ทำไมต้องทำตัวให้สนุกกับงานที่ทำ

ทำไมต้องทำตัวให้สนุกกับงานที่ทำ
จากความเป็นจริงว่าคนเราต้องทำงาน และจากความจริงอีกว่าคนเราก็อยากมีความสุข ดังนั้นก็อยู่ที่ว่าเราจะเลือกว่า “ทำงานด้วยความกล้ำกลืนฝืนทน แล้วสักวันหนึ่งชีวิตนี้จะมีความ สุข” หรือมีความสุขขณะที่ทำงานไปเสียเลยโดยไม่ต้องรอว่าจะมีความสุขในอนาคต การที่ทำ ตัวให้มีความสุขนั้นมันอยู่ที่การเลือกว่าจะมีความสุข หรือจะทำให้ชีวิตมีความทุกข์ เพราะ… “ทุกข์สุขอยู่ที่ใจไม่ใช่หรือ ถ้าใจถือก็เป็นทุกข์ ไม่สุขใส หากไม่ถือ ก็เป็นสุขไม่ทุกข์ใจ เราอยากได้ความสุขหรือทุกข์เอย ”
1. เราเลือกที่จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขได้ อย่างในโฆษณาทีวี ที่ว่าขอให้มีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ น้อยที่ผ่านเข้ามาให้ชีวิต เช่น เมื่อเราขับรถไปซื้อของตาม Super Market ก็เข้าไปในที่จอดรถ แต่วนอยู่ 2 รอบแล้วก็ไม่มีแวว พอดีที่ตาเหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งกำลังถอยหลังออกจากลานจอดรถพอดี เพื่อนในรถรีบตาลีตาเหลือกออกมาจองที่จอดรถแล้วก็ทำทางเหมือนกับได้ถูกหวยรางวัลที่ 1 จึงจะเห็นได้ว่าเราสามารถมีความสุขได้แค่หาที่จอดรถได้ ในขณะที่เรากำลังจะหมดหวังก็มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น หรือ กรณีที่มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งทานข้าวแล้วสั่งกุ้งอบวุ้นเส้น ไม่นานนักก็มีบ๋อยนำมาเสริฟให้ เมื่อมองลงไปในภาชนะที่บ๋อยยกมา ก็เห็นกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่ สีส้ม..ตัวใหญ่ดูน่ากิน วางอยู่ข้างบน 1 ตัว…แต่ฝ่ายชายก็ทำท่าเสียใจ เพราะมีแค่ตัวเดียวก็ต้องให้ผู้หญิงไป และเมื่อทานไปเรื่อย ๆ จนเกือบจะหมด ก็พบว่าที่ก้นภาชนะมีกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่อีก 1 ตัว ทำให้ชายคนนั้นดีใจจนน้ำตาไหลพราก ๆ ซึ่งโฆษณาพูดตามตรงแล้วอาจจะเว่อร์ไปแต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่ให้คนดูคิดตามว่า เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นมาให้ชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์
2. การมองชีวิตให้ความสุขให้มองขณะที่ทำงานวันนี้ อย่ามองความสุขในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง มีคนเล่ากันต่อ ๆ มาว่า เช้าวันหนึ่งริมทะเลสาบ มีชาวบ้านที่กำลังนั่งตกปลาอยู่คนเดียว จากนั้นก็มีคนในเมืองมาถามคนตกปลาว่า”ทำไมใช้คัน เบ็ดคันเดียวละ น่าจะใช้หลายๆคัน จะได้ปลามากขึ้นและเร็วขึ้น” คนตกปลาถามว่า “เมื่อได้ปลามากขึ้นและเร็วขึ้นแล้วอย่างไรละ” คนในเมืองก็ตอบว่า “เอ้าก็อดทนทำ อย่างนี้สักพักหนึ่ง ขายปลาเก็บเงินไว้ เอาเงินไปซื้อแห มาทอดแหหาปลาให้ได้เยอะ ขึ้นอีก” คนตกปลาก็ถามต่อว่า “เมื่อได้ปลาเยอะจากการทอดแห แล้วอย่างไรอีกละ”คน ในเมืองก็ตอบว่า”เอ้าก็เก็บเงินไว้ซิพอมีเงินเยอะๆก็ไปซื้อเรื้อประมงมาลงอวนจะได้ปลา เยอะขึ้นไปอีกไง” คนตกปลาก็ถามต่อว่า”เมื่อได้ปลาเยอะๆจากการลงอวนแล้วอย่างไร อีกละ” คนในเมืองก็ตอบว่า “เอ้า..ถึงตอนนั้นหรือ ก็หยุดทำงานซี ให้คนเช่าเรือไปแล้วเราก็จะได้นั่งพักผ่อนอย่างมีความสุขเสียทีไง”คนตกปลาก็ตอบไปว่า”ทำไมต้องรอถึง ตอนนั้นละ ในเมื่อตอนนี้ผมก็นั่งพักผ่อนอย่างมีความสุขอยู่นี่ไง” นิทานเรื่องนี้พอจะชี้ ให้เห็นว่าการ”ทำงานเพื่อหวังว่าชีวิตจะมีความสุขในอนาคตกับการทำงานอย่างมีความสุข ในปัจจุบันอะไรจะได้มากกว่าจะได้เร็วกว่า”
3. ทำงานอย่างไรก็ได้เงิน ข้อนี้จะพูดว่าถึงทำงานอย่างเซ็งๆ สิ้นเดือนก็ได้เงิน หรือ ทำงานอย่างมีความสุขใจ สิ้นเดือนก็ได้เงิน แต่วิธีการหลัง น่าจะได้มากว่า เพราะได้เงินด้วย และได้ความสุขด้วย คนที่ทำงานอย่างเซ็งๆนั้นจะเป็นอย่างไร เมื่อทำงานอย่างเซ็งๆ ผลงานก็ออกมาไม่ดี เมื่อผลงานออกมาไม่ดีก็ถูกเจ้านายต่อว่า ก็เกิดความรู้สึกเซ็ง ก็เลยทำ งานอย่างเซ็งๆมากขึ้นไปอีก ผลงานก็แย่ไปอีก เจ้านายก็ต่อว่าหนักขึ้นอีก จะยิ่งทั้งเซ็ง ทั้งเบื่อ และก็หงุดหงิดตามมา
4. เมื่อต้องทำงานนี้ก็ต้องทำอย่างมีความสุข เคยถามผู้เข้าอบรมว่า “ท่านทำงาน นี่เคยรู้สึกเบื่อไหม” คำตอบส่วนใหญ่บอกว่ามี หรือมีบ่อย เมื่อถามสาเหตุของการเบื่อก็ได้รับ คำตอบออกมามากมายแบบไม่น่าเชื่อ คือมีสาเหตุเยอะจริงๆที่ทำให้ การทำงานน่าเบื่อ ก็เลยถามต่อไปว่า “ถ้าอย่างนั้นลาออกจากงานเสียดีไหม” ปรากฏว่าไม่มี ใครจะลาออก ทำไมละ ทำไมไม่ลาออกละในเมื่อมีสาเหตุให้เกิดความเซ็งมากมายอย่างนี้ ก็ อีกแหละ มีเหตุผลอีกมากมายที่ลาออกไม่ได้ หรือไม่อยากลาออก สรุปว่าอยู่ต่อใช่ไหม ในเมื่อตระหนักว่าต้องอยู่ต่อ ก็แปลว่าเรามีอยู่ 2 ทางเลือกคืออยู่อย่างเซ็งๆหรืออยู่อย่าง(พอจะ) มีความสุข
5. ทำงานอย่างมีความสุขเพื่อใคร ถ้าบอกว่าเพื่อบริษัทนะ เห็นทีจะยาก หากบอกว่าพบลูกค้าจะต้องยิ้มแย้มแจ่มใส ก็ยิ่งยาก ยิ่งเป็น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเงินๆทองๆ ละก้อ จะได้รับคำตอบมาว่า “มัวแต่ยิ้มซี เดี๋ยวให้เงินลูกค้า เกินไป แล้วใครจะจ่ายละ” หรือได้รับคำตอบว่า “ยิ้มมากนักหรือ ก็ทำงานหนักคนเดียว เพราะ ลูกค้าเห็นว่าเราใจดีก็เลยแห่กันมาที่เคาเตอร์เรา”เป็นอย่างนั้นไป ด้วยปัจจัยหลายอย่าง รวม ทั้งการบริหารงานภายในของบางหน่วยงาน ทำให้คนไม่อยากยิ้ม ทำงานสักแต่ให้ผ่านไปวันๆ พอเดินออกจากบริษัทในตอนเย็น ก็อุทานด้วยความลิงโลดใจว่า “เอ้อ..ผ่านไปอีกวัน” ใน สภาพการณ์เช่นนี้คงต้องบอกให้เห็นถึงความเป็นจริงว่า “ยิ้มเข้าไว้นะ จะได้ไม่แก่เร็ว หน้าตา จะไม่เหี่ยวหย่น ท้องจะไม่อืด…” แปลว่าสอนให้ยิ้มเพื่อตนเอง ให้ทำงานอย่างมีความสุขเพื่อ ตนเอง สอนอย่างนี้น่าฟังขึ้นเยอะ และน่าจะทำ เพราะทำเพื่อตนเอง แต่จะเห็นได้ว่าขณะที่ยิ้มแย้ม เพื่อให้ตนเองมีความสุขระหว่างทำงานนั้น บริษัทก็ได้ประโยชน์ไปด้วย..
พนักงานจะทำงานอย่างมีความสุขหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่ง อยู่ที่พฤติกรรมในการปกครองลูกน้องของหัวหน้างานด้วย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *