ดอกไม้กับการบริหารคน

ดอกไม้กับการบริหารคน
คอลัมน์ การบริหารงานและการจัดการองค์กร โดย ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3923 (3123)
ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเรียนจัดดอกไม้ กับมูลนิธิ MOA ที่ตึกฟอร์จูนทาวน์ชั้นสองและที่ศูนย์ลพบุรี (0-2641-1185) เป็นการจัดดอกไม้สไตล์ครูโมกิจิ โอกาดะ ซึ่งเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่าการจัดแต่งให้เป็นไปตามใจของผู้จัด ผู้เรียนถูกแนะนำให้ใช้ใจใช้ ความรู้สึกและความว่างเป็นหลัก วางความคิดต่างๆ ไว้ แต่ละคนได้ผลงานการจัดดอกไม้ที่น่าสนใจ ซึ่งเราเองก็มิได้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ผู้เขียนพบความคล้ายกันของการจัดดอกไม้และการบริหารคนองค์กรในมิติต่างๆ ดังจะนำมาแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่าน
ขั้นตอนที่ใช้เวลามากกว่าในการจัดดอกไม้ มิใช่ขั้นตอนการนำดอกไม้ลงไปไว้ในแจกัน แต่เป็นการพิจารณาสถานที่ที่จะจัด และการพิจารณาดอกไม้หรือพืชอื่นๆ ที่จะนำมาใช้ทีละชิ้น พิจารณาสถานที่อย่างละเอียดทั้งภาพรวม สี สิ่งตกแต่งประกอบอื่นๆ รวมทั้งการใช้งาน จะเห็นจากด้านใดบ้าง จัดเพื่องานอะไร พิจารณาดอกไม้หรือพืช เรียกกันว่า “คุยกับดอกไม้” ก็ดูตั้งแต่ต้นจนปลายอย่างละเอียด ดูทุกมุมซ้ายขวาหน้าหลัง ดูมุมที่เขาสวยที่สุด น้ำหนัก สี กลิ่น ที่เป็นธรรมชาติของเขาแท้ๆ ดูจนเข้าใจธรรมชาติของเขาจึงจะกำหนดจุดหมายที่จะจัดวาง รีบตัด รีบปักลงในแจกันซึ่งเลือกมาตั้งวางไว้แล้วอย่างประณีต ผลที่ได้คือการจัดดอกไม้ที่ดูมีชีวิตชีวา
ละม้ายกับการบริหารคนอย่างมีศิลปะยิ่งนัก ผู้เขียนพบว่าการบริหารที่พยายามจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามใจของผู้บริหาร โดยมิได้คำนึงถึงธรรมชาติของคนหรือสิ่งของที่ถูกจัดการ หรือสภาวะแวดล้อมแท้จริงที่เกิดขึ้นในองค์กรหรือสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ผลงานที่ได้อาจเต็มไปด้วยความตึงเครียด ความอึดอัดที่พยายามยัดเยียดให้เป็นไปตามที่ผู้จัดการต้องการ ทันทีที่มีโอกาสหลุดออกไปจากบรรยากาศนั้น ทั้งคนถูกจัดการและผู้จัดการเอง ก็จะหนีออกไปจากบรรยากาศนั้นๆ ผลงานที่ได้ อาจดูเหมือนบรรลุผลในบางครั้ง แต่หลายครั้งเอง ก็เป็นไปเพียงชั่วคราว แต่กลับคืนสู่สภาพที่เขาเคยเป็น เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติของคนของและ สิ่งแวดล้อมที่ถูกจัดการ
การจัดดอกไม้ วิทยากรพยายามให้ผู้เรียน “คุยกับดอกไม้” สื่อสารกับดอกไม้หรือพืชที่เราจะใช้จัด ย้อนมาที่การบริหารคน ผู้เขียนย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกกับนักบริหารหลากหลายองค์กรว่า เทคนิคที่ง่ายต่อการปฏิบัติและมีประสิทธิภาพสูงมาก ของการบริหารคนอย่างหนึ่งคือการ “คุยกัน” เป็นการสื่อสารจากมนุษย์สู่มนุษย์ อย่างสิ่งมีชีวิตที่รับฟังกันมากกว่าเพียงข้อมูล เราสามารถรับรู้ความรู้สึก เข้าใจ และเข้าถึงธรรมชาติของกันและกันมากกว่า ที่ทำกันในภาวการณ์เร่งรีบในปัจจุบัน
ดูเหมือนเราจะใช้เวลาในการรับรู้มากกว่าเดิม แต่ในทางตรงกันข้าม เวลาในการจัดดอกไม้ลงในแจกัน หรือการทำงานจริงกลับราบรื่นและทำได้รวดเร็วกว่าการข้ามขั้นตอนทำความเข้าใจซึ่งกัน และกัน หรือขั้นตอนการคุยหรือดูดอกไม้อย่างพิจารณา เมื่อเราลัดขั้นตอนเจองานก็ลุยกันเลย โดยไม่พิจารณาคนงานสิ่งแวดล้อมให้แตกฉาน ทำความเข้าใจคนและสภาวการณ์ให้ดีพอ การรีบกระโดดลงไปจัดการต่างๆ จึงทำให้เกิดปัญหาที่แก้ยากขึ้นในระยะยาวตามมา
มีกรณีศึกษาจริงเรื่องหนึ่ง CEO ใหม่จากวงการอื่นเข้ามาในอุตสาหกรรมหนึ่งที่จัดการกำไรกันไม่ค่อยเก่ง CEO ซึ่งมีฝีมือมากในการทำให้องค์กรมีกำไรก็เข้ามาจัดการปรับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ ค่านิยมองค์กร ระบบการทำงาน ระบบ IT ระบบการบริหารการปฏิบัติการ (performance management system) ซึ่งเรียกได้เหมือนเป็นการยกเครื่ององค์กรที่ถูกหลักอนามัยการบริหารจัดการสมัยใหม่
เวลาผ่านไปไม่นานองค์กรก็ทำกำไรได้จริงตาม ที่ CEO คาดหมายเป็นที่ถูกใจของผู้ถือหุ้นต่างๆ พนักงานเริ่มทึ่งในความสามารถ แต่ในขณะเดียวกันคนที่คัดค้านก็เกิดขึ้นเป็นกลุ่มก้อนชัดเจน เป็นธรรมตามประสาองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าบริษัทจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น แต่คนที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีบริหารจัดการ กลับกลายเป็นกลุ่มผู้บริหารระดับรองลงมากลุ่มเก่า ซึ่งกลายเป็นคนค้านการพัฒนาที่ดูดีนี้ไป และคนกลุ่มนี้เองเป็นรอยต่อสำคัญระหว่าง CEO และคนอีกหลายร้อยที่เหลืออยู่ในองค์กร
นิทานเรื่องนี้อาจจะออกมาสวยและสะดวกโยธินกว่านี้ได้ง่ายๆ เพียงแต่ใช้เวลาช่วงแรกเพิ่มเติมอีกเพียงนิดเดียว ในขั้นตอน “คุยกับดอกไม้” และการดูสถานที่ องค์กรนี้แต่เดิมที่ไม่เน้นกำไรมากเพราะอยู่ด้วยกันแบบพี่น้อง ทำงานหนักฝีมือเป็นที่ยอมรับในวงการ แต่เขารักกัน มีความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการนอกงานกัน คุยเล่นกัน เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นมิตรเป็นกันเอง แต่ CEO ใหม่เข้ามาด้วยความเป็นทางการ ภาษาท่าทางที่ยิ้มแย้มเป็นมิตร กับคนที่เดินผ่านไปมาหาดูได้ยาก ในขณะที่วัฒนธรรมเดิมขององค์กรนี้ยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกระดับ
กลุ่มผู้บริหารที่ต่อจาก CEO นั้น เป็นธรรมดาที่จะกลัวๆ เกร็งๆ ในช่วงแรก ถ้า CEO รับฟัง พยายามทำความเข้าใจเขาเหล่านั้นตามธรรมชาติของเขาจริง และนำส่วนที่งามที่สุดของเขาออกมา ปรับส่วนที่ไม่ใช่ให้พัฒนาขึ้น โดยไม่ฝืนกับธรรมชาติข้อเด่นของเขา งานนี้อาจประสบความสำเร็จทั้งในตัวเลขผลประกอบการและ “ได้ใจ” ของผู้บริหารใหญ่กลุ่มสำคัญนี้ด้วย เหมือนการจัดดอกไม้ที่ได้ “คุยกับดอกไม้” และดูบรรยากาศสถานที่อย่างดีแล้ว
สมมติว่าเราเป็น CEO ท่านนั้นที่บังเอิญไม่ได้ “คุยกับดอกไม้” ตั้งแต่แรก และดำเนินเรื่องราวมานานพอสมควร การกลับไป “คุยกับดอกไม้” อีกครั้งก็ไม่น่าจะผิดอะไรในสายตาของผู้เขียน เพียงแต่การคุยกันครั้งนี้ อาจต้องยอมลดตัวตนกันลงไปให้มากกว่าเดิม เปิดอกคุยกัน เปิดเผยจริงใจ และมุ่งจุดร่วมกันที่มี นั่นคือจิตใจที่ต่างฝ่ายต่างต้องการให้องค์กรเจริญเติบโตงอกงาม เรื่องนี้ไม่ใช่นายกับ ลูกน้องคุยกัน แต่เป็นการคุยกันระหว่างมนุษย์ ต่อมนุษย์ มนุษย์ผู้มีหัวใจและความรู้สึก มีชีวิตจิตใจ การจัดดอกไม้แบบธรรมชาตินี้ จึงเป็นการสะท้อนปรัชญาชีวิต และการบริหารคนองค์กรได้อย่างดี แม้จะมาจากคนละสายวิชา แต่ต่างก็เป็นการ “จัดการกับสิ่งมีชีวิต” ด้วยกันทั้งคู่ การรับรู้สภาพธรรมชาติตามความเป็นจริงตั้งแต่ในเบื้องต้นจึง เป็นสิ่งสำคัญ และช่วยให้เราบริหารจัดการได้เหมาะสมตามจริง ได้ผลงานที่ “มีชีวิต” มีความงามอย่างแท้จริง

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *