ต้นกล้าแห่งการเรียนรู้

ต้นกล้าแห่งการเรียนรู้

โดย แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ [11-12-2007]

เปิดประเด็นเรื่องขีดจำกัดของการเรียนรู้เอาไว้ใน “บิสิเนสไทย” ฉบับที่แล้ว โดยผมยกเอาข้อจำกัดที่อาจทำให้การเรียนรู้ของเราต้องสะดุดไปเสียง่ายๆ 3 ข้อคือ ต้องมีฝัน มีความพยายาม และต้องพยายามทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้
วันนี้จะขอต่อในข้อที่สี่ คือต้องรู้จักการคิดเพื่อวิเคราะห์ ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากเพราะบ้านเราถูกสอนให้เชื่อฟังคนอื่นเป็นหลัก ซึ่งทุกวันนี้เราจะเจอปัญหาที่เด็กรุ่นใหม่เชื่อถือในทุกสิ่งที่ได้รู้มาจากแหล่งต่างๆ ทั้งสื่อมวลชนหรือเพื่อนฝูง โดยไม่ค่อยได้สนใจตรวจสอบที่มาของแต่ละข่าวกันสักเท่าไหร่

บ่อยครั้งที่เราเห็นคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย ก็เชื่อเขาแล้ว โดยคิดว่าเขารวยเขาก็ต้องเก่ง ไม่ได้ดูต่อไปว่าความสำเร็จ ความร่ำรวยนั้นมาจากไหน มาจากสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ จึงไม่ค่อยจะถูกต้องนัก สิ่งที่ต้องเรียนรู้ คือต้องเรียนรู้ความคิดของตัวเราที่เป็นอิสระ ไม่ถูกชี้ชวนด้วยสื่อต่างๆโดยไม่ตรวจสอบ

ข้อห้าต้องเรียนรู้ที่จะสร้างสรรค์ตัวเอง เพราะการจะสร้างสรรค์จะช่วยผสมผสานสิ่งที่มีอยู่ในตัวเราทั้ง อดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยอาศัยความเข้าใจที่ถ่องแท้ ความขยันหมั่นเพียรเรียนรู้ และความคิดที่อิสระ ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้จะผสมผสานกันจนเกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมา

ข้อหกต้องรู้จักเรียนรู้ภาษาเพิ่มเติม นอกเหนือจากภาษาแม่ของเรา คือภาษาไทย เพราะโลกเล็กลง จนทำให้การค้า การเมืองไร้พรมแดน ต้องมีภาษาที่ 2 หรือ3 ที่ต้องเรียนรู้ เช่นภาษาจีน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ โดยภาษาจีนและภาษาอังกฤษที่น่าจะเรียนขนานกันไป

ต้องยอมรับว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าคาดว่า ศูนย์กลางของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะศูนย์กลางทางการเงินของ จีนจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งประเทศนี้จะมีอนาคตมาก และภาษาเป็นสิ่งพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราสื่อสารกับเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาถึงข้อสุดท้าย ต้องรู้จักเปิดโลกกว้าง เพราะลำพังแค่ในบ้านเรา หรือแค่อาเซียนนี้ก็ถือว่าแคบมากเกินไปเแล้วเพราะอีกไม่กี่ปีตลาดการค้าเสรีของอาเซียนก็จะมีความชัดเจนขึ้น และทำให้เรามีอำนาจต่อรองกับกระเทศอื่นมากยิ่งขึ้น

เราจึงต้องเรียนรู้ว่าอาเซียนมีความแตกต่างที่มีความเหมือนอะไรบ้าง และความเหมือนที่แตกต่างมีอะไรบ้าง และรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนกลุ่ม EU เรียนรู้ซึ่งกันและกันและรวมเป็นพลัง แต่ทั้งนี้อาเซียนก็ยังไม่พอเพราะเศรษฐกิจของโลกในอนาคตจะเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ

เด็กๆ ในอนาคตต้องมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำ เจ้าของกิจการ เจ้าของประเทศ วันนี้ต้องเรียนรู้ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ไม่ใช่แค่อาเซียน แต่ต้องเรียนรู้ทั้งโลก และไม่ใช่แค่รู้ภาษาของเขา แต่ต้องรวมถึงชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ฯลฯ เพื่อให้รู้จักเขาให้ได้มากที่สุด

เรื่องราวเหล่านี้เป็นรากของต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ใหญ่ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นมาในวันเดียว แต่ต้องใช้เวลานับ 100 ปี การสร้างคนจึงเหมือนปลูกต้นไม้ เพียงแต่ไม่ต้องรอถึง 100 ปี ขอแค่มีใจที่จะสร้างจึงสร้างคนที่มีคุณภาพให้สังคมได้

บทบาทของนักธุรกิจ และนักการตลาดในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลกำไร หรือการเติบโตของธุรกิจเท่านั้น เพราะหากพื้นฐานที่สำคัญที่สุดยังคงมีปัญหาอยู่ โอกาสที่เราจะเติบโตไปถึงฝั่งฝันได้ก็คงจะเป็นเรื่องยากครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *