ทักษะผู้บริหาร (3)

การพัฒนาตนเอง
การพัฒนาตนเองของเรา เป็นไปในทางสร้างสรรค์ เราควรสร้างความก้าวหน้าด้วยความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เห็นประโยชน์ของผู้อื่นก่อนประโยชน์ส่วนตน เมื่อเป็นผู้บังคับบัญชา ต้องมีศีลธรรมในการปกครอง ไม่ทำตัวเป็นนายที่กดขี่ขมเหงลูกน้อง ต้องมีความยุติธรรมในการดูแลผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และควรถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ก้าวหน้าดีกว่าตน ซึ่งถ้าผู้บริหารทำได้ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้บริหารจะเป็นคนที่มีคุณค่าทั้งต่อตนเองและต่อส่วนรวม
การเรียนรู้
การเรียนรู้เป็นกลยุทธ์สำคัญและจำเป็นต่อการบริหารองค์กรยุคใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทางมนุษย์ให้มีความเชี่ยวชาญ (Competency) และมีความเป็นมืออาชีพ (Professional) อย่างแท้จริงด้วยการมุ่งเน้นให้ทุกคนมีการพัฒนาตนเอง โดยมีการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและประสบการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องด้วยกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การพัฒนา IQ EQ และ AQ เพื่อความสำเร็จในการบริหาร
ผู้บริหารที่ต้องการพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จในชีวิตควรให้ความสำคัญแก่การพัฒนา IQ EQ และ AQ ให้ผสมกลมกลืนไปพร้อม ๆ กันทั้ง 3 ด้าน
1. การมีสติ สติเป็นเครื่องกำกับและยับยั้งจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน ทำให้สามารถควบคุมตนเองได้อย่างดี จึงเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง
2. การทำสมาธิ ได้แก่การกำหนดจิตใจให้นิ่งจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เอาจิตจดจ่อกับลมหายใจ ตามดูการหายใจ รับรู้แต่ลมหายใจเข้า – ออก จิตจะนิ่งสงบ
3. การปล่อยวาง ได้แก่ การไม่ยึดมั่นถือมั่นให้เป็นทุกข์ ไม่หมกมุ่นกับอดีตที่ผ่านมา และไม่กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เป็นการทำให้ตนเองพ้นจากความรู้สึกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าชอบใจหรือไม่ชอบใจ จะได้ไม่ปล่อยจิตให้หลงไปตามกระแสแห่งกิเลสอันจะเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ซึ่งผลดีของการปล่อยวาง
แนวทาการพัฒนามนุษย์สู่คุณธรรมและจริยธรรม (MQ)
แนวทางการพัฒนามนุษย์สู่คุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญ ได้แก่การสร้างจิตวิญญาณ แห่งความดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจ และดำรงรักษาความดีงามนั้น เอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไปจนเป็นธรรมชาตินิสัย โดยการเป็นผู้ที่สามารถเดือนตนเองหรือสอนใจตนเองให้อดทน อดกลั้น และมีความเพียรพยายามมุ่งมั่นทำความดีต่อไป การทำความดีจึงเปรียบเสมือนเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการฝึกตนเองให้พร้อมที่จะเป็นคนดีนั่นเอง
การคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking)
ผู้บริหารยุคใหม่ควรให้ความสำคัญกับการคิดเชิงระบบ เพราะการคิดอย่างเป็นระบบจะนำไปสู่การทำงานอย่างเป็นระบบซึ่งจะเป็นผลดีต่อการบริหารงานเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระบบเป็นรากฐานของประสิทธิภาพที่นอกจากช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กรแล้วยังช่วยเพิ่มความสามรถให้แก่ผู้บริหารอีกด้วยทำให้ผู้บริหารนั้นเป็นผู้บริหารยุคใหม่ที่ชาญฉลาด (Smart Reader) จึงมีการ “Work smart, but not work hard!”

ความคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)
ในการสร้างความคิดสร้างสรรค์ ข้อควรคำนึงถึงอีกประการหนึ่งก็คือ ควรเป็นการสร้างความคิดจากจิตที่สงบไม่วอกแวกเพราะจะทำให้สามารถระดมความคิด เพื่อนำมาใช้ในการสร้างจินตนาการและวาดโครงร่าง ถึงสิ่งที่เราคิดไว้ในใจให้เป็นรูปธรรม เพื่อจะได้นำมาดำเนินการให้เป็นไปตามที่คิดไว้ได้มากยิ่งขึ้น

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *