“ตู้ยาเคลื่อนที่ เพื่อคนชรา”

“ตู้ยาเคลื่อนที่ เพื่อคนชรา”
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
เติมเต็มสุขภาพ…สูงอายุไทย

“ร่วงโรยสู่วัยชรา” ใช่หมายความว่าต้องตกเป็นภาระครอบครัว ชุมชน สังคมเสมอไป

ถ้าผู้สูงวัยสามารถรวมตัวกันขับเคลื่อนความงามความดี ที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ ดังเครือข่ายผู้สูงอายุ หมู่ 6 บ้านสารภี ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ที่แม้จะทุรกันดารห่างไกลความเจริญทางวัตถุในตัวเมืองมากถึง 125 กิโลเมตร แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนเฒ่าคนแก่ที่ส่วนใหญ่ฐานะยากจนข้นแค้นและถูกโรคร้ายรุมเร้า ไร้พลังใจในการใช้ชีวิต เนื่องจากสุขภาพย่ำแย่แต่อย่างใด

ด้วยโรคร้ายแรงที่เกินกำลังของแผนพัฒนางานด้านสาธารณสุข อย่างความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ที่ผู้สูงวัย ต.วังทอง ทั้งหมด 659 คน ป่วยสูงถึง 265 คน (40.21%) และ 65 คน (9.86%) ตามลำดับดังรายงานปัญหาด้านสุขภาพของศูนย์สุขภาพชุมชน ต.วังทอง ปี 2550 รวมถึงอาการเจ็บป่วยของคนแก่ เช่น ข้อและกระดูกเสื่อม สายตาฝ้าฟาง หูตึง และทุพพลภาพพิการที่มาพร้อมกับวิกฤติทางใจ ค่อยๆ คลี่คลายขึ้นมากจากการค้นหาสาเหตุร่วมกัน ระหว่างเครือข่ายผู้สูงอายุ ต.วังทองกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

ปัญญา เมืองมอง ประธานเครือข่ายผู้สูงอายุ ต.วังทอง เล่าว่า หลังร่วมกันวิเคราะห์จนค้นพบพฤติกรรมการบริโภคไม่ถูกต้อง ดูแลตนเองด้วยความเชื่อผิดๆ ขาดการรับยาต่อเนื่องเมื่อเจ็บป่วยเรื้อรัง ขาดการบริหารร่างกายถูกวิธี และภาวะเครียดสูงด้วยคิดว่าตนเองเป็นภาระ แถมถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังหลังลูกหลานดิ้นรนไปทำงานเมืองหลวง

รวมทั้งสิ่งแวดล้อมเสื่อมทรุดจากการใช้สารเคมีทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งเป็น 2 ปัจจัยหลักทำลายสุขภาวะผู้สูงวัยอย่างยาวนานนั้น ก็ได้ร่วมกันผลักดันนวัตกรรม “โครงการตู้ยาเคลื่อนที่เพื่อคนชรา” โดยการสนับสนุนของสำนักสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขึ้นมาแก้วิกฤติดังกล่าว

แนวทางร่วมกันดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรมรถตู้ยาเคลื่อนที่เพื่อคนชรานี้ นอกจากตัวรถตู้ยาจะประกอบด้วยผู้นำชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หมออนามัย พระสงฆ์ เยาวชน หมอเมือง และผู้สูงอายุ ที่เป็นแก่นแกนสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนอยู่แล้ว ยังได้กิจกรรม “4 วงล้อหมุนสุขพ้นทุกข์” ขับเคลื่อนชีวิตไม้ใกล้ฝั่งจนพ้นตลิ่งเจ็บป่วย ด้วยความรักความห่วงใยยั่งยืนระหว่างกัน

ปัญญาอธิบายว่า วงล้อแรกจะหมุนเรื่องความสมัครสมานสามัคคี ของเครือข่ายผู้สูงวัยที่ผลิบานจากการรวมตัวกัน ด้วยความสมัครใจของคนแก่ทั้ง 9 หมู่บ้านใน ต.วังทอง ผ่านการจัดทำแฟ้มประวัติผู้สูงอายุทุกคน สำหรับแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้จักกันมากขึ้น จะได้ไม่เดียวดายดังเดิม ก่อนจะเร่งเร็วข้ามความทุกข์ยากจากวงล้อที่ 2 “เพื่อนห่วงเพื่อน” กับกิจกรรมเยี่ยมบ้าน

“เมล็ดข้าวโพด ถูกนำมาใช้เป็นคะแนนแทนความห่วงใยสุขภาพ ระหว่างเพื่อนสูงวัย 1 เมล็ดสำหรับการเยี่ยมเยียนกันภายในหมู่บ้าน 2 เมล็ดสำหรับเยี่ยมต่างหมู่บ้าน และมากถึง 3 เมล็ดสำหรับการเยี่ยมยังโรงพยาบาล โดยทุกเดือนจะมีการมอบรางวัลความห่วงหาอาทร กับผู้ที่ได้เมล็ดข้าวโพดสูงสุดในการประชุมประจำเดือน และหลังจากนั้นเมล็ดข้าวโพดทั้งหมด จะถูกรวบรวมไปทำพิธีพลังแห่งความห่วงใยในผู้สูงอายุ ต.วังทอง ต่อไป”

ปัญญายังอธิบายต่อทันทีในวงล้อที่ 3 ว่า จะทวีความเข้มข้นขึ้นมากเพราะเน้นกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” โดยจะเก็บเงินผู้สูงอายุคนละ 1 บาทต่อเดือน เป็น 1 บาท 1 คนเพื่อเพื่อนยากจน ก่อนจะนำเงินที่รวบรวมได้ในแต่ละหมู่บ้าน มารวมกันระดับตำบล แล้วนำไปเยียวยาเพื่อนสูงวัยยากลำบากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในเดือนนั้นๆ

“ทันทีที่วงล้อทั้ง 3 หมุนราบรื่นรวดเร็ว วงล้อที่ 4 กิจกรรมส่งเสริมอาชีพก็จะเข้ามาเสริมสร้างความเข้มแข็ง แก่กลุ่มผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงทำงานได้ ให้กลับมาภาคภูมิใจในคุณค่าตนเอง จากการทำงานหารายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ด้วยการรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพเพื่อชีวิตชราภาพร่วมกันทั้งหมู่บ้าน โดยหมู่ 1, 8 และ 9 จะเพาะเห็ดลมและปลูกมะละกอ ขณะที่หมู่ 2, 3, 5, 6 และ 7 จะปลูกมะละกอเพียงอย่างเดียว ตามความเหมาะสมของพื้นที่” ประธานเครือข่ายผู้สูงวัยฯ สรุปกลไกความสัมพันธ์ระหว่างวงล้อทั้ง 4
ทั้งนี้ กิจกรรมวงล้อทั้ง 4 ของตู้ยาเคลื่อนที่เพื่อคนชราที่ประสบความสำเร็จโดดเด่น 5 หมู่บ้านจะถูกบันทึกเทปแล้วผลิตเป็นวีซีดีเพื่อนำไปเผยแพร่ระดับจังหวัดอันจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนอื่นๆ ต่อไปในการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยที่ถูกต้อง จากการร่วมคิดร่วมสร้างของผู้สูงอายุเอง

นับแต่โครงการตู้ยาเคลื่อนที่ เพื่อคนชราหมุน 4 วงล้อเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551 นอกจากจะสามารถสร้างเครือข่ายแกนนำสุขภาพระดับหมู่บ้าน และตำบลแล้ว ยังได้ผลลัพธ์เป็นแนวทางการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่ถูกต้องของชุมชน ผ่านการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สนทนากันฉันมิตร ไม่ปิดกั้นการโต้แย้งเห็นต่างเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวันด้วย

อีกทั้งการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการชัดเจนเป็นระบบ ตลอดจนทำงานกับกลุ่มต่างๆ ในชุมชนที่คอยช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ก็ทำให้วงล้อทั้ง 4 ของตู้ยาเคลื่อนที่เพื่อคนชราหมุนถี่รวดเร็วยิ่งขึ้น

จนวันนี้ไม่เพียงเครือข่ายผู้สูงอายุฯ จะรู้สึกเป็นเจ้าของสุขภาพแท้จริงทั้งในปัจจุบันและอนาคตเท่านั้น ทว่าทุกกลุ่มในชุมชนก็รู้สึกไม่ต่างกันว่าสุขภาวะดีๆ สามารถสร้างได้ในชุมชนโดยชุมชนเอง

นั่นทำให้ตู้ยาเคลื่อนที่ที่ไม่ได้บรรจุผลิตภัณฑ์ยาใดๆ เลย กลับสามารถสร้างเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุ และสิ่งแวดล้อมของเมืองรถม้าได้ด้วยความรักความห่วงใยระหว่างกัน กระทั่งไม้ใกล้ฝั่งเหล่านั้นไม่หลุดลอยติดฟากฝั่งความทุกข์ยาก จากแรงซัดสาดของการบริโภคนิยมที่กำลังรุกคืบเปลี่ยนแปลงรากฐานวิถีชีวิตชาวชุมชนวังทอง

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *