ทำไมต้องกลัวการเปลี่ยนแปลง

ทำไมต้องกลัวการเปลี่ยนแปลง

ขอให้คุณจินตนาการว่าคุณกำลังจะก้าวออกจากบริษัทแห่งหนึ่งที่คุณทำงานมานานมากประมาณเกือบ 10 ปี หรือวันดีคืนดีบริษัทคุณถูกสั่งปิดกิจการเนื่องจากมีหนี้สินมากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเวลาที่กำหนด หรือเกิดบริษัทแจ้งว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน หากใครมีผลงานไม่ดีหรือไม่เป็นไปตามที่ต้องการ พนักงานจะไม่ได้รับการปรับเงินเดือนหรือไม่ได้โบนัสอย่างที่เคยได้ทุกที เมื่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร

จะมีสักกี่คนที่รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะพวกเค้าทำใจได้ และเตรียมความพร้อมไว้เสมอแล้วกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่มีความรู้สึกเศร้าใจ สลดหดหู่ ยังทำใจไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลง หรือที่เรียกว่ากลัวการเปลี่ยนแปลง และเหตุที่คุณมีความรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป เนื่องจาก

ความเคยชินหรือคุ้นเคย – คุณจะรู้สึกคุ้นเคยกับสถานการณ์หรือสิ่งที่พบเจอเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมในการทำงาน หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ลูกค้า หรือแม้แต่ลักษณะงานที่คุณทำเป็นปกติประจำวัน ซึ่งความเคยชินที่อยู่ในตัวคุณจะทำให้คุณไม่พร้อมและไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

การดูถูกความสามารถของตนเอง – เป็นความคิดที่ทำร้ายตัวเองอย่างมาก ซึ่งเป็นการมองตัวคุณเองกับขอบเขตหรือลักษณะงานที่หัวหน้างานมอบหมายให้ทำ เพราะคิดว่าตัวคุณเองขาดความรู้ ทักษะ และความสามารถในการทำงาน ซึ่งความคิดนี้จะปิดกลั้นหรือเป็นอุปสรรคให้คุณไม่แสวงหาหนทางที่จะเรียนรู้และเพิ่มพูนความประสบการณ์ใหม่ ๆ เลย

ความกลัวที่จะต้องทำงานหนักขึ้น – บางคนคิดไปว่าอายุก็เท่านี้แล้ว จะต้องไปหาเรื่องเหนื่อยทำไมที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหน้าที่งานหรือเปลี่ยนบริษัท คิดว่าอยู่อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว เป็นพวกที่ไม่หวังความก้าวหน้าในการทำงาน ชอบอยู่ไปวัน ๆ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

ความวิตกกังวลถึงอนาคตมากเกินไป – เป็นพวกที่กลัวปัญหาหรืออุปสรรคที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง วิตกจริตเกินไป คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าถ้าทำสิ่งนี้ไปแล้ว ผลเสียหายอะไรจะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งเป็นความคิดเชิงลบทั้งสิ้น เช่น ถ้าย้ายที่ทำงาน กลัวว่าจะปรับตัวกับหัวหน้างานใหม่ไม่ได้ หรือถ้าได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการ กลัวว่าจะไม่สามารถคุมลูกน้องที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันได้

คุณรู้ไหมว่าความกลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี ซึ่งจะส่งผลในทางลบต่อการดำเนินชีวิตของตัวคุณ และจะส่งผลต่อไปยังการสร้างพฤติกรรมหรือนิสัยที่ไม่ดีให้กับตัวคุณเอง เป็นพวกที่ชอบต่อต้านการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ยอมให้ความร่วมมือในกิจกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นภายในบริษัท ทั้งนี้ดิฉันขอสรุปผลเสียที่เกิดขึ้นจากความกลัวการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

สร้างความรู้สึกของความเบื่อหน่ายในชีวิต เพราะทุกอย่างดูเหมือนเดิมไปหมด — ตื่นขึ้นมา แต่งตัว ทานอาหารเช้า ไปทำงาน และทำงานในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ – ตกเย็นกลับบ้าน ทานอาหารเย็น ดูทีวี อ่านหนังสือ และเข้านอน
ไม่มีการพัฒนาและปรับปรุงความสามารถ ( Competency) และความศักยภาพในการทำงาน ( Potential) ของตนเอง
ปิดโอกาสในการสร้างเครือข่าย ( Networking) จากการมีเพื่อนใหม่ทั้งที่อยู่ในสายวิชาชีพเดียวกับคุณ หรือที่มีสายวิชาชีพที่แตกต่างจากคุณ
ทำให้คุณมีวิสัยทัศน์ ( Vision) ที่แคบ เพราะรู้อยู่แค่นี้ มุมมองหรือการรับรู้ของคุณไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยตามอายุตัวที่เพิ่มขึ้น
ขาดทักษะของความเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำของชีวิตคุณเอง หรือนำชีวิตคนอื่นที่เรียกว่า “ หัวหน้า ” ความกลัวทำให้คุณไม่กล้าตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่คุณเองไม่เคยทำมาก่อน ไม่พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้กับลูกน้องของคุณเอง เหตุเพราะกลัวความผิดพลาดจากการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้น
ปิดกลั้นการเพิ่มมูลค่า ( Value) ในการทำงานของคุณเอง ความรู้ ทักษะ และความชำนาญในการทำงานไม่ได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตามคุณก็ยังมีความสามารถในการทำงานเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน
รายได้หรือผลตอบแทนที่ได้รับคงที่ เนื่องจากความสามารถคุณมีเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และแน่นอนว่าเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือรายได้ต่าง ๆ ก็ควรจะเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน
ดังนั้นความกลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ก็ตามนั้นย่อมไม่เกิดผลดีแก่ตัวคุณเองอย่างแน่นอน หากคุณพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองจาก “ ความกลัวการเปลี่ยนแปลง ” เป็น “ ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ” แล้วล่ะก็ ขอให้คุณปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

Awareness – การตระหนักในตัวคุณเอง
คุณควรเริ่มถามตัวเองว่า คุณกลัวอะไร ( W hat) คุณกลัวใคร ( W ho) สิ่งที่คุณกลัวเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่ ( W here and W hen) ทำไมคุณถึงกลัว ( W hy) และทำอย่างไรคุณจะไม่กลัว ( H ow)

Commitment – การตกลงกับตัวเอง
คุณต้องสร้างข้อตกลงกับตัวเองก่อนว่าคุณจะต้องกล้าและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ ๆ โดยการพูดกับตัวเองในทางบวก ( Positive Self-Talk) เพื่อเสริมสร้างให้คุณมีกำลังใจและเป็นพลังผลักดันให้คุณไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ซึ่งคำพูดที่คุณสามารถพูดกับตัวเองในทางบวก เช่น “ ฉันชอบความท้าทายของชีวิต ” หรือ “ ฉันต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ” หรือ “ การเปลี่ยนแปลงทำให้ชีวิตฉันดีขึ้น ” หรือ “ ฉันอยากมีรายได้ให้มากขึ้น ฉันจึงต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ” เป็นต้น

Implementation – การลงมือปฏิบัติทันที
เมื่อคุณตระหนักรู้ตัวเองว่าอะไร ใคร ทำไม ที่ไหน ทำไมคุณจะต้องกลัว โดยการสร้างข้อตกลงว่าคุณจะไม่กลัวสิ่งนั้นอีกต่อไป โดยการบอกตัวเองอยู่เสมอ หลังจากนั้นคุณจะต้อแสดงพฤติกรรมที่สะท้อนว่าคุณไม่กลัวการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนั้น ๆ เช่น หากหัวหน้างานบอกว่าจะให้คุณเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย โดยต้องรับผิดชอบยอดขายประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี คุณต้องแสดงพฤติกรรมให้หัวหน้ารับรู้ว่าคุณพร้อมที่จะรับตำแหน่งงานใหม่ คุณอาจจะพูดกับหัวหน้างาน “ สบายมากครับ ผมทำได้ และพร้อมเสมอที่จะรับงานใหม่นี้ ”

ความกลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ทำให้ชีวิตการทำงานของคุณดีขึ้นเลย ซ้ำร้ายยังส่งผลเสียต่อคุณอีก เพราะจะทำให้คุณเป็นพวกวิตกจริต เกิดความเครียด และไม่กล้าที่จะพัฒนาและปรับตัวเอง มีหลายต่อหลายคนที่ชีวิตแปรเปลี่ยนไปจากคนไม่มีเงิน ฐานะยากจนแบบอดมื้อกินมื้อ มาเป็นคนที่มีชื่อเสียง เป็นนักธุรกิจ หรือนักพูดระดับชั้นแนวหน้า นั่นก็เพราะว่าพวกเค้าไม่มีคำว่า “ กลัวการเปลี่ยนแปลง ” อยู่ในความคิดของพวกเค้าเลย

ที่มา : อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *