ทีมงาน Key Success ‘ฟิตเนส เฟิรส์ท’

ทีมงาน Key Success ‘ฟิตเนส เฟิรส์ท’

โดย บิสิเนสไทย [11-12-2007]

กระแสรักสุขภาพ ปูทางต่อท่อให้ธุรกิจ “ฟิตเนส” บูมต่อเนื่องนานกว่า 5 ปีในเมืองไทย รายใหญ่ แบรนด์เนมจากต่างชาติ 3 ค่ายดัง อย่าง California WOW กับ Fitness First และ Ture Fitness เป็นผู้เร่งเร้ากระแสนี้สู่กลุ่มคนเมือง
ส่วนศูนย์สุขภาพ (ยิม) ขนาดเล็กที่ให้บริการในย่านชุมชน คอยเก็บตก ลูกค้ารอบนอกเขตเมือง

กล่าวกันว่า ธีมคอนเซ็ปต์ “ออกกำลังกาย” ควบคู่ “เอ็นเทอร์เทนเม้นต์” กลายเป็น จุดขาย สร้างไฮไลต์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายอย่างมีสีสัน ทั้งสองตลาด

…และคงเป็นเรื่องยากที่จะประเมินว่า ใครมีส่วนแบ่งตลาดเท่าไร ซึ่งเป็นโอกาสอันดี สำหรับการเดินทางร่วมเปิดสาขาแห่งใหม่ แห่งที่ 15 ในประเทศไทย ของฟิตเนส เฟิรส์ท “ไมค์ บัลโฟร์” ผู้ก่อตั้งฟิตเนส เฟิรส์ท ‘ปลดล็อค’ ข้อสงสัยที่ว่า

ใครเป็นผู้นำ ธุรกิจฟิตเนส ในเมืองไทย รวมถึงเล่าแผนงานกับจังหวะก้าวเดิน ฟิตเนสเฟิรส์ท จากนี้อีก 3 ปีข้างหน้า ให้รู้อย่างละเอียด

“15 ปีที่ผ่านมา เรามีจำนวนสาขามากกว่า 550 แห่งทั่วโลก กับจำนวนสมาชิกกว่า 20 ล้านคน และในเมืองไทย เราถือว่า เราเป็นผู้นำ และไม่ว่าใครจะเทียบกันอย่างไร ผมเชื่อว่า เราคือ เบอร์ 1 ของโลก” ไมค์ กล่าว และขยายความว่า

ต้องวัดที่จำนวนสมาชิก หรือจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการเช่นกัน ทั่วโลกเราประสบความสำเร็จอย่างมาก และในไทยก็เช่นเดียวกัน แม้เราจะเข้ามาเปิดให้บริการหลังคู่แข่งอย่าง California WOW แต่หากมองเรื่องของจำนวนคลับ หรือ สาขาที่เปิดให้บริการ เราถือว่า เราแซงหน้าแล้ว

แน่นอนว่า การออกมาระบุ และฟันธงว่า ฟิตเนส เฟิรส์ท คือ ผู้นำ หลังปักธงในเมืองไทยช้ากว่า California WOW ห่างกันเพียงปีเศษ และต้องติดตามต่อว่า ปัจจัยใด คือ กุญแจผลักดันให้ฟิตเนส เฟิรส์ท เดินเร็วกว่าจังหวะคู่แข่ง

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในองค์กรแห่งนี้ ไมค์บอกว่า จังหวะก้าวเดินของธุกิจฟิตเนส ที่ต้องอาศัย พนักงาน หรือ ทีมงาน คอยเอาใจใส่ ลูกค้า ตลอดเวลา มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันในฟิตเนส เฟิรส์ท สาขาประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคคนไทยและลูกค้าต่างชาติอย่างรวดเร็ว รวมถึงหลักจริยธรรม เน้นการทำงานโปร่งใส เพื่อยืนระยะแบบยาวๆ

“หลักใหญ่ ผมว่า เราผสมผสานวัฒนธรรมคนท้องถิ่น ให้มีส่วนสำคัญกับงานบริหารและงานบริการเดินหน้าอย่างคล่องตัว การให้ความสำคัญเน้นไปยังทีมงาน (Staff) เป็นอันดับแรก ตามมาด้วย Serviceและ Profit คือหัวใจบริหารงานของเรา”

นั่นคือ สิ่งที่ “ไมค์ บัลโฟร์” ผู้ก่อตั้ง ฟิตเนสเฟิรส์ท บอกว่าเป็นวัฒนธรรมขององค์กรแห่งนี้ ซึ่งการให้น้ำหนักความสำคัญ เน้นที่ “คน” เป็นอันดับแรก ไมค์บอกว่า เป็นเพราะงานของเรา ต้องคอยเอาใจใส่ แนะนำการเล่นอุปกรณ์ออกกำลังกายแก่ลูกค้า จำเป็นต้องฝึกฝนพนักงาน ให้มีคุณภาพระดับโลก

ไม่เพียงแต่พนักงานในเมืองไทย จะถูกคาดหวังให้เป็น เทรนเนอร์ที่ดี พนักงานจากประเทศอื่นๆ หรือจากมุมอื่นๆ ทั่วโลก จะต้องเป็นมืออาชีพที่ดีที่สุดเช่นกัน

“นโยบายให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก เรื่องแรก แต่ละปีจะมีการส่งพนักงานของแต่ละประเทศเข้าอบรม และเทรนนิ่ง เพื่อฝึกฝน ทักษะให้พนักงานของเรา ทำงานแบบมืออาชีพ เน้นคุณภาพระดับโลก จึงไม่แปลกที่จะเห็น Staff คนไทยด้วยเช่นกัน”

หัวใจการดำเนินุรกิจบริการ ไมค์บอกว่า การบริหารจัดการ คน ให้ดี และมี หัวใจ พร้อมสำหรับงานบริการที่ดี ที่สุด เป็นเรื่องยากมาก ต่างจากเทคโนโลยี มันเรียนรู้กันได้ แต่ถ้าไม่มีคน หรือ คนให้บริการไม่ดีพอ งานที่มีประสิทธิภาพมันจะเกิดขึ้นมาไม่ได้

ทีมงาน จึงเป็น “คีย์เวิร์ด” ของเรา และถือว่า มันคือ Assest ที่มีค่าที่สุด

“การทุ่มงบประมาณราว 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 350 ล้านบาท ต่อปี เพื่อส่งพนักงานไปเทรนนิ่ง ดูงานและเรียนรู้เทคโนโลยี ใหม่ๆ เพราะเรามุ่งมั่นจะสร้างคน (Human) ให้เป็นคนที่มีคุณภาพสูงสุด”ไมค์บอก

ทั้งนี้ การให้ความสำคัญต่อพนักงาน เพื่อให้คนทำงาน “พร้อม” ปฏิบัติงานให้ดีและเป็นไปด้วยความกระตือรือร้นจะต้องเดินหน้าครู่กับแผนการขยายงานด้วย เพราะนั่นทำให้จังหวะก้าวเดินเป็นไปอย่างมั่นคง

ขยายสาขา รับกำลังซื้อเพิ่ม

ในส่วนแผนงานขยายสาขา คือ อีกหนึ่งภารกิจที่ไมค์ และตัวแทนสาขาทั่วโลก วางเป้าหมายเดินหน้าขยายสาขาปีละ 2-3 แห่งทั่วโลก ประเทศไทย คือ แผนงานที่วางไว้เช่นกัน เพราะหากมองเรื่องการขยายสาขา หรือ คลับเพิ่มขึ้น รองรับกระแสคนรักสุขภาพ จะเห็นว่า ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

“ในปี 2551 เราจะเดินกลยุทธ์เชิงรุก งบกว่า 250 ล้านบาทจะใช้เปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง จะเปิดให้บริการแบบ Stand Alone ส่วนอีก 1 แห่ง จะเน้นเจาะลูกค้าระดับบน เพื่อรับเทรนด์สุขภาพและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่า โอกาสเติบโตจะมีต่อเนื่อง”นายมาร์ค บูคานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย จำกัด กล่าว

รูปแบบสาขา ที่เป็นสแตนอะโลน (Stand Alone) แห่งแรกในประเทศไทย ที่โฮมโปร ถนนเพชรเกษม ซอย 102-104 หากมองในเชิงกลยุทธ์การตลาด ถือเป็นการ Down Size ของตัวผู้ให้บริการลง เนื่องจากพื้นทีจำกัดแค่ 1,000 ตารางเมตร ลดลงจากเดิมที่เน้นเปิดให้บริการตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ (Shopping Mall) บนพื้นที่เฉลี่ย 3,000 ตารางเมตร และใช้เงินลงทุนสูงมาก

ผู้บริหาร บอกว่า เป็นการเชื่อมโลเกชันให้สอดคล้องกับสาขาเดิมอยู่แล้ว เสมือนว่า การขยายสาขาทำในรูปแบบเครือข่ายใยแมงมุม บางครั้งไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงมาก เพียงแค่ปักธงทำเลทอง รายล้อมด้วยคลับขนาดย่อม เพื่อความสะดวกสูงสุดของสมาชิก ต่อการเดินทางยามร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย แต่เพียบพร้อมด้วยทีมบุคลากร และคุณภาพมาตรฐานระดับโลก เช่นเดียวกับสาขาใหญ่ๆ ที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว

ในส่วนรูปแบบ แพลตตินั่ม จะเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ ที่ทางฟิตเนส เฟิรส์ท วางเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ โดยไฮไลต์ นอกจากอุปกรณ์ออกกำลังกายระดับโลก รวมถึงพนักงานที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

ความเป็นส่วนตัว ในห้องน้ำ อาทิเช่น เสื้อผ้า เครื่องหุ่งห่ม ที่ลูกค้าต้องนำมาเอง สำหรับลูกค้าระดับ Excusive Primiem ลูกค้าไม่ต้องนำติดตัวมา หรือบริการส่วนตัวภายในห้องน้ำ ‘เฉพาะคน’ จะเป็นในลักษณะดีเลิศ เท่านั้น

ส่วนแผนในระยะยาว มาร์ค บอกว่า ความมุ่งมั่นสร้างโอกาสเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจนี้ จะยังเดินหน้าเติบโตต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง นั่นเป็นเพราะว่า เทรนด์กระแสรักษาสุขภาพคนทั่วโลก หันมาใส่ใจมากกว่าเดิมมาก และประเทศไทย ก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย

เพราะหากดูอัตราเติบโตในเมืองไทย แม้จะเปิดดำเนินกิจการเพียง 6 ปี แต่จำนวนสมาชิกตอนนี้มีมากกว่า 45,000 คน และถือเป็นตัวเลขการสร้างรายได้ ร้อยละ 3 เท่านั้น หากเทียบกับประเทศอังกฤษ ที่มีจำนวนคลับ หรือ สาขา มากถึง 170 แห่ง จำนวนสมาชิกมากถึง 500,000 คน

ตัวเลขการเติบโต จำนวนสมาชิกว่า 38,000 เมื่อปลายปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 45,000 คน ในปี 2550 และคาดว่า ปี 2551 จำนวนสมาชิกจะเพิ่มเป็น 50,000 คน น่าจะเป็นการมองข้ามช็อตของทีมการตลาด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย ที่ยังมีความเชื่อว่าและมองในทิศทางที่เป็นบวกว่า

“โอกาสยังเปิดกว้างอยู่มาก สำหรับเทรนด์สุขภาพในเมืองไทย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *