่างๆ ให้กับบริษัทแม่

Initial Franchise Frees หรือ Entrance Fees หมายถึง ค่าสิทธิที่แฟรนไชซีจ่ายแก่แฟรนไชซอร์ เพื่อครอบคลุมความรู้ ความลับทางการค้า เครื่องหมายการค้า รวมถึงการอบรมบริการต่างๆ ที่ทางแฟรนไชซอร์ จัดให้แก่แฟรนไชซี โดยเฉพาะในช่วงแรกของการเปิดดำเนินการจนกระทั่งเกิดรายได้

รอยัลตี้ฟี (Royalty Fees) หมายถึง ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายอย่างต่อเนื่อง ตามสัดส่วนของผลการดำเนินงาน อาจจะเรียกเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อเดือน หรือต่อปี จากยอดขาย หรือบางทีอาจเก็บจากยอดสั่งซื้อสินค้าก็มี

ที่มา : http://smesmart.is.in.th/

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *