ดูดีด้วย อีคิว(Emotional Quotient)

ดูดีด้วยอีคิว (Emotional Quotient)
บ่อยครั้งที่เราหงุดหงิดกับพวก “ มาดดี ” แต่มีความแปรปรวนทางอารมณ์สูง นึกไม่ออกเหมือนกันว่ามาดดีๆ ของพวกเขานั้นจะยังเหลือประโยชน์อะไรอีก นอกจากดึงดูดใจในชั่วไม่กี่วินาที แต่ครั้นได้พูดได้จา ได้ทำงานร่วมกันสักครั้ง หรือคลุกคลีตีโมงไม่นาน ก็ต้องรีบถอยห่าง เพราะรังเกียจและหวาดกลัว หรือไม่ก็ไม่อยากวุ่นวายด้วย “ อารมณ์ดี ๆ มีราคากว่ามาด…”
คนบุคลิกดี ต้องเริ่มจากอารมณ์ดีๆ จากภายในตัวตนของเขาเอง ในปัจจุบันเรียกคุณสมบัติข้อนี้ว่า มี “ ความฉาดทางอารมณ์ ” หรือเป็น “ ยอดนักบริหารอารมณ์ ” เรียกย่อๆ ว่าเป็นคนมี อีคิว (Emotional Quotient) ดี
อีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์ เป็นผลรวมของคุณสมบัติในการรับรู้อารมณ์ของตนเอง สื่อสารและจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นอย่างมีคุณภาพ
ลักษณะของคนที่มีอีคิวดี คือ
1. สามารถรับรู้อารมณ์ตัวเอง
รู้ว่าตนเองกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่และรู้ด้วยว่าสิ่งที่กำลังรู้สึกนั้นจะส่งผลอย่างไรหากแสดงออกไป ใครก็ตามที่สามารถรับรู้อารมณ์ของตนเอง เห็นการก่อตัวของอารมณ์ ก็จะง่ายต่อการติดตามอารมณ์นั้น เฝ้าดู และควบคุมมันไม่ให้ก่อกิริยาที่น่ารังเกียจ หรือไม่เฉยเมย เฉยชา จนคนรอบข้างรู้สึกว่าเป็นคนที่ยากจะเข้าถึง ซึ่งอาจกลายเป็นคนน่าเบื่อได้ในที่สุด
2. สามารถอธิบายอารมณ์ตัวเอง
นึกถึงเด็กๆ ไว้เถอะค่ะ เวลาที่เขาไม่สามารถอธิบายอารมณ์ของตัวเองได้ก็มักจะใช้วิธีเอะอะ อาละวาด หรือเอาแต่ร้องไห้ โวยวาย ไม่สามารถบอกได้ว่าตนเองต้องการอะไร คนรอบข้างก็ยากที่จะให้การช่วยเหลือเพื่อผ่อนเบาอารมณ์นั้นลง คนอีคิวดีต้องสามารถอธิบายกับคนรอบข้างได้ว่ากำลังรู้สึกเช่นไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ด้านบวกหรืออารมณ์ด้านลบก็ตามที เพื่อที่ตนเองจะได้จัดการกับอารมณ์นั้นได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และคนรอบตัวก็สามารถวางตัวได้เหมาะสม ไม่เป็นปัจจัยทำให้อารมณ์นั้นๆ แย่ลง แต่สามารถช่วยผ่อนคลายให้รู้สึกดีขึ้นได้ง่ายด้วย
3. สามารถบริหารอารมณ์ตัวเอง
อารมณ์เกิดขึ้นแล้วต้องมีการบริหารจัดการกับมัน มิฉะนั้นอาจระเบิดตูมตามขึ้นได้ ในกรณีที่เป็นอารมณ์ด้านลบ หรือสนุกสนานจนผิดที่ผิดทางเกินความพอดี ในขณะที่คนอื่นๆ เขาไม่ได้สนุกด้วย คนที่ไม่รู้จักบริหารอารมณ์ มักยากที่จะควบคุมอารมณ์และแสดงออกให้เหมาะสมกับสถานการณ์รอบๆ ตัวได้ บางคนบริหารไม่เป็น หนักจนถึงขั้นเก็บกดอารมณ์ไว้ เพราะไม่รู้เท่าทันอารมณ์ ไม่รู้ว่าจะออกจากอารมณ์ที่กำลังก่อตัวนั้นได้อย่างไร กลายเป็นคนเก็บกด เจ้าคิดเจ้าแค้น ขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย แยกตัวออกจากสังคม หรือไม่ก็ต่อต้านสังคมไปเลยก็มี
4. สามารถทำให้ตนเองมีพลัง
สามารถสร้างแรงบันดาลใจ หรือแรงกระตุ้นให้ตัวเองอยากทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้ง่าย ไม่ย่อท้อ อดทน อดกลั้นเก่ง คลี่คลายสถานการณ์และปรับตัวเข้ากับผู้คนและสถานการณ์ต่างๆ ได้ไว ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรในใจ มีกำลังใจเสมอ และมองโลกในแง่ดี
5. สามารถเข้าถึงจิตใจผู้อื่น
เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้และคบค้าสมาคมด้วย เป็นที่รักของคนรอบข้าง เพราะเหตุว่าช่างเข้าอกเข้าใจคนอื่น รู้จักเอาความรู้สึกคนอื่นมาใส่ใจ มีความเห็นอกเห็นใจคน และเป็นยอดนักให้กำลังใจ ไม่เอาตัวเองเป็นใหญ่
6. สามารถรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น
รู้ทันอารมณ์ตัวเอง เข้าใจจิตใจผู้อื่น ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับรู้ว่า จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นไว้ได้อย่างไร นั่นรวมไปถึงการคงไว้ซึ่งความรู้สึกดีๆ กับตนเองด้วย นักบริหารอารมณ์จะมีศิลปะในการรักษาความสัมพันธ์ต่อผู้อื่นได้อย่างแน่นแฟ้นและลึกซึ้ง จริงใจ ไม่เสแสร้ง และคงเส้นคงวา พูดง่ายๆ ว่าเป็นคนน่ารัก เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของคนทุกคน
อีคิวดีช่วยอะไรได้บ้าง ?
ก็แน่นอนล่ะค่ะ ว่าจะช่วยให้เรารู้จักจัดการกับอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม มีมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นที่รักของคนอื่น มองโลกในแง่ดี สดใส มีพลังสร้างสรรค์สูง และได้รับความร่วมมือจากคนทุกคน จนส่งผลให้การงานที่รับผิดชอบนั้น ประสบความสำเร็จได้ง่าย
คนที่อีคิวดีจะมีบุคลิกภาพที่ดี มีเสน่ห์ไปโดยอัตโนมัติ กล่าวคือมีความยิ้มแย้มแจ่มใส เบิกบาน มีทัศนคติที่ดีต่อผู้คนและชีวิต มีความคล่องแคล่ว ว่องไว ไม่ห่อเหี่ยวท้อแท้ กล้าบุกเบิก กล้าทำงาน กล้าบริหารจัดการ และช่วยให้ทุกคนสนุกที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ที่สำคัญคือ เขาจะนิยมเพาะมิตรมากกว่าเพาะศัตรู และเขารู้วิธีเพาะที่จริงใจเป็นอย่างดีเสียด้วย
อีคิวดีจะช่วยให้คนรักตัวเองและรักผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ มีศิลปะในการอยู่ร่วมกัน รู้จักประนีประนอม รู้จักการพูดคุยและเจรจาที่ดี ลดความขัดแย้งในชีวิตประจำวันได้ และแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์
ระดับปัจเจกบุคคล จะช่วยให้เขามีความสุข มีความเบิกบาน มีกำลังใจในชีวิต ไม่เครียด ส่งผลให้มีร่างกายที่แข็งแรง มีภูมิต้านทานดี เข้าใจตนเองได้ดี รู้จักรักเพื่อนมนุษย์ รักสิ่งแวดล้อม และมีความมั่นใจในตนเองตามความเป็นจริง ไม่ต้องเสแสร้งสร้างขึ้น
ระดับครอบครัว จะช่วยเพิ่มความใกล้ชิด กระชับความสัมพันธ์ มีความเห็นอกเห็นใจกัน ลดความขัดแย้ง และเกิดการร่วมมือร่วมแรงในการฝ่าฟันความทุกข์ ด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน
ระดับองค์กรการทำงาน จะช่วยให้บรรยากาศในการทำงานแช่มชื่น มีประสิทธิผล มีความร่วมไม้ร่วมมือ มีพลังของกลุ่ม (team work) ไวต่อการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และง่ายต่อการเพิ่มพูนประสิทธิภาพ

คนจะมีอีคิวได้ ต้องได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ระดับครอบครัว ส่วนตัว และสังคม ครอบครัวจะต้องให้ความรัก ความอบอุ่นอย่างเต็มที่และมีเหตุมีผล ปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อชีวิตและผู้คนสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมกับผู้อื่นในทุกมิติ สร้างนิสัยที่น่ารัก การรู้จักยิ้มแย้มและเข้าใจจิตใจคน ส่วนตัวก็จะต้องไม่เพิกเฉยที่จะเรียนรู้และฝึกฝนเพิ่มเติม หมั่นไตร่ตรองปัญหา พยายามทำความเข้าใจกับอารมณ์และความหวั่นไหวของตนเอง ตลอดจนผู้คนที่ต้องเกี่ยวข้อง เอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักปล่อยวาง ให้อภัย และมีความรักเต็มเปี่ยมในจิตใจ กิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมให้อีคิวดี เช่น กิจกรรมส่งเสริมสุนทรียภาพทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น การรับฟังดนตรี การทำงานศิลปะ การท่องเที่ยว การออกกำลังกายหรือกีฬาที่ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อหวังผลแพ้ชนะ การเข้ากลุ่ม การยิ้มแย้ม การฝึกสมาธิ การเรียนรู้ทางปรัชญาและศาสนา เป็นต้น
อยากมีบุคลิกภาพที่ดี หากสามารถเริ่มที่ระดับ “ ตัวตนด้านใน ” อย่างนี้ จะช่วยให้ดูดีและเป็นธรรมชาติกว่าการสร้างมาดค่ะ !!
…………………………………………………………………………………………………………………………..
ขอขอบคุณที่มาบทความ : หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพุธที่ 28 กันยายน 2548

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *